“ข้าวหงษ์ทอง” วางหมากทำตลาดเชิงรุก ส่งสินค้าบุกตลาดโลก

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

“ข้าวหงษ์ทอง” วางหมากทำตลาดเชิงรุก ส่งสินค้าบุกตลาดโลก


นายวัลลภ มานะธัญญา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด (BSCM)  กล่าวว่า บริษัทฯ มีผลประกอบในรอบปี 2560 มียอดขายประมาณ  250,000  ตัน ซึ่งเติบโตจากปี 2559 ที่ 15%  แต่มูลค่าการขายลดลงเล็กน้อยเนื่องจากราคาข้าวลดลง ทั้งนี้ รายได้รวมอยู่ที่ 5,000 กว่าล้านบาท โดยในแง่มูลค่าสัดส่วนรายได้มาจากไทย 40% และต่างประเทศ 60% ส่วนในแง่ปริมาณ มาจากไทย 55% และต่างประเทศ 45% ปีนี้ตั้งเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท โดยข้าวถุงหงษ์ทองมีส่วนแบ่งในตลาดไทย 7% โดยการขายสินค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นการขายในตราสินค้าของบริษัท คือ ตราหงษ์ทอง หรือ Golden Phoenix  เป็นตราหลัก มากกว่า 85% ของจำนวนยอดขายทั้งหมด และสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวหอมมะลิมากกว่า 95% และมีสินค้าตราอื่นๆ ของบริษัทฯอีก 2-3 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นความมั่นคงของบริษัทอย่างมากที่ขายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเป็นส่วนใหญ่  ส่วนตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันส่งออกข้าวถุงไปแล้วกว่า 50 ประเทศ มีตลาดหลักคือ ฮ่องกง สัดส่วนรายได้ส่งออก 20% รองลงมาเป็น สิงคโปร์

นอกจากนี้  ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการส่งออกไว้ประมาณ 400,000 ตัน หรือเติบโต 10% ต่อปี ด้วยมูลค่าส่งออก 9,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงสีในจังหวัดนนทบุรี, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรีเป็นฐานการรับซื้อข้าวเปลือก และการผลิต ทั้งข้าวขาว ข้าวหอม ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 300,00 ตันต่อปี

สำหรับในเรื่องของประเด็นการขึ้นราคาข้าว บริษัทฯ ได้ทำเรื่องถึงกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอปรับราคาขายข้าวถุงหงษ์ทอง ข้าวหอมมะลิ ขนาด 5 กิโลกรัม จากราคา 250 บาท เป็น 290 บาท เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตเพิ่มรวม 100% ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติ

ด้าน นางโสพรรณ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายข้าวแบรดน์ “ข้าวหงษ์ทอง” กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ปี 2561 นี้ ข้าวหงษ์ทองเตรียมปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยการขายผ่านช่องทาง Online Marketing ทั้งทางสังคมออนไลน์อย่าง Website, Facebook, Instargram และ YouTube ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทฯ มีแฟนเพจที่ Active มากกว่า 200,000 ราย รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่าน E-Commerce รูปแบบของ Marketplace Platform ทั้ง Lazada, 11street, Shopee, Weloveshoping และกำลังจะดำเนินการบน JD Central โดยบริษัทมุ่งหวังว่าในปี 2561 ช่องทางเหล่านี้จะเติบโตมากกว่า 100% และมากกว่า 200% ในปี 2562

“แม้เราจะมุ่งมั่นในการพัฒนาร้านค้าออนไลน์ แต่ก็ใช่ว่าเราจะทิ้งร้านค้าปลีก เพราะในตอนนี้ข้าวหงษ์ทองมีร้านค้าปลีกในชื่อ “หงษ์ทองเฮลท์สเตชั่น” ที่เปิดตัวไปแล้ว 3 สาขา และล่าสุดเรายังเข้าซื้อกิจการร้านสินค้าสุขภาพ ชื่อร้าน “ใบเมี่ยง” อีก 4 สาขา เราจึงมั่นใจว่าผู้บริโภคจะเข้าถึงสินค้าของเราได้ทั่วถึงอย่างแน่นอน”

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ