“เซ็น กรุ๊ป” เปิดแผนปีนี้ลุยทำตลาด อัดงบลงทุนปั้นแอป ขยายดีลิเวอรี เต็มพิกัด

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561

 “เซ็น กรุ๊ป” เปิดแผนปีนี้ลุยทำตลาด อัดงบลงทุนปั้นแอป ขยายดีลิเวอรี เต็มพิกัด


นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแบรนด์ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นและอีกหลายแบรนด์   กล่าวว่า  ท่ามกลางการแข่งขันตลาดร้านอาหารและการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ต่างๆ ในปัจจุบัน  ดังนั้น ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นเราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรับตัวตามความต้องการที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาของผู้บริโภคภายใต้กลยุทธ์  คือ การมองรอบด้านผ่านการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ภายใต้แนวคิดมุ่งเน้นให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด (Quality and Beyond)  ภายใต้งบการลงทุนปีที่ผ่านมาราว 200 ล้านบาท ในด้านสาขา การตลาด และระบบต่างๆ เพื่อสร้างความพร้อมและรักษาส่วนแบ่ง 15% ของตลาดอาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่ารวมประมาณ 22,000 ล้านบาท ที่เติบโตไม่มากแค่ 1 - 2% เท่านั้น

ปีที่ผ่านมาเราได้เปิดสาขาแค่ 1 แห่งเท่านั้น คือที่เซ็นทรัลพลาซาโคราช เพราะศูนย์การค้าเปิดน้อย อีกทั้งเราก็ได้ลงทุนในด้านอื่นด้วย เช่น งานระบบและงานพัฒนาสิ่งต่างๆ รวมทั้งการรีโนเวตสาขาเดิมด้วย จากสาขาทั้งหมดเวลานี้ 43 สาขา โดยรีโนเวตใหญ่สาขาแฟลกชิป เช่น เซ็นทรัลพระรามสอง เซ็นทรัลพระรามสาม และปีหน้าจะรีโนเวตแฟลกชิปอีกเช่นที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว พัทยา เป็นต้น และเปิดสาขาใหม่เช่น ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ภูเก็ต เป็นต้น ส่วนที่ถนนคอนแวนต์ปิด เพราะหมดสัญญาเช่า” 

ทั้งนี้ ในส่วนภาพรวมธุรกิจอาหารทั้งกลุ่มเซ็นในปีนี้ (2560) มีผลประกอบการเติบโตประมาณ 8% ขณะที่ปีที่แล้วเติบโตเพียง 6% เท่านั้น โดยที่มีแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น (ZEN) เป็นแบรนด์ทำรายได้หลักมากกว่า 40% ซึ่งแบรนด์นี้ดำเนินกิจการมานานกว่า 25 ปีแล้ว ส่วนต่างประเทศได้ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว 2 แบรนด์ คือ แบรนด์อากะที่ประเทศเมียนมา และแบรนด์ออนเดอะเทเบิลที่กัมพูชา

                ผู้บริหารกล่าวถึงสำหรับแผนปีนี้  (61)  ว่า  ปีนี้บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจรุกทำตลาดเน้นการสร้างประสบการณ์ลูกค้า ผ่าน 4กลยุทธ์ ทั้งด้านอาหารผ่านการยกเครื่องเมนูเล่มใหม่ ด้านการตกแต่งร้าน ด้านมาตรฐานการให้บริการ และด้านการตลาดดิจิตอล  โดยบริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 450 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการขยายสาขาทุกแบรนด์ 250 ล้านบาท และสร้างครัวกลางอีก 200 ล้านบาท รวมทั้งการวางแผนพัฒนาแอปพลิเคชันเองเพื่อใช้ในการบริการจัดส่งหรือดีลิเวอรี่ด้วย จากปัจจุบันที่เริ่มทำดีลิเวอรี่มาได้ประมาณ 6 เดือน ร่วมกับพันธมิตรจัดส่งคือ ไลน์แมน กับ ฟู้ดแพนด้า ล่าสุด บริษัท ได้พัฒนาระบบ จีอีเอส (Guest Experience System) โดยลูกค้าสามารถดาวน์โหลดคิวอาร์โค้ดได้ เป็นระบบในการให้ลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นทุกอย่าง เช่น เรื่องบริการ เรื่องอาหาร เรื่องบรรยากาศ และอื่นๆ และยังได้ขยายการบริการดีลิเวอรี่เครือขายการจัดส่งอาหารถึงบ้าน และการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ และเตรียมแผนที่จะเปิดเผยแอปพลิเคชันสำหรับโทรศัพท์มือถือพร้อมให้บริการครบวงจรสำหรับการจัดส่งอาหารถึงบ้านและนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โปรโมชันพิเศษ ผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีเมนูที่ดีลิเวอรีประมาณ 60 กว่าเมนู และบริการดีลิเวอรี่ในกรุงเทพฯประมาณ 20 กว่าสาขา จากที่มีประมาณ 36 สาขาในกรุงเทพฯ หรือครอบคลุมกว่า 70% ของพื้นที่  โดยบริษัทคาดว่าปีนี้สัดส่วนรายได้จากดีลิเวอรีและออนไลน์จะมีประมาณ 5% จากปีนี้อยู่ที่ 2 - 3% เท่านั้นเอง

 

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ