นายโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย กล่าวว่า จากแนวโน้มในยุคปัจจุบันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค สื่อโฆษณา เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือแม้แต่ช่องทางการซื้อขาย ทั้งหมดนี้ ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้ที่ทำธุรกิจที่จะต้องปรับตัวให้สอดรับไปตามกับสภาพตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเดิม ซึ่งกลุ่มยูนิลีเวอร์ก็ต้องทำการศึกษาและปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่นกัน
โดย ปัจจุบันยูนิลีเวอร์มีสินค้าจำนวน 14 แบรนด์มียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านยูโร และมีจำนวน 2.5 พันล้านคน เป็นผู้บริโภคที่ใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์ทุกวัน ที่กระจายอยู่ใน 190 ประเทศทั่วโลก โดยกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ระดับโลก ได้ประกาศผลความสำเร็จทางธุรกิจเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งเติบโตเร็วกว่า 50% เมื่อเทียบกับส่วนธุรกิจอื่น ๆ และคิดเป็นสัดส่วน 60% ของการเติบโตโดยรวมของบริษัท ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า ยูนิลีเวอร์สามารถแข่งกับตลาดได้ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่เรามีเป้าหมายต้องการให้อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
“ตนเองเพิ่งได้เข้ามารับตำแหน่งนี้ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 1 ปี แล้ว ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ทำการศึกษาการทำงานในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมภายในองค์กรที่ทำงานร่วมกับคนไทย ด้านการตลาดความต้องการของผู้บริโภคคนไทย และช่องทางจัดจำหน่าย เป็นต้น เพื่อให้ตนเองได้เข้าใจในทุกๆ มิติของเมืองไทยเพื่อจะได้ดำเนินงานไปตามกลยุทธ์ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพตามแผนงานที่บริษัทได้ตั้งไว้”
ผู้บริหารหนุ่ม กล่าวต่อว่า สำหรับในปีนี้ บริษัทได้วางแผนเตรียมขยายตลาดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันสินค้าใน 7 กลุ่มได้แก่ กลุ่มซักผ้า ทำความสะอาดผม ทำความสะอาดผิวกาย บำรุงผิวกาย น้ำยาล้างจาน โจ๊ก และไอศกรีม เป็นผู้นำตลาด ที่มีสัดส่วน 99% ของ 24.7 ครัวเรือนในประเทศไทย ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ และมีการซื้อซ้ำถึง 99% จากปัจจุบันสัดส่วนสินค้าในกลุ่มยูนิลีเวอร์ไทยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว ความงาม 40 % สินค้าในครัวเรือน 39 % และอาหาร-ไอศกรีม 21 %
ทั้งนี้ เราวางแผนต้องการเพิ่มอัตราการบริโภคให้มากขึ้นผ่านการออกสินค้าใหม่ เน้นพัฒนาสินค้าเดิมให้มีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม และการปรับปรุงสูตรสินค้าเดิม ซึ่งในไตรมาส 2 เตรียมสินค้าใหม่ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ กลุ่มสินค้าเพอซันนอลแคร์ แบรนด์โดฟ ,กลุ่มโฮมแคร์ แบรนด์คอมฟอร์ท ออกผลิตภัณฑ์ซักผ้า ,กลุ่มอาหาร แบรนด์คนอร์ วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมลดลง 3% และกลุ่มไอศกรีม ออกสินค้ากลุ่มเอเชียนดีไลท์ 6 รสชาติใหม่ เป็นต้น ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังยังวางแผนออกสินค้าใหม่มาทำตลาดเพิ่มอีกจำนวนมาก
นอกจากนี้ ทางกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ระดับโลก ยังได้วางทิศทางธุรกิจนับจากนี้อีก 5 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ คือ ต้องการพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่ตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ พร้อมโครงการต่าง ๆ ที่พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยนำกลยุทธ์ 3Ps มาใช้ ประกอบด้วย Purpose People และ Performance เพื่อเพิ่มอัตราการบริโภคให้สูงขึ้นในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน