เปิดตลาดนัดนักเลือกตั้ง… ปลดล็อก..“ดูด-ย้าย”กันเต็มที่

วันจันทร์ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เปิดตลาดนัดนักเลือกตั้ง… ปลดล็อก..“ดูด-ย้าย”กันเต็มที่


     หลังจากนี้ไป “การเมือง” จะกลับสู่การมี “คู่ชก” เหมือนระบบปกติ ไม่ได้ชกฝ่ายเดียวเหมือนกับ 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่ง “คลายล็อก” ทางการเมือง โดยอนุญาตให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ได้ อาทิ นัดกรรมการบริหารประชุม และนัดประชุมใหญ่ เพื่อปรับปรุงกฎพรรค และเดินหน้าเลือกตั้งหัวหน้า เลขาฯและกรรมการของพรรค

     ขั้นตอนต่อมา คสช.ก็เตรียมการที่จะ “ปลดล็อก” ให้พรรคการเมือง หลังราชกิจจานุเบกษาลงประกาศกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับสุดท้ายแล้ว เตรียมดำเนินการเลือก ส.ว. 250 คน ตามวาระแรก พร้อมเตรียมเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรกในปี 2562

     “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลวาง “ไทม์ไลน์” เลือกตั้ง ส.ส. อย่างเร็วสุดคือวันที่ 24 ก.พ. 2562 ส่วนวันเลือกตั้ง ส.ส.ที่ช้าที่สุดคือ วันที่ 5 พ.ค.2562 นั่นหมายความว่าอีก 5-6 เดือน ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกหลังว่างเว้นมาเกือบ 5 ปี

     แน่นอน บรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ เริ่มทยอยเปิดตัว แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็ไม่มีข้อยกเว้นในการ “ปูทาง” กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหลังเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐระบบบัญชีรายชื่อที่วงในรู้กันดี

ทั้งนี้  “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ได้ประกาศท่าทีชัดเจนครั้งแรกว่า “สนใจงานด้านการเมือง” แต่ยังอุบไม่บอกอยู่พรรคไหน  รวมทั้งจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าคสช.”

     สำหรับ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่เก็บตัวเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็เตรียมได้เปิดเผยตัวตนสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐมีตัวละครที่เห็นชัดเจนเพียงแค่ “ชวน ชูจันทร์” และ “พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล” อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเท่านั้น  

     ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐถูกโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคสช.มาตลอด เนื่องจาก พ.อ.สุชาติ เป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่แปลกที่จะถูกโยงถึงกัน นอกจากนี้ การเดินหมากของพรรคพลังประชารัฐ ดูเหมือนว่าจะละม้ายคล้ายกับช่วงการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยที่มช้ระบบรวมพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคความหวังใหม่ หรือพรรคเสรีธรรม พรรคชาติพัฒนา เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของการสร้างพลังดูดทางการเมืองของประเทศไทย

     ส่วนพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ดำเนินการด้วยตัวเองโดยตรง แต่อาศัยกลไกกลุ่มการเมืองทำหน้าที่แทน ดังจะเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มสามมิตร” นำโดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำยม ท่อต่อของกลุ่มสามมิตรที่เชื่อมโยงไปถึงรัฐบาลปัจจุบันนั้นจะอาศัยการผ่านไปทาง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ ด้วยเหตุนี้เองที่ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐและกลุ่มสามมิตรกลายเป็น “คนเนื้อหอม” มากที่สุดในเวลานี้ เมื่อเทียบกับสภาพของพรรคการเมืองในปัจจุบันที่ถูก คสช.ดองมาตลอด 5 ปี

     เมื่อพรรคพลังประชารัฐเริ่มออกตัวในทางการเมืองมากขึ้น ก็ไปบังเอิญกับความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่กำลังพยายามอนุมัติงบประมาณและโครงการต่างๆ ในนาม “ประชารัฐ” ลงไปในแต่ละพื้นที่มากขึ้นในระยะนี้ ยิ่งมาบวกกับเสียงเชียร์ของรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกครั้งเพื่อสานงานการปฏิรูปประเทศต่อให้จบ จึงทำให้ตอกย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ เดินสายหาเสียง

     อีกฟากฝั่งหนึ่งอดีตแกนนำพรรครัฐบาลอย่าง “เพื่อไทย” พท. ที่มีข่าวว่า ณ วันนี้จะให้ “รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย-พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์” ที่รักษาการมา 4 ปีกว่า อาจได้นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริงเสียที ตามสูตรแบบตอนเลือกตั้งปี2554 ที่เพื่อไทยดัน ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ส่วนเลขาธิการพรรคคือ ภูมิธรรม เวชยชัย และให้แกนนำพรรคไปทำงานในตำแหน่งหลัก เช่น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานการเลือกตั้งของพรรค ที่จะคุมภาพใหญ่ในการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ–คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้เป็นประธานคณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค

     นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า “เพื่อไทย” มีความเคลื่อนไหวภายในเพื่อตั้งพรรคสำรอง โดยอาจจะตั้งพรรคใหม่ โดยใช้ชื่อพรรคเพื่อธรรม หรือ พรรคเพื่อชาติ เพื่อเตรียมไว้เป็นพรรคอะไหล่ หากพรรคเพื่อไทยถูกทำลายทิ้งด้วยกลไกทางการเมืองในอนาคต

     ขณะที่พรรคการเมืองที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากก็เห็นจะหนีไม่พ้น “พรรคประชาธิปัตย์”(ปชป.)ที่วันนี้กำลังเผชิญทั้งศึกในพรรคและศึกนอกพรรค โดยเฉพาะปัญหา “เลือดไหลไม่หยุด” เมื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยอมรับว่าขณะนี้มีอดีต ส.ส.ปชป.จำนวนมากอาจจะย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่น ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.พรรคออกยกแผงนั้น อีกไม่นานข้อเท็จจริงก็จะปรากฏ สำหรับ ส.ส.หน้าใหม่ ไม่ว่าเป็นสนาม กทม.หรือสนามอื่น ก็ได้มีการชักชวนให้มาร่วมงานโดยตลอด หวังว่าจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น

     ล่าสุด เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เมื่อ “ปลื้ม” สุรบถ หลีกภัย ลูกชาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลงเล่นการเมือง เตรียมสมัครเข้า พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเจาะคนรุ่นใหม่ หลังจากที่คนรุ่นใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ตั้งพรรคอนาคตใหม่ สู้กับพรรคการเมืองอนาคตเก่า แม้จะมีญาติผู้ใหญ่ไปดูด ส.ส.เก่ามาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม

     เป็น มิติใหม่การเมืองไทย ที่น่าสนับสนุน แต่เสียดายที่มีคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองน้อยเกินไป จนขาดพลังในการขับเคลื่อน “ปลื้ม-สุรบถ หลีกภัย” ว่าที่นักการเมืองน้องใหม่ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เมื่อเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะดึงทีมที่เป็นลูกหลานนักการเมืองจากหลายพรรคมาทำงานร่วมกัน ความถนัดที่จะเข้าไปช่วยพรรคทำงานก็คือ การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่  การใช้ “สื่อโซเชียลมีเดีย”

     อย่างไรก็ตาม “ประชาธิปัตย์” ยังเผชิญศึกในที่ดูเหมือนว่าจะเป็น “ลิ่ม” ที่ทำให้เกิดรอยร้าวภายในพรรคเมื่อมีการเคลี่อนไหวในเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคที่ขณะนี้มี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลกประกาศตัวเป็นแคนดิเดทลงชิงชัยตำแหน่งหัวหน้าพรรคปชป. โดยการสนับสนุน ของ “ถาวร เสนเนียม” ที่มีความใกล้ชิดกับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการพรรคปชป. และแกนนำกปปส. ซึ่งมีลุ้นไม่น้อย เนื่องเพราะขุนพลข้างกาย "สุเทพ" ใน “ประชาธิปัตย์” มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมี อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อีกหนึ่งคนที่แสดงเจตจำนงจะลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

     ยังไม่รวมกับข่าวลือที่หนาหูว่า อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์หลายพื้นที่ อยู่ระหว่างตัดสินใจจะอยู่บ้านหลังเดิม หรือ ไปลุยสนามเลือกตั้งกับ “รวมพลังประชาชาติไทย” ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ทั้งนี้เชื่อว่ามีอดีตส.ส.ภาคใต้พรรคปชป.จำนวนไม่น้อยที่ประเมิน “เครือข่ายสุเทพ”ว่ามีโอกาสสูงที่จะเข้าวิน ทำให้มีเสียงออกมาจาก “หัวหน้ามาร์ค” ว่า ใครจะย้ายพรรค ก็ไม่ว่าอะไร เพราะได้เตรียมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.รุ่นใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว

     งานนี้ พรรค “พระแม่ธรณีบีบมวยผม” จะเกิด “เหตุการณ์ 10 มกราฯ” อีกครั้งหรือไม่..ต้องอดใจรอ !!

 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 หรือ ID Line : @LBU8361R ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ