ดร.สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว โดยมีธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิว “SNAILWHITE” ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (NAMU LIFE) และธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวให้แก่แบรนด์อื่นซึ่งเป็นธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็ก และจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจสกินแคร์ ร่วมกับศักยภาพในการวางกลยุทธ์หลักด้านต่างๆ เช่น กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SNAILWHITE” โดยเราได้ใช้กลยุทธ์การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย กลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์บนสื่อออนไลน์ ด้วยสโลแกนที่โดดเด่นและพรีเซนเตอร์ระดับซูเปอร์สตาร์ รวมไปถึงความพิถีพิถันเอาใจใส่ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการพัฒนานวัตกรรมที่ยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้แก่ผู้บริโภค ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้โตจากหลักร้อยล้านบาทสู่พันล้านบาทในเวลาเพียงแค่ 3 ปี ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามในเอเชียได้ในอนาคตอันใกล้ ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้
ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ SNAILWHITE รวมทั้งสิ้น 6 กลุ่ม ได้แก่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย ผลิตภัณฑ์กันแดด และกิฟท์เซ็ตสำหรับเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 20 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ NAMU LIFE SNAILWHITE Facial Cream ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ากลุ่มร้านค้าขนาดใหญ่ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาส 2 ของปี 2560 โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้า ทั้งในกลุ่มโมเดิร์นเทรด ร้านค้าสะดวกซื้อ และร้านค้าแบบดั้งเดิม ช่องทางจำหน่ายบนสื่อออนไลน์ ร้านของ NAMU LIFE และเครือข่ายกระจายสินค้าในต่างประเทศ รวมแล้วกว่า 10,000 ร้านทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ด้าน นางสาวเสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมสกินแคร์มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในสุขภาพและความงามมากขึ้น สำหรับในประเทศไทยธุรกิจสกินแคร์ได้รับการจัดอันดับจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมดาวรุ่งในปี 2559 นอกจากโอกาสสำหรับตลาดในประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังมีศักยภาพการแข่งขันในวงกว้างขวางในกลุ่มผู้บริโภคทั่วเอเชีย ตลอดจนการซื้อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เราเป็นของฝากกลายเป็นกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนมาก เราจึงเล็งเห็นโอกาสการขยายตลาดในเอเชีย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งตลาดสกินแคร์มีการเติบโตมากถึงร้อยละ 17 ต่อปี โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทั้งในระยะสั้น เช่น การออกผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษสำหรับตลาดจีน และระยะยาว เช่น การจับมือกับพันธมิตรผู้มีความชำนาญในแต่ละประเทศ ทั้งในด้านการผลิต บริหารจัดการ และกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้าย ที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจาก 438 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 1,202 ล้านบาทในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 65.6 ต่อปี ซึ่งรายได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้จากการขายรวม 872 ล้านบาท เทียบกับ 703 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.1 นอกจากนี้ รายได้จากการขายในต่างประเทศในครึ่งแรกของปี 2560 อยู่ที่ 332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 72 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่งสะท้อนการเติบโตในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกัน ผลกำไรของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 28 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 335 ล้านบาทในปี 2559 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่สูงถึงร้อยละ 248.8 ต่อปี โดยบริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.3 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 27.8 ในปี 2559 และสำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 กำไรสุทธิของบริษัทฯ อยู่ที่ 209 ล้านบาทลดลงเล็กน้อยจาก 213 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย โดยการเติบโตในอนาคตของบริษัทฯ ยังมีแนวโน้มที่ดี จากรายได้ของผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์หลักซึ่งก็คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า และศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคตด้วยการเติบโตของยอดขายจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่หลากหลายมากขึ้น