นางสาว คลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการศึกษาตลาดเครื่องดื่มชาในเมืองไทย เราพบว่าปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของผู้บริโภค ล้วนต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยตรง จากจุดนี้ ทำให้เราพบช่องว่างและเล็งเห็นถึงโอกาสในการกระตุ้นตลาดเครื่องดื่มชาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ล่าสุด เปิดตัว ‘ฟิวซ์ที’ 2 รสชาติ ได้แก่ ‘เครื่องดื่มชาผสมน้ำเสาวรสและเมล็ดเชีย’ และ ‘เครื่องดื่มชากลิ่นพีชผสมเมล็ดเชีย’ เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพเป็นพิเศษจับกลุ่มเป้าหมายหลักของคือ สาวๆ อายุตั้งแต่ 20 – 29 ปี ผู้ที่นิยมดื่มชาทั้งเพื่อความสดชื่นผ่อนคลายจากกลิ่นหอมของเสาวรสและพีช และยังเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพจากวิตามินซีที่มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารจากเมล็ดเชีย
พร้อมกันนี้ ‘ฟิวซ์ที’ ยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรก คือ ‘อาชิ – อาชิตา ศิริภิญญานนท์’ บิวตี้บล็อกเกอร์น้องใหม่มาแรงของเมืองไทยที่สามารถดูแลตัวเองให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอก และยังคอยแนะนำวิธีการดูแลตัวเองในทุกๆ ด้านให้แก่ผู้ติดตาม (Followers) ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Instagram - ARCHITASIRI และ YouTube - ArchitaStation ที่มีผู้ติดตามหลักล้านคน
นอกจากนี้ ‘ฟิวซ์ที’ ยังได้เตรียมแผนสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และคุณประโยชน์ไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น โฆษณา บนสื่อดิจิทัล โซเชียลมีเดีย สื่อ ณ จุดขาย ร้านสะดวกซื้อ ‘เซเว่น-อีเลฟเว่น’ สื่อ out-of-home โดยเฉพาะในบริเวณที่มีมลภาวะเพื่อให้สอดรับกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์ และยังส่งกองทัพ ‘ฟิวซ์ที’ มอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคชาวออฟฟิศเพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยสดชื่นด้วยตัวเองอีกด้วย
“เรามุ่งเสริมแกร่งความเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มแบบไม่อัดลมของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา (ประเทศไทย) ให้เติบโตไปพร้อมๆ กับเครื่องดื่มชนิดอัดลม โดยการรุกตลาดเครื่องดื่มชาที่ผสานคุณประโยชน์จากผลไม้และเมล็ดเชียเป็นรายแรก พร้อมชูจุดเด่น ของ ‘ฟิวซ์ที’ ที่แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ในราคาขายปลีกเพียงขวดละ 20 บาท ซึ่งปัจจุบัน ‘ฟิวซ์ที’ มีจำหน่ายแล้วในมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เม็กซิโก และตุรกี เป็นต้น”