นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซันโทรี่และเป๊ปซี่โคถือเป็นพันธมิตรที่มีความร่วมมือในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกมามากกว่า 35 ปี หลังจากทั้งสองบริษัทได้ประกาศเปิดตัว SPBT ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเราได้เริ่มผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือเป๊ปซี่โค เช่น เครื่องดื่มเป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ชาพร้อมดื่มลิปตัน เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด และเครื่องดื่มอควาฟิน่า มาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2561 โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 19,680 ล้านบาท และจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากซันโทรี่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยในอนาคต
ล่าสุด บริษัทจึงได้ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องดื่มมูลค่า 154,000 ล้านบาท ของไทย โดยเฉพาะในตลาดน้ำอัดลมของไทยที่มีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นสร้างการเติบโตในระยะยาว SPBT จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบภายใต้วิสัยทัศน์ GROWING FOR GOOD เพื่อสร้างความยั่งยืนและการเติบโตทางธุรกิจในประเทศไทยผ่านกลยุทธ์หลัก คือ การลงทุนในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทสร้างแบรนด์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดำ การขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยนวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ การรุกขยายระบบการกระจายสินค้าและเพิ่มพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากเครื่องดื่มที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน SPBT จะสร้างโอกาสในการเติบโตโดยขยายไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค นับตั้งแต่เครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น เครื่องดื่มเกลือแร่ ชาและกาแฟพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำผลไม้ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต โดยผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ SPBT คือ มิรินด้า มิกซ์-อิท เครื่องดื่มน้ำอัดลมสองกลิ่นผลไม้ในขวดเดียว ซึ่งตอบสนองเทรนด์ของวัยรุ่นโดยเฉพาะผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพด้วยสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มล. และได้รับตราสัญลักษณ์โภชนาการเครื่องดื่ม “ทางเลือกสุขภาพ” โดยบริษัท วางเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไว้ไม่เกิน 100 แคลอรีต่อปริมาตร 12 ออนซ์ ให้ได้ถึง 2 ใน 3 ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดในช่วงปี 2568
ทั้งนี้ จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจของทั้งซันโทรี่และเป๊ปซี่โคที่มุ่งสร้างผลกำไรไปพร้อมๆ กับการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกนั้น SPBT ได้ดำเนินตามแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะนโยบาย Performance with Purpose ของเป๊ปซี่โคที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่เกิน 100 แคลอรีต่อปริมาตร 12 ออนซ์ ให้ได้ 2 ใน 3 ของพอร์ตโฟลิโอภายในปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมา SPBT ได้นำเสนอสินค้าเครื่องดื่มที่ลดปริมาณน้ำตาลลง เช่น เครื่องดื่มอควาฟิน่า วิต ซ่า, มิรินด้า มิกซ์-อิท, เป๊ปซี่ แม็กซ์ เทสต์ (ปราศจากน้ำตาล), ชาเขียวลิปตัน กลิ่นมะม่วงใบเตย และเซเว่นอัพ โลว์ชูการ์ และเตรียมที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมอีกมากมาย
“การร่วมมือนี้ทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดเครื่องดื่มได้หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากในพอร์ตโฟลิโอสินค้าของซันโทรี่นั้นมีหลากหลาย แบ่งเป็น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ สัดส่วน 57% เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สัดส่วน 33% และอีก 10% เป็นสินค้าอื่นๆ ปัจจุบันเครื่องดื่มเป๊ปซี่ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำดำในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด (ทั้งขวดพีอีที และกระป๋อง) ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 45% และยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี”