‘วิงค์ไวท์’ เผย กระแสอาหารเสริมซบ ปรับทิศธุรกิจลุยตลาดสกินแคร์ดันยอด

วันจันทร์ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2561

‘วิงค์ไวท์’ เผย กระแสอาหารเสริมซบ ปรับทิศธุรกิจลุยตลาดสกินแคร์ดันยอด


บริษัท วิงค์ไวท์ พานาเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารเสริมและสกินแคร์เพื่อความงาม ภายใต้แบรนด์ วิงค์ไวท์ (WINK WHITE) เผย กระแสข่าวอาหารเสริมปลอมโดนกวาดจับ ส่งผลภาพรวมธุรกิจอาหารเสริมชะลอตัว ประกาศปรับแผนธุรกิจ รุกโฟกัสทำตลาดกลุ่มสกินแคร์ หันลุยทำตลาดออฟไลน์มากขึ้น เน้นการส่งเสริมการขายผ่านกิจกรรม และตัวแทนจำหน่าย ตั้งเป้าเพิ่มตัวแทนได้เป็น 2 หมื่นรายปีหน้า เทงบลงทุน กว่า 40 ล้าน สร้างโรงงานผลิตสินค้าเอง เตรียมรองรับขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ

นางสาวขวัญชนก ทวนวิจิตร ประธาน บริษัท วิงค์ไวท์ พานาเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารเสริมและสกินแคร์เพื่อความงาม ภายใต้แบรนด์ วิงค์ไวท์ (WINK WHITE) กล่าวว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจนั้นเริ่มจากที่ตนเองเป็นเพียงลูกชาวนา เลี้ยงวัว ในจังหวัดลพบุรี และในช่วงเรียนรู้สึกว่าอยากทำอาชีพอะไรสักอย่างเพื่อหารายได้เสริมระหว่างเรียนซึ่งตอนนั้น จึงได้เริ่มคิดอยากทำสบู่มาขาย ดังนั้น จึงได้นำเงินทุนจากเงินกู้ยืมเรียนเพื่อการศึกษา เดือนละ 1,600 บาท มาเริ่มเป็นจุดเริ่มต้นแรกในการทำธุรกิจเล็กๆของตัวเอง โดยเริ่มได้สร้างสบู่ แบรนด์วิงค์ไวท์ ขึ้นมาด้วยการเริ่มขายผ่านช่องทางตลาดออนไลท์ก่อน โดยการโพสต์ขายและจัดส่งสบู่ให้ลูกค้าผ่านไปรษณีย์ไทย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะสามารถทำยอดขายให้สามารถเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ และได้ขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศคือประเทศอินโดนีเซียด้วย ซึ่งส่งผลให้เมื่อในปี 59 ที่ผ่านมาสามารถส่งขายผลิตภัณฑ์ความงามไปกว่า 2 ล้านชิ้นต่อปี สร้างรายได้ 400 ล้านบาท

โดยปัจจุบันนี้ตนเองได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับความงามภายใต้แบรนด์วิงค์ไวท์ ทำมาแล้ว 7 ปี แล้วโดยมีสินค้าที่วางจัดจำหน่ายอยู่ในตลาด 2 กลุ่มหลัก คือ อาหารเสริมความงาม และสบู่ทำความสะอาด และบำรุงผิว โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีมากทั้ง 2 กลุ่มสินค้าหลัก เพราะที่ผ่านมาเราถือเป็นเจ้าแรกๆ ที่กล้าลงมาทำสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาที่ไม่แพงมากซึ่งสามารถทำให้ผู้บริโภคสามารถจับต้องสินค้าของเราได้ง่ายกว่าเจ้าอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวอาหารเสริมปลอม บางแบรนด์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเนื่องจากมีการผลิตและใช้วัตถุที่อันตรายไม่ถูกต้องก็ส่งผลให้กลุ่มอาหารเสริมชะลอตัวเนื่องจากผู้บริโภค ไม่มั่นใจผู้บริโภคลดลง ในส่วนผลกระทบที่บริษัทได้รับคือ ทำให้ธุรกิจชะลอตัวไปพักหนึ่ง ขณะนี้มองว่าสถานการณ์ก็ได้ปรับดีขึ้นบ้างแล้ว เนื่องจากเริ่มทราบแล้วว่าแบรนด์ไหนที่อันตรายเพราะได้โดนตำรวจและทาง อย.กวาดล้างให้ปิดตัวลงไปหลายรายแล้ว แต่ทางผู้บริโภคก็ยังมีบางส่วนที่ยังกังวลอยู่ในเรื่องการเลือกบริโภคอาหารเสริม 

ดังนั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางบริษัทจึงได้มีการวางแผนปรับเปลี่ยนแผนการทำธุรกิจในช่วงนี้จนถึงปีหน้าในการเน้นโฟกัสทำตลาดกลุ่มสกินแคร์ แทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยจากนี้ไปจะให้น้ำหนักการลงทุนในธุรกิจสกินแคร์ มากขึ้น โดยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีโปรเจกต์ใหม่ พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 ตัว ได้แก่ โลชั่นบำรุงผิว และสบู่ และในประมาณต้นปี 2562 เตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 1 ตัว ในกลุ่มสกินแคร์ เพิ่มไลน์สินค้าอีก จะเน้นการเจาะตลาดระดับปานกลาง ที่ราคาไม่แพงมาก เชื่อว่าตลาดยังคงพอมีกำลังซื้อ โดยเฉพาะหลังเลือกตั้ง กำลังจะกลับมาดีขึ้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น

พร้อมกันนี้ การทำการตลาดก็จะปรับแผนมาเน้นออฟไลน์มากขึ้น จากเดิมที่สัดส่วนออนไลน์อยู่ที่ 80% ออฟไลน์ อยู่ที่ 20% โดยคาดว่าจะปรับสัดส่วนใหม่เป็น 60 :40 เนื่องจากการแข่งขันในตลาดออนไลน์มีสูง จึงต้องหันมาทำตลาดทางด้านออฟไลน์ จะเน้นการส่งเสริมการขายผ่านกิจกรรม และตัวแทนจำหน่าย ที่มีมากกว่า 1,000 รายทั่วประเทศ และจะยังคงเดินหน้าหาตัวแทนจำหน่ายที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น ภายใต้งบตลาดปีนี้ที่ได้วางไว้ราว 50 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปีนี้บริษัทจะสามารถมีรายได้รวมทั้งหมดราว 500 ล้านบาท และตั้งเป้ามีตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีกเท่าตัวในปีหน้า

สำหรับแผนการขยายไปยังตลาดต่างประเทศนั้นบริษัทวางแผนรุกนักไปยังทางตลาดแถบอาเซียน เช่น สปป.ลาว มาเลเซีย และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังจะนำอาหารเสริมบุกไปยังตลาดแอฟริกา ประเทศไนจีเรีย ที่ตลาดกำลังขยายตัวไปด้วยดี แนวโน้มจะขยายตัวดีมาก โดยปัจจุบันสัดส่วนบริษัทมีรายได้แบ่งเป็นจากต่างประเทศอยู่ที่ 20% และตลาดในประเทศ อยู่ที่ 80% แต่อนาคตคาดว่าแนวโน้มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศจะมีสูงขึ้นจากการที่เราได้ขยายไปทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น  โดยล่าสุดนี้ บริษัทเพิ่งได้ทุ่มงบลงทุนราว 40 ล้านบาทในการสร้างโรงงานที่จังหวัดราชบุรี ในการผลิตอาหารเสริมและความงามภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เพื่อการรองรับการที่เราขยายตลาดสู่ต่างประเทศ อีกทั้งวางแผนจะเป็นโรงงานที่เป็นโออีเอ็มรับผลิตสินค้าที่มีคุณภาพให้กับสินค้าแบรนด์อื่นๆด้วยในอนาคต 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 หรือ ID Line : @LBU8361R ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ