นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทจระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดนำกาวซีเมนต์ และยาแนว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดกาวซีเมนต์ อยู่ที่ 45 % และกาวยาแนวอยู่ที่ 50% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดกว่า3,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจที่เหลือของบริษัทคือกลุ่มคัลเลอร์ซีเมนต์ และกลุ่มเคมีภัณฑ์ ที่มีสัดส่วนรองลงมา
โดยในปี 2561 จะเน้นทำตลาดหนักไปที่กลุ่มเคมีภัณฑ์ ที่มีส่วนแบ่งการาตลาดเพียง6% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 7,500 ล้านบาท ซึ่งมองว่าบริษัทยังส่วนแบ่งการตลาดที่น้อย จึงจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งตรงนี้ และยังถือว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ตามปัจจัยบวกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มรีโนเวต ต่างๆ ที่ยังคงเติบโต ซึ่งในปีนี้เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 2 ตัว ในกลุ่มสินค้าทำให้พื้นเงา สวยงาม ทนทาน
ส่วนตลาดกาวซีเมนต์ และยาแนว ปัจจุบันอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากลูกค้ากลุ่มเกษตรกร ไม่มีกำลังซื้อ จากปัญหาสินค้าการเกษตรตกต่ำ และภัยแล้ง เห็นสัญญาณได้จากเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ในปีนี้ตลาดในประเทศคาดว่าจะทรงตัว สำหรับแผนการตลาดจะเน้นส่งเสริมการขายผ่านโมเดิร์นเทรด และตัวแทนจำหน่าย และจะเน้นเรื่องออนไลน์ด้วยเพราะให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม ยังจะเปิดแผนการตลาดบุกหนักส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศ ให้มากขึ้นเพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ทรงตัว ตลาดที่มีการขยายตัวสูงสุด คือ เมียนมาร์ ส่วนเวียดนามเป็นตลาดที่กำลังมาแรง เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก ส่วนตลาดอื่นๆ เช่น สปป.ลาว กัมพูชา มีอัตราการเติบโตตามลำดับ
ปัจจุบันสัดส่วนตลาดฝนประเทศอยู่ที่ 90 % และส่งออก10% โดยจะเร่งปรับสัดส่วนต่างประเทศให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแผนการลงทุนใหม่ขณะนี้ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท กำลังสร้างศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระจายสินค้าไปทั้งประเทศ และส่งออก ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้
นอกจากนี้ ยังเตรียมงบประมาณอีกจำนวน เตรียมสร้างศูนย์กระจายสินค้าในหัวเมืองใหญ่อีก 1 แห่งเพิ่ม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และงบลงทุน แผนงานทั้งหมดนี้เพื่อรองรับการเติบโต ส่วนการแข่งขันยอมรับว่าตลาดมีการแข่งที่รุนแรงมากขึ้น แต่บริษัทจะสู้ด้วยเรื่องคุณภาพ ล่าสุดสินค้าได้ผ่านมาตรฐานมอก. เรียบร้อย ทั้งนี้จะช่วยในการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้ตั้งเป้าบริษัทจะมีรายได้ 2,750 ล้านบาท ขยายตัว 10 % จากเมื่อปี2560 มีรายได้ 2,400 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ตลาดส่งออกจะเติบโตสูงสุด 30-40 %