“สส.วัชระ”จี้นายกฯปราบโกงรถเมล์เอ็นจีวี. ชี้ชัดรายงานการประชุมบอร์ดฯขสมก.ไม่รับรอง

วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

“สส.วัชระ”จี้นายกฯปราบโกงรถเมล์เอ็นจีวี. ชี้ชัดรายงานการประชุมบอร์ดฯขสมก.ไม่รับรอง


จากกรณีนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก.ยืนยันและแถลงข่าวอ้างว่า บอร์ด ขสมก.ทั้งคณะได้รับรองการประชุมและมีมติเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี. 489 คันวงเงิน 4 พันกว่าล้านบาท จนนำไปสู่การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับเอกชนไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ท่ามกลางความไม่ชอบมาพากลอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กระทั่งมีประชาชนเข้าแจ้งความตำรวจกองปราบฯดำเนินคดีผู้บริหาร ขสมก. ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉสารพัดกระบวนการโกงหลากรูปแบบของ ขสมก.ผ่านสถานีวิทยุรายการดังเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีตรวจสอบขบวนการโกงแบบล้างบางใน ขสมก.ล่าสุดห้องประชุมบอร์ด ขสมก.แทบแตกเมื่อมีการถกบันทึกรายงานการประชุมย้อนหลังพบข้อเท็จจริง บอดร์ดแค่เห็นชอบในหลักการแต่ยังไม่มีมติรับรองให้ลงนามสัญญาจัดซื้อ ด้านอธิบดีกรมบัญชีกลางชิ่งโดดประชุมไม่ขอมีส่วนร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวานนี้( 29 ม.ค.)ว่านายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุสืบจากข่าว 100.5 อสมท.โดยนายสุวิทย์ บุตรพริ้ง และนายจตุพร สุวรรณรัตน์ 2 ผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดประเด็นที่ นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ขสมก.ยืนยันและแถลงข่าวอ้างว่า บอร์ด ขสมก.ทั้งคณะได้รับรองการประชุมและมีมติเห็นชอบโครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV. 489 คันวงเงิน 4 พันกว่าล้านบาท จนนำไปสู่การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับเอกชนไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว โดยนายวัชระ ถึงกับส่งเสียงไอคล้ายๆคำว่า คุก คุก คุก คงต้องมีคนเข้าไปอยู่ในเรื่อนจำกันบ้างละ บริษัทที่ประมูลรถเมล์เอ็นจีวี. ได้ก็คือบริษัทเดียวกับที่ประมูลเครื่องอี-ทิคเก็ต กับเครื่องหยอดแหรียญมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทไปเมื่อปีที่แล้ว และเครื่องอี-ทิคเก็ตกับแคชบ็อกซ์ ก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ว่าผ่านคุณสมบัติเข้ามาได้ยังไง ตนขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ทำการตรวจสอบอย่างจริงจังมากกว่านี้ไม่ใช่ฟังแต่รายงานเท็จจากคนข้างตัว ตนเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนการประมูลรถเมล์มีมาตั้งแต่พ.ศ. 2558 ในครั้งนั้นราคา 3,800 ล้านบาทบริษัทเดียวกันนี้ประมูลได้ไปแต่ก็มีอันต้องยกเลิกไปเพราะมีกรรมการคุณธรรมที่นายกฯตั้งขึ้นลาออกไม่ของมีส่วนกับการจัดซื้อในครั้งนั้น

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ต่อมาปี พ.ศ. 2559 อีกบริษัทหนึ่งประมูลได้ในราคา 3,389 ล้านบาท ถูกลงจากราคากลาง 600 กว่าล้านบาท แต่ไม่สามารถส่งมอบรถได้เพราะมีปัญหาฟ้องร้องศุลกากรคดียังอยู่บนชั้นศาล พอมาเดือนที่แล้ว บริษัทที่ประมูลได้ในปี 58 ร่วมกับอีกบริษัทที่มาจาก ปตท.เสนอราคาสูงถึง 4,221 ล้านบาทแถมไม่มีการประมูลเป็นการคัดเลือก ซึ่งตรงนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินกับ ปปช.ต้องดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย เพราะประเทศชาติเสียประโยชน์ ตัวเลข 4,221 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ตกลงกันได้ยังไง ทั้งๆที่แต่เดิมราคาอยู่ที่ 3,800 ล้านบาทในปี 58 ค่าเงินในขณะนั้นอยู่ที่ 35 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ แต่ปัจจุบันค่าของเงินลดเหลือ 32 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์เอกชนได้ประโยชน์จากค่าของเงินที่แตกต่างกันมากถึง 746 ล้านบาทบวก กับ 421 ล้านบาท รวมกันแล้วยังไม่ต้องทำอะไรเอกชนก็จะได้กำไรไป 1,200 ล้านบาท คำถามคือทำไมนายณัฐชาติ ประธานบอร์ด ขสมก.กับนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ถึงมีความกล้าหาญขนาดนี้

“ผมอยู่เฉยไม่ได้ครับ ทำไมท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงปล่อยปละละเลยปล่อยให้กรณีอย่างนี้เกิดขึ้น ถ้าคุณไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างนี้แล้วจะมาขูดเลือดขูดเนื้อจากพี่น้องประชาชนขึ้นค่ารถเมล์อีก 2 บาท ผมอดีตส.ส. หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ผมยอมไม่ได้  มันเจ็บปวดหัวใจครับ”

นายวัชระ กล่าวต่อไปว่า เมื่อพลเอกประยุทธ ประกาศนโยบายปราบโกง ขจัดคอรัปชั่น อย่างเด็ดขาดและตามรัฐธรรมนูญท่านให้พี่น้องประชาชนเป็นหูเป็นตาในการปราบปรามทุจริตให้กับรัฐบาล ผมถึงได้ไปยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการให้กับท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่คนที่รับผิดชอบตรงๆก็คือนายณัฐชาติ กับนายไพรินทร์ สำหรับข้าราชการหรือบอร์ด ขสมก.รัฐธรรมนูญของอาจารย์มีชัย เปิดโอกาสช่วยให้ท่านพ้นผิดได้ โดยการทำหนังสือโต้แย้งไปยัง ปปช.หรือ สตง.ว่าไม่เห็นด้วยประการใดและประเทศชาติเสียประโยชน์อย่างไร ท่านก็จะพ้นผิดทำหนังสือส่งไปเล่าเรื่องเลย ว่าข้าพเจ้านายนี้ตำแหน่งนี้ เนื่องจากว่าโครงการนี้ส่อพิรุธว่าราคากลางสูงขึ้นกว่าราคากลางถึง 400 ล้านบาท ข้าพเจ้าเห็นราคาประมูลปี 58 อยู่เพียงแค่ 3,800 ล้านบาท เป็นที่น่าสงสัยน่าจะส่อไปในทางทุจริต ข้าพเจ้านายนี้ตำแหน่งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการที่ตกลงราคากัน 4,221 ล้านบาท ข้าราชการหรือบอร์ดท่านนั้นก็จะพ้นผิด

สำหรับที่ประชุมบอร์ด ขสมก.เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า  บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากที่มีบอร์ด 3 ท่านคือ รอง.ศ.คณิต วัฒนวิเชียร พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ และนายสมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ เสนอให้มีการบันทึกรายงานการประชุม 2 ข้อคือ “1.การประชุมบอร์ด ขสมก.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2560 ที่ผ่านมา มติคณะกรรมการฯขสมก.เป็นเพียงแค่เห็นชอบในหลักการแต่ไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องมาดูคำชี้แจงเพิ่มเติมในวันที่ 20 ธ.ค.2560 อีกครั้งหนึ่งก่อน และ 2.ประเด็นจำนวนบอร์ดที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงและมีการให้สัมภาษณ์สื่อว่ามีบอร์ดเข้าประชุม 10 คนมีมติเห็นชอบ 6 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 ซึ่งไม่เป็นความจริงนั้นให้นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.ไปชี้แจงเอาเอง”

การลงบันทึกในรายงานการประชุมทั้ง 2 ข้อนี้หมายความว่า กรณีที่นายณัฐชาติ ไปอ้างว่าบอร์ดมีมติเห็นชอบและมีมติอนุมัติให้จัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี.เป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและเป็นโมฆะนอกจากนี้นายชัยชนะ มิตรพันธ์ บอร์ดอีกหนึ่งท่านไม่เข้าประชุมด้วยแต่กลับส่งหนังสือคัดค้านการลงนามสัญญาไปยังนายณัฐชาติ ประธานฯบอร์ด แต่นายณัฐชาติกลับปิดปากเงียบไม่แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ และเป็นที่น่าสังเกตุว่านางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลางบอร์ดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการลงนามสัญญาจัดซื้อครั้งนี้ไม่เข้าร่วมประชุมถึง 2 ครั้งทั้งในวันที่ 20 ธ.ค.2560 และวันที่ 25 ม.ค.2561 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า อธิบดีกรมบัญชีกลางไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับการรับรองรายงานการประชุมที่เป็นเท็จและนำไปสู่การลงนามสัญญาจัดซื้อกับเอกชน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในที่ประชุมมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นมีการนำบันทึกการประชุมของวันที่ 18ธ.ค. หน้าที่ 24 ซึ่งงสรุปชัดเจนว่า “คณะกรรมการมีมติเห็นชอบตามเสนอ แต่ยกเว้นอนุมัติให้ใช้มติวันนี้ดำเนินการตามให้เอามติที่พร้อมข้อสังเกตออกมาว่าสรุปอย่างไร และก็วันที่ 20 เราก็บันทึกอีกทีหนึ่งขอดูตรงนั้นอีกที บอร์ดจะได้ดูและมีความเห็นแก้ไขใบรับรองกันในวันที่ 20 เพราะว่า 2 วันคงไม่มีผลอะไร ประเด็นที่บอร์ดสรุปเลยว่า TOR ประเด็นอะไร ตอบคำถามอย่างไรให้ครอบคลุม และก็มาดูกันวันที่ 20 น่าจะดีและมีความมั่นใจด้วยว่าแกะเทปเอาที่บันทึกวันนี้และสรุปเป็นประเด็นต้องยอมรับว่า บอร์ดทุกคนก็ต้องไปรับหน้าทางสังคมกับสาธารณะชนข้างนอก”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังนำบันทึกการประชุมในวันที่ 20 ธ.ค.2560 มาตรวจสอบอีกครั้งและชี้ชัดว่า ในวันประชุมดังกล่าวมีบอร์ดเข้าประชุมเพียง 6 ท่าน และที่สำคัญผลสรุปการลงคะแนนมีบอร์ด 4 ท่านไม่เห็นด้วย  และมีเพียง 2 ท่านที่เห็นด้วยคือนายณัฐชาติ จารุจินดา และนายสมศักดิ์ ห่มม่วง เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มติของบอร์ด ขสมก.ไม่เห็นด้วยให้มีการลงนาม ดังนั้นเมื่อนายณัฐชาติ ออกมายืนยันว่าบอร์ดมีมติเห็นชอบจึงถือว่าเป็นความเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงจึงเป็นที่แน่นอนว่า การกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับสัญญาการจัดซื้อรถโดยสาร NGV.489 คันมูลค่า 4,221 ล้านบาทเกิดปัญหาอย่างแน่นอน กรณีดังกล่าวเคยมีฎีกาที่ 7277/2549 ความว่าสัญญาที่เกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพัน หมายความว่าหากเอกชนยังคงเดินหน้าส่งมอบรถให้ ขสมก.ก็ย่อมได้ แต่ทว่าจะมีผู้บริหาร ขสมก.คนใดกล้าหาญเบิกจ่ายเงินให้หรือไม่?

 




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 ฝ่ายโฆษณา siamturakijofficial@outlook.co.th
© 2013 สยามธุรกิจ