กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเปิดศูนย์ ITC ภาคที่11ดันศักยภาพอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเปิดศูนย์ ITC ภาคที่11ดันศักยภาพอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป


กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเค ลื่อนแผนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตก รรม ขานรับนโยบายรัฐบาลในการปฏิรูปป ระเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 เร่งผลักดันยกระดับนวัตกรรม SMEs สู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็ม รูปแบบ เตรียมเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรร ม (Industry Transformation Center หรือ ITC ) จ.สงขลา ดันศักยภาพอุตสาหกรรมเกษตรและอา หารแปรรูปในภาคใต้ตอนล่าง    

นายสมชาย  หาญหิรัญ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสา หกรรม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) เป็นกลไกประชารัฐที่ผนึกกำลังกั บเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การวิจัยพัฒนา และบุคลากรระดับโลกในการเป็นฟัน เฟืองขับเคลื่อนเศรฐกิจของประเท ศไปสู่เศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมและส ร้างสรรค์ โดยอาศัยแพลทฟอร์มที่ผลักดันให้ บริษัทผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก (Global Player) รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ (LEs) ที่มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอ ยู่แล้วมามีส่วนร่วมในการทำให้ SMEs ขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิ ดสร้างสรรค์ภายใต้ระบบนิเวศอุ ตสาหกรรม (Ecosystem) ที่เอื้อให้เศรษฐกิจก้าวสู่ประเ ทศไทย 4.0 ไปด้วยกัน โดยศูนย์ฯ เปรียบเสมือนกับข้อต่อกลางที่จะ เข้ามาช่วย SMEs ที่ไม่พร้อมในเรื่องของบุ คลากรด้านวิศวกรรมที่ยังต้องสั่ งสมประสบการณ์  และเครือข่ายที่สนับสนุนการผลิต ให้สามารถปฏิรูปธุรกิ จของตนเองผ่านกระบวนการ SME Transformation ตามแพลทฟอร์มต่างๆ ที่เหมาะสม พร้อมกันนี้ยังมีหน้าที่ในการร่ วมพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมและงานวิ จัยให้ไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิ ชย์ที่มีมูลค่าสูง โดยเริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์และ คัดเลือกผลิตภัณฑ์ การให้บริการทางวิศวกรรม การหาผู้รับจ้างผลิต ทำการทดสอบและรับรองมาตรฐาน การทดสอบตลาด  ซึ่งเปรียบได้กับผู้ช่วยทางวิศว กรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กั บผู้ประกอบการ บ่มเพาะให้สามารถนำความรู้ที่ ได้ไปพัฒนาและดำเนินธุรกิจได้ เอง มีการแลกเปลี่ยนเครื่องจักรอุปก รณ์จากเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐม าให้บริการแก่ผู้ประกอบการให้ค่ าใช้จ่ายที่ไม่สูง โดยที่ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้อ งไปลงทุนเครื่องจักรก่อนที่ จะได้ผลิตภัณฑ์ และยังมีความช่วยเหลือต่าง ๆ ผ่านโครงการของภาครัฐ รวมถึงสินเชื่อพิเศษต่างๆ อย่างมากมายอีกด้วย

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากมาตรการช่วยเหลือวิสาหกิจขนา ดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนวิสาหกิจชุมชน เบื้องต้น กสอ. ได้เริ่มการให้บริการไปยังศูนย์ ITC ส่วนภูมิภาคทั้ง 12 แห่งแล้ว โดยใช้โมเดลจากศูนย์ปฏิรูปอุตสา หกรรม (ITC) ที่กรุงเทพฯ เป็นต้นแบบ ก่อนปรับรูปแบบการให้บริการให้ส อดคล้องกับศักยภาพของอุตสาหกรรม ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเปิดให้บริกา รอย่างเต็มรูปแบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1. ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1            จ.เชียงใหม่ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพอุตสาหก รรมสร้างสรรค์ และอุ ตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป 2. ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 จ.พิษณุโลก มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพอุตสาหก รรมเกษตรและอาหารแปรรูป การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 3. ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก จ.ลำปาง มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซรามิ ก และที่เปิดไปล่าสุดเมื่อช่วงปลา ยเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คือ     4. ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 จ.อุบลราชธานี โดดเด่นในการให้บริการพั ฒนาบรรจุภัณฑ์และรูปแบบสินค้ าให้ทันสมัย และขณะนี้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม Industry Transformation Center หรือศูนย์ ITC ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11  ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้มีความพร้อมในการให้บริ การเป็นศูนย์ล่าสุด เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ในการพัฒนาขบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์   โดยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนา ส่งเสริม ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรแล ะอาหารแปรรูปในพื้นที่ภาคใต้ตอน ล่าง พร้อมเพิ่มขีดความสามารถทางการแ ข่งขันของผู้ประกอบการให้ครอบคลุ มทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ โอทอป ผู้สนใจทั่วไป เพื่อให้บริการพัฒนาสู่ Thailand 4.0 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายสุรชัย กลางพระเนตร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาห กรรมภาคที่ 11 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม หรือศูนย์ ITC ภาคที่ 11 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีหน้าที่ในการสนับสนุนให้ภาคธุ รกิจและอุตสาหกรรมของภาคใต้ ตอนล่าง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้ งหมด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส จะดำเนินงานให้บริการในเรื่องต่ างๆ อาทิ การเป็นศูนย์บริการด้านข้อมูลขอ งผู้ประกอบการ เพื่อการเชื่อมโยงจับคู่ทางธุ รกิจ, การบริการให้คำปรึกษาแนะนำแก้ไข ปัญหาตามประเด็นความต้ องการของผู้ประกอบการเพื่อพั ฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งการออกแบบ การบริหารจัดการ การจัดหาแหล่งทุนและเครื่องมือท างด้านการเงินต่างๆ, การให้บริการเครื่องมือและอุปกร ณ์ ทั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพวัต ถุดิบ เครื่อง 3D Printing 3D Scanning เพื่อการต่อยอดนวัตกรรมและงานวิ จัยไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ มีมูลค่าสูง การให้บริการด้านวิศวกรรม การจัดหาผู้ผลิต ทำการทดสอบและรับรองมาตรฐาน การทดสอบตลาด เพื่อบ่มเพาะให้สามารถนำความรู้ ที่ได้ไปพัฒนาสินค้าและดำเนินธุ รกิจได้เอง โดยมีการแบ่งปันเครื่องจักรอุปก รณ์จากเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐม าให้บริการแก่ผู้ประกอบการเพื่อ เป็นการลดต้นทุนการประกอบกิจการ โดยล่าสุด ทางศูนย์ ITC ภาคที่ 11 ได้มีการติดตั้งเครื่องนึ่งสุญญ ากาศ เครื่องจักรที่ทันสมัยและเป็นเท คโนโลยีล่าสุด คือ มีการนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ซึ่งเป็นการพัฒนาซอฟท์แวย์โดย บริษัท ฟู้ด แมชชินเนอรี่ จำกัด ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องจักรในก ระบวนการแปรรูปอาหารอันดับหนึ่ง ของไทย เพื่อให้บริการวิเคราะห์และแก้ไ ขปัญหาแก่ผู้ประกอบการได้อย่างร วดเร็วและแม่นยำ เข้ามาติดตั้งและให้บริการภายใน ศูนย์เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ของศูนย์ปฏิรูปอุตส าหกรรม (ITC) ภาคที่ 11 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังมีการดึงเอาหน่วยงานเครือข่า ยมาร่วมดำเนินการในพื้นที่อีกด้ วย ได้แก่ สถาบันอาหาร (National Food Institute) ซึ่งให้บริการด้านการวิจัยและพั ฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์  การทดสอบ ตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการและการ ปนเปื้อนต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอ าหารไทย โดยเฉพาะ SMEs กลุ่ม Starup และกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลาแล ะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่วั ตถุดิบทางการเกษตรในท้องถิ่น รวมถึงมีทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ ยวชาญในการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ ประกอบการ หรือ SMEs ที่มีความต้องการในการส่งออกสิน ค้าไปยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สินค้าป ระเภทอาหารแปรรูปมากกว่า 10 ชนิด ที่มีความต้องการและสามารถผลั กดันให้เป็นสินค้า OTOP ส่งออกไปขายยังตลาดต่ างประเทศได้

นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดสรรงบปร ะมาณให้สถาบันอาหารดำเนินการจัด ตั้งศูนย์การออกแบบและตรวจสอบอุ ตสาหกรรม (สาขาอาหาร) ต้นแบบขึ้นเป็นแห่งแรกในจังหวัด สงขลา โดยได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่ ดำเนินการจากกรมส่งเสริมอุตสาหก รรม ตั้งอยู่ภายในอาคารศูนย์หัตถกรร ม บริเวณชั้น 2 และ ชั้น 3 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยปัจจุบัน ศูนย์ฯ มีความพร้อมในการให้บริการเต็ มรูปแบบ ประกอบด้วยเครื่องมือวิจัย ทดลอง ผลิต และทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาผลิตภั ณฑ์ ทดลองผลิตจริง ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยอาห ารได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังให้บริการในรูปแบบ OEM Service โดยรับผลิตอาหารและเครื่องดื่มภ ายใต้แบรนด์ของลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่จัดหาวัตถุดิบ และส่วนผสมต่างๆ การคิดค้น พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และผลิต การบรรจุสินค่า ไปจนถึงการขอขึ้นทะเบียน อย. ด้วย

“ศูนย์ฯ มีเป้าหมายให้บริการผู้ประกอบกา รในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ปีละ 30 ราย ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลหรือข องสด ผลิตภัณฑ์อาหารในภาชนะปิดสนิทปร ะเภทต่างๆ ผลิตภัณฑ์อาหารอบแห้ง เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์อาหารทอด ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทำแห้งด้วยค วามเย็น (freeze drying) หรือการแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำ ผลไม้ หรือเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร โดยเน้นให้บริการด้านพัฒนาผลิ ตภัณฑ์และพัฒนาระบบมาตรฐาน”

ด้านตัวแทนผู้ประกอบการ SMEs ใน จ.สงขลา คุณบุลภร บุญสุวรรณ เจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ข้าวต้มมัด เนินขุมทอง ซึ่งเติบโตมาจากธุรกิจร้านอาหาร ก่อนพัฒนามาเป็นผู้ประกอบการท้อ งถิ่น เจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้าของฝาก “ข้าวต้มมัดเนินขุมทอง” ขึ้นชื่อแห่งเมืองหาดใหญ่ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ   แบรนด์ “เนินขุมทอง” เกิดจากการริเริ่มต้องการขยายธุ รกิจขายขนมของฝากภายในร้านอาหาร ของตัวเอง โดยเริ่มจากการทำขนมจากขาย ก่อนเปลี่ยนมาเป็นการนำเอาเมนู ข้าวต้มมัดไส้กล้วยของคุณแม่ มาทำเป็นของฝากจนลูกค้าติดใจ จึงมีการปั้นแบรนด์ “เนินขุมทอง” อย่างจริงจัง แต่ด้วยวิธีการทำสด ทำให้ระยะเวลาในการเก็บรักษาจึง อยู่ได้ไม่นาน จึงมีการขอคำปรึกษาและทำวิจัยร่ วมกับมหาวิทยาลัยสงขลา ในการหาวิธีการช่วยยืดอายุด้ วยวิธีการแช่แข็ง จนประสบความสำเร็จ ก่อนมีการคิดเพิ่มไส้อื่นๆ เข้ามาเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยปัจจุบันมีไส้เผือกกวน, ถั่วกวนไข่เค็ม, ธัญพืช, กุ้ง-มะพร้าว, ใบเตย, ไก่-เห็ดหอม และมีการใส่ความเป็นใต้ลงไป คือ ไส้คั่วกลิ้งไก่ นอกจากนี้ ยังมีการทำข้าวต้มมัดข้าวเหนียว ดำไส้กล้วย และข้าวต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยอง -ไข่เค็ม เพื่อความหลากหลายให้ลูกค้าเลือ กมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันข้ามต้มมัดเนินขุมทอ ง มีจำหน่ายที่เนินขุมทองการ์เด้น แล้ว ยังมีขายที่ร้านเฟิร์ส&เฟิร์น ร้านกาแฟไทยภายในสนามบิ นนานาชาติหาดใหญ่ และร้านกาแฟอเมซอน สาขาลีการ์เด้นท์พลาซ่า

 “ข้าวต้มมัดเนินขุมทองเป็นข้ าวต้มมัดที่มีหลายไส้ให้เลือก รสชาติอร่อย เก็บได้นาน จึงทำเป็นที่นิยมของผู้ที่เดินท างมาหาดใหญ่นิยมซื้อรับประทานแล ะซื้อไปเป็นของฝากเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากสถานที่จำหน่ายในปั จจุบันแล้ว เราวางแผนจะมีการขยายตลาดไปยังโ มเดิร์นเทรดต่างๆ และเรายังเล็งเห็นโอกาสในการขยา ยตลาดไปยังต่างประเทศ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ใช้ ชีวิตในต่างประเทศและคนต่างชาติ ที่ปัจจุบันนิยมหันมารับประทานอ าหารไทยมากขึ้น โดยกลุ่มประเทศที่น่าสนใจคือประ เทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เนเธอแลนด์ สวีเดน และประเทศทางแถบตะวันออกกลาง ซึ่งในส่วนของการขยายธุรกิ จตรงนี้ ทางเราจะเข้าไปพูดคุยเพื่อปรึกษ าผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ ITC ภาคที่ 11 ในการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งการเข้าไปใช้บริ การเครื่องนึ่งไอน้ำที่จะมี การติดตั้งภายในศูนย์ เพื่อทำวิจัยและพัฒนาสินค้าร่วม กัน เพื่อหาวิธีการช่วยยืดอายุของสิ นค้าให้ได้นานมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการเข้าไปขอคำปรึกษาจากสถ าบันอาหาร ซึ่งจะมีการดึงเข้ามาอยู่ในศู นย์ ITC ภาคที่ 11 แห่งนี้ด้วย ในการเตรียมความพร้อมการขอยื่นข อตราสินค้าทั้ง ฮาลาล, อย. และเครื่องหมาย จีเอ็มอี อีกด้วย”

            คุณศิรินนภา แสงทักษิณ ผู้จัดการ บริษัท หาดใหญ่แคนนิ่ง จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกลูกตาลบรรจุกระ ป๋องมากที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นจากการที่คุณพ่อเ ล็งเห็นว่าจังหวัดสงขลาเป็นจังห วัดที่มีต้นตาลมากที่สุดในประเท ศไทย จนได้รับสมยานามว่า “สงขลาเมืองตาลล้านต้น” จึงเป็นความคิดริเริ่มธุรกิจของ คุณพ่อในการทำธุรกิจลูกตาลบรรจุ กระป๋อง โดยมีผลิตภัณฑ์ลูกค้าลอยแก้ วในน้ำเชื่อม ลูกตาลทอง เป็นสินค้าของฝากขึ้นชื่อของบริ ษัท โดยที่ผ่านมาจะเป็นการผลิตเพื่อ ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก่อนเล็งเห็นช่องทางการตลาดในปร ะเทศไทย จนเกิดเป็นแนวคิดทำลูกตาลทองบรร จุในถุงสุญญากาศ ด้วยเครื่องแวคคั่มสุญญากาศ ซึ่งเป็นการคิดค้นและพัฒนาโดยคุ ณพ่อเอง เพื่อหาวิธีช่วยยืดอายุสินค้ าให้อยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น จับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบซื้ อของฝากแต่ไม่นิยมรับประทานอาหา รกระป๋อง แต่ต้องการของฝากที่สะดวกต่อการ เดินทาง และรับประทานง่ายๆ ประกอบกับสินค้าของเรามีการการั นตีความสดจากแหล่งวัตถุดิบ ผ่านการคัดสรรทุกชิ้น อร่อยได้คุณภาพตามมาตรฐานส่งออก และปราศจากวัตถุกันเสีย จึงทำให้สินค้าของเราได้รับการต อบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเ ติมได้ที่ ศูนย์ ITC ภาค ที่ 11 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งให้บริการครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส โดยสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่ อนไหวต่างๆ เข้ารับคำปรึกษา ตลอดจนเข้ารับบริการความช่ วยเหลือต่างๆ ตามพันธกิจของศูนย์ปฏิรูปอุตสาห กรรม ได้ทางเว็บไซต์ www.itc11.go.th หรือ Facebook https://th-th.facebook.com/pg/ dip.ipc11 หรือที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 11 ถนน    กาญจนวนิช ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  โทร. 074211906-8 หรือ e-mail: ipc11@dip.go.th




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 หรือ ID Line : @LBU8361R ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ