นายรอนนี่ โกรเวอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอนนี่ อินเตอร์-เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์แฟชั่นกลุ่มรองเท้าและนาฬิกา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้ารวม 10 แบรนด์ แบ่งเป็น รองเท้า 6 แบรนด์ และนาฬิกา 4 แบรนด์ เช่น Calvin Klein, Daniel Wellington, See by Chole, William L, WEWOOD, Victoria, Grunland, Sneaky Steve, Diadora เป็นต้น โดยจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าเช่น เซ็นทรัล สยามพารากอน เทอมินัล21อโศก นอกจากนี้ยังมีร้านคอนเซ็ปท์สโตร์สาขาสุขุมวิท26 สุขุมวิท47 และสยามสแควร์ซอย 5 ซึ่งปีที่แล้ว(2560) บริษัทฯมีรายได้รวมเติบโต 30% ส่วนปี 2559 เติบโต 15%
สำหรับปีนี้แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังคงเน้นนำเข้าสินค้ากลุ่มแฟชั่น ที่มีศักยภาพเข้ามา ทำตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้นปีนี้ 2561 ได้นำเข้านาฬิกาแบรนด์ "KNOT" จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าของคือ นายฮิโรมิตสุ เอ็นโดะ อดีตครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ และอยู่ในวงการนาฬิกามานานกว่า 15 ปี โดยบริษัทฯได้เปิดร้านรูปแบบแกลลอรี มีสาขาแรกอยู่บริเวณสุขุมวิท 47 ทำเลใจกลางเมือง สำหรับการเลือกเปิดในทำเลดังกล่าวเพราะ เป็นทำเลที่มีประชากรทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก โดยได้ตั้งเป้ายอดขายสาขาแรกนี้เฉลี่ยวันละ 10 เรือน และจะขยายให้ครบ 10 สาขา ตั้งเป้าหมายยอดขาย 5 ปี ประมาณ 400 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 3% ในปีแรก และเพิ่มเป็น 20% ในปีที่ 5 ในกลุ่มนาฬิกาแฟชันในไทย ซึ่งในกลุ่มนี้มีผู้เล่นรายหลักประมาณ 5 แบรนด์เท่านั้น โดยใช้งบตลาดปีแรก 3 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯวางแผนจะขยายธุรกิจด้วยการนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ คือ นาฬิกา และ รองเท้า เพิ่มอีกอย่างน้อย 2-3 แบรนด์ และพร้อมที่จะขยายสินค้ากลุ่มใหม่ด้วยเช่น สินค้าเอาท์ดอร์ ท่องเที่ยว และกระเป๋า เครื่องหนัง หากมีโอกาสและสามารถเจรจากับเจ้าของแบรนด์ได้สำเร็จ เพราะมองว่า ตลาดสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ดีมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง แต่ต้องทำตลาดและคัดเลือกแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแท้จริง
ด้าน นายฮิโรมิตสุ เอ็นโดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KNOT ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเสริมว่า ไทยเป็นประเทศแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หรือเซาท์อีสต์เอเซียที่แบรนด์ Knot เข้ามาทำตลาด แต่เป็นประเทศที่2ในเอเซียรองจากไต้หวันที่ขณะนี้มี 2 สาขาแล้ว และอีก 12 ป๊อปอัพสโตร์ เนื่องจากมองเห็นศักยภาพตลาดประเทศไทย ที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ขณะนี้กำลังมีแผนเตรียมไปประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ และตั้งเป้าภายในปี 5 ปีจากนี้จะขยายสาขาให้ครบ 20 สาขาในเอเซีย และมีเป้าหมายที่อยากจะขยายไปยังนิวยอร์ก อเมริกาด้วย