เพิ่มส่งออกสินค้าฮาลาลสู่ตลาดโลก ... สร้างเศรษฐกิจไทยเติบโต

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เพิ่มส่งออกสินค้าฮาลาลสู่ตลาดโลก ... สร้างเศรษฐกิจไทยเติบโต


รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศมุสลิมทั่วโลกได้ตระหนักว่า การเป็นประเทศมุสลิมของเขาทำให้เขามองพลาด โดยที่เข้าใจว่า อะไรก็ปลอดภัย แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่ เพราะในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ มีการปนเปื้อนมากมาย แต่ถ้าเราจะพิสูจน์ให้ได้ว่า วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการปนเปื้อนอะไรนั้น เราต้องใช้หลักการของ “วิทยาศาสตร์” ในการตรวจสอบ แต่สำหรับประเทศไทย โดย “ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เราได้ตระหนักถึงประเด็นสำคัญในเรื่องนี้เป็นที่แรกของโลก จึงได้ก่อตั้ง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2538 โดยพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาลขึ้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั้งมุสลิมและมิใช่มุสลิม ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ เราได้สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

โดยในขณะนี้ยังไม่มีประเทศไหนที่สามารถตรวจผลิตภัณฑ์ได้เกินแสนผลิตภัณฑ์ แต่สำหรับศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลฯ นั้นสามารถตรวจผลิตภัณฑ์ตรวจไปแล้วกว่า 120,000 ผลิตภัณฑ์ จึงทำให้ซึ่งเราเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกว่าเป็นที่หนึ่งในเรื่องการตรวจสอบความปลอดภัยด้านฮาลาล การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล และการพัฒนาระบบในการสร้างความปลอดภัยด้านฮาลาล จนกลายเป็นต้นแบบที่ประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศโลกมุสลิมและประเทศที่ไม่ใช่โลกมุสลิมต้องให้ความสนใจในการขอเข้าศึกษาดูงานและอบรมด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล อาทิ เช่น ปากีสถาน อุซเบกิสถาน มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ตุรกี รวมถึง ญี่ปุ่น กัมพูชา สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี

ทั้งนี้ จากความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการผลิตอาหารฮาลาลให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานอาหารฮาลาลที่กำหนดไว้ตามหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของ Codex ที่ให้ทั้งความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและเป็นผลิตภัณฑ์อาหารส่งออกที่มีคุณภาพ ตามนโยบายที่จะให้อาหารฮาลาลในประเทศไทยสู่ครัวโลก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมองผลิตภัณฑ์ฮาลาลเสียใหม่ เพราะถ้าเปรียบเทียบแล้วไทยยังส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลน้อยถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ถูกมองเห็นว่าตลาดฮาลาลนั้นเป็นตลาดเล็ก เช่น ไทยมองตลาดฮาลาลอยู่ที่ 17% ของตลาดอาหารโลก แต่สำหรับประเทศเยอรมนีมองตลาดฮาลาลอยู่ที่ 89 % หรือ Halal for all ส่วนไทยมองว่าเป็น Halal for Muslim เราจึงควรเร่งพัฒนาและให้ความรู้ว่าฮาลาลเป็นเรื่องของความปลอดภัยของทุกๆ คนทั่วโลก เพราะปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชากรมุสลิมมีการกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด คาดว่าในปี 2030 จะมีจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกกว่า 2,200 ล้านคน คิดเป็น 26.4% ของประชากรทั้งโลก จากปัจจุบันมีอยู่ 2,000 ล้านคนหรือ 25% ซึ่งถ้าไทยให้ความสำคัญในเรื่องของเครื่องหมายฮาลาล การส่งออกของไทยก็จะสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด เพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้อย่างมากเลยทีเดียว



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ