จากเทรนด์การบริโภคอาหารและใส่ใจสุขภาพที่ได้รับความนิยมทั่วโลก กระแสรักษ์สุขภาพและใส่ใจเรื่องอาหารการกินและมีอายุยืนยาวที่ยังคงเป็นความนิยมของคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เพราะเรื่องการมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ส่งผลให้ตลาดสินค้าออร์แกนิคหรือตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยให้ได้ความนิยมและมียอดขายสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อแบรนด์ Xongdur (ซองเดอร์) ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ของบริษัท ซองเดอร์ ไทยออกานิคฟูด จำกัด ที่เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ช่วยเหลือเกษตรกรอินทรีย์ไม่ให้ถูกกดราคาผลผลิต
โดยมี “คุณสุวรรณา จิวัฒนไพบูลย์” เป็นเจ้าของไอเดียธุรกิจ และมีคุณลุงปัญญา ใคร่ครวญ เกษตรกรผู้ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ส่งวัตถุดิบให้กับบริษัทตั้งแต่แรกเริ่ม หลังจากนั้นก็ได้เริ่มธุรกิจใหม่ที่เน้นการผลิตสินค้าออร์แกนิค มีการศึกษาและวิจัยผลิตภัณฑ์ขึ้นมา และก่อตั้ง บริษัท ซองเดอร์ ไทยออร์กานิคฟูด จำกัด ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2543 ซึ่งเริ่มจากผลิตสินค้าประเภทธัญพืชขึ้นมาจำหน่าย ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ซองเดอร์” นั้น มาจากคำว่า “ซองเดียว”
จวบจนปัจจุบันนี้ “ภญ. ภาคินี จิวัฒนไพบูลย์” ซึ่งเป็นลูกสาวได้เข้ามาเป็นกำลังหลักในการพัฒนาธุรกิจ ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ภายใต้ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการบริษัท ซองเดอร์ ไทยออร์กานิคฟูด จำกัด เล่าว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจจนเติบโตก้าวสู่ปีที่ 15 แล้ว ในผลิตภัณฑ์สินค้าออร์แกนิค ที่ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 5 กลุ่มหลัก คือ 1.เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป 2.Cereal bar เพื่อสุขภาพ 3.อาหารเช้าธัญพืชสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส 4.อาหารเสริมสำหรับเด็ก และกลุ่มวัตถุดิบอาหารออร์แกนิค นำไปผสมปรุงเอง โดยปัจจุบันได้สินค้าเหล่านี้ส่งออกต่างประเทศหลากหลายประเทศ อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม เขมร ญี่ปุ่น นอเวย์ ซาอุดิอาระเบีย ออสเตรเลีย และในอนาคตกำลังวางแผนเข้าไปทำตลาดในประเทศจีนต่อไป เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อจำนวนมาก ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 20% และในไทยสัดส่วน 80% ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าว่าบริษัทจะมีรายได้รวมราว 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีนี้ทางบริษัทจะทำการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมดในรอบ 15 ปี ทั้งในเรื่องของโลโก้ แพ็กเกจจิ้ง ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ของสินค้า พร้อมปรับเปลี่ยนระบบการทำงานภายในองค์กรทั้งหมด โดยการลงทุนในด้านไอทีมากขึ้น เพื่อในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ให้ทันสมัยมากขึ้นในยุคดิจิทัลปัจจุบัน อีกทั้งวางแผนจะมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และมีการสื่อสารแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภครู้จักมากขึ้น โดยการพัฒนาสินค้าให้น่ารับประทาน มีความหลากหลาย และยังคงตอบโจทย์สังคมในการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีคุณภาพจากข้าวไทย โดยการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดโดยวัตถุดิบและสินค้าที่ออกสู่ตลาดทุกตัวจะต้องสอดคล้องไปกับการเติบโตของตลาดโลก และตลาดสินค้าออร์แกนิค ในประเทศ ที่ต้องการสินค้าคุณภาพดี ราคายุติธรรม