นายปรมินทร์ ศรีชวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร โดมิโน่ส์ พิชซ่า กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของภาพรวมตลาดธุรกิจอาหารจานด่วนปีนี้บริษัทมองว่าคงเติบโตไม่มากหรือทรงตัว เนื่องจากปัจจัยลบหลายด้านที่ผ่านมาอย่างที่เราทราบกัน ในส่วนของบริษัทเองเราได้เปิดให้บริการร้านโดมิโน่ส์ พิซซ่า ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ตลาดในประเทศไทยยังไม่เติบโตเท่าที่ควร เกิดจากการบริหารแบรนด์ที่โฟกัสผิดจุด คือเปิดร้านโดมิโน่ส์ พิซซ่า โดยเน้นที่ศูนย์การค้าหรือห้างเยอะเกินไป ประมาน 5-10 สาขา ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่จุดขาย ของโดมิโน่ส์ พิซซ่า ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ดังนั้น บริษัทเราได้ทำการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจหลายอย่าง เช่น การปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหาร การเลือกทำเลในการขยายสาขาใหม่จากเดิมที่เน้นการเปิดในคอมมูนิตีมอลล์แล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงหันมาเน้นทำเลตามแหล่งชุมชน เพื่อให้สะดวกในการบริการโดยเฉพาะจุดแข็งของการดีลิเวอรีได้รวดเร็วและสะดวกขึ้น โดยเราวางแผนจะเน้นที่การจัดส่งถึงบ้านหรือ Delivery และบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพ จะเน้นการบริการแบบ Delivery ให้ชัดเจนมากเป็น 70% จากตอนนี้ 40% และจะส่งให้รวดเร็วและมีคุณภาพกว่าคู่แข่ง โดยจะใช้เวลาส่งพิซซ่าให้ได้ประมาณ 15-20 นาที
“ ส่วนความหลากหลายของหน้าพิซซา จะมีเมนูพิซซาที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบสนองคนทุกกลุ่ม ซึ่งมีทั้งแบบพรีเมียม แบบสบายกระเป๋า และแบบเน้นสุขภาพ เช่น มีพิชซาเพื่อสุขภาพ รับประทานแล้วไม่อ้วน เป็นต้น โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ รวมทั้งมีการฝึกอบรมพนักงานด้านบริการหน้าร้าน กิจกรรมการตลาด และอาจจะใช้ ambassador ในปีหน้าเพื่อสร้างกระแสและช่วยอธิบายให้ทุกคนรู้ว่า “โดมิโน่ส์ พิซซ่า” มีดีอย่างไร ซึ่งจะเน้นภาพลักษณ์ที่สนุกสนานและมีความเป็นครอบครัว”
อย่างไรก็ตาม ปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดพิซซ่าอย่างจริงจัง โดยได้วางงบประมาณลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์ของโดมิโน่ส์ให้มีความแข็งแกร่งและให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยงบประมาณนี้จะใช้ทั้งการขยายสาขาใหม่ เน้นการเปิดสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 15 สาขา จะขยายในทำเลใหม่ๆ เช่น แหล่งชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย คอนโดมิเนียมต่างๆ ลงทุนสาขาละ 4-5 ล้านบาท จากสิ้นปี 60 ที่มีสาขารวม 36 สาขา และหลังจากนั้นปี 62 จะเริ่มขยายในรูปแบบแฟรนไชส์ เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้รวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่บริการได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันรายได้ให้เพิ่ม 50% ในปีหน้า จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขายรวมประมาณ 150-200 ล้านบาท เติบโต 2-5%