นางชัชณี อนันต์วัฒนพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผ้าอ้อมสำเร็จรูป “เบบี้เลิฟ” (Baby Love) กล่าวว่า สำหรับตลาดผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปในไทยเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมีมูลค่าประมาณ 9,910 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราปริมาณการใช้เติบโตที่ประมาณ 6% แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดพรีเมี่ยม 42% ตามด้วยตลาดสแตนดาร์ดมีสัดส่วน 19% และตลาดอีโคโนมี 39% ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีในกลุ่มสแตนดาร์ด (Standard Segment) และกลุ่มอีโคโนมี่ (Economy Segment)”
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางแนวทางการดำเนินธุรกิจระยะยาวนับจากนี้ไปอีกภายใน 3-5 ปี ต้องการรุกผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูประดับพรีเมี่ยม โดยในปี 2561 ได้เตรียมงบประมาณเพื่อสี่อสารและการตลาดมากกว่าทุกปี 3 เท่าตัวหรืออยู่ที่ 100 ล้านบาท เปิดตัวผ้าอ้อมเด็ก “เบเบี้เลิฟ พรีเมี่ยมโกลด์” โดยมีชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต และคู่แฝด สายฟ้า-อายุ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์
สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลุ่มพรีเมียมอยู่บ้าง แต่เป็นนิช มาร์เก็ต หรือกลุ่มเฉพาะที่ตอบสนองการใช้แค่เพียงกลางคืนเท่านั้น บริษัทมองว่าแม้ตลาดพรีเมี่ยมจะเติบโตชะลอตัว เนื่องจากไม่มีผู้เล่นรายใดคิดค้นนวัตกรรมใหม่เข้ามา แต่เชื่อว่าหลังจากการเปิดตัวสินค้าของบริษัท น่าจะทำให้มีความคึกคักและสร้างการเติบโตได้ ส่วนระดับสแตนดาร์ดและอีโคโนมีเติบโตดีกว่า โดยมีปัจจัยหลักเกิดจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ากลุ่มดังกล่าวมากขึ้น จึงทำให้มีการแข่งขันเรื่องของราคาและโปรโมชั่นรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
“ตอนนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดของเรามีอยู่กว่า 20% ส่วนมากยอดขายมาจากกลุ่มสแตนดาร์ดและอีโคโนมีรวมกัน 95% แต่ปีนี้จะมีเรือธงตัวใหม่ในกลุ่มพรีเมี่ยมที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตขึ้นสองหลัก พร้อมทั้งชิงมาร์เก็ตแชร์มากขึ้น แน่นอนว่าบริษัทมีเป้าหมายการขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในภาพรวมตลาดผ้าอ้อมสำเร็จรูป รวมถึงเป็นเบอร์ 2 ในกลุ่มพรีเมี่ยมอีกด้วย”