นายโอกุริ โทโมโยชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพดี และมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งไทยยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตด้านยอดขายและเป็นตลาดสำคัญที่สุดของยูนิโคลในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ด้วย ซึ่งยูนิโคล่เปิดสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อปี 7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมี 35 สาขา และเป็นตลาดที่เติบโตดี ปัจจุบันในอาเซียนและโอเชียเนียมีร้านยูนิโคล่รวมกว่า 175 สาขา ขณะที่ทั่วโลกมีใน 19 ประเทศ รวมกว่า 1,900 สาขา ส่วนในญี่ปุ่นมี 850 สาขา ส่วนปีนี้มีแผนเปิดสาขาใหม่ในอาเซียนกับโอเชียเนียรวม 40 สาขา
“ ปีนี้บริษัทได้วางแผนในการขยายสาขาเพิ่มขึ้น โดยวางแผนจะเปิดสาขาใหม่ในไทย 3 แห่ง มากกว่าปีที่แล้วที่เปิดสาขาเดียว ภายใต้ 2 โมเดล ที่ยูนิโคล่วางไว้ในการเปิดสาขา คือ ในห้างสรรพสินค้า แบบโรดไซด์สโตร์ ซึ่งในญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่แรก และมีการขยายโรดไซด์สโตร์ไปอีก 2 ประเทศในเอเชีย คือ เกาหลีใต้ กับไต้หวัน เท่ากับว่าไทยมีครบทั้งสองโมเดลแล้ว ปัจจุบันไทยมีร้านยูนิโคล่ประมาณ 35 สาขา ซึ่งเป็นร้านแบบเดียวคืออยู่ในศูนย์การค้า ล่าสุดเปิดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราชเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ”
อย่างไรก็ตาม สาขาใหม่ที่จะเปิดในไทยยังคงเน้นการเปิดกับพันธมิตรที่เป็นแลนด์ลอร์ด เช่น เซ็นทรัลพัฒนา และกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นหลัก โดยแผนปีนี้จะเปิดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมหาชัย และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก ส่วนอีก 1 สาขาจะเปิดที่กรุงเทพฯ จะเป็นรูปแบบใหม่ในประเทศไทย และเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปิดรูปแบบใหม่นี้ ชื่อว่า ร้านโรดไซด์ สโตร์ ที่เป็นร้านแบบสแตนด์อะโลน (Roadside Store) หรือร้านที่อยู่ในทำเลติดถนน บริเวณย่านพัฒนาการ 58 ขนาดพื้นที่ 1,440 ตารางเมตร ในวันที่ 23 มี.ค.2561 จับกลุ่มครอบครัวเป็นหลัก โดยสาขาแห่งนี้จะมีสินค้าที่ค่อนข้างครบครัน หรือใกล้เคียงกับทำเลขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์ขนาด 1,500-2,000 ตารางเมตร ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ สตรี และเด็ก ขณะเดียวกันก็ยังขยายในช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย ซึ่งได้เริ่มจำหน่ายช่องทางออนไลน์แล้วประมาณปีกว่าที่ผ่านมา สัดส่วนยอดขายยังเป็นหลักเดียวเท่านั้นแต่ก็เป็นช่องทางที่มีแนวโน้มในการเติบโตดีเช่นกัน