ด้วยจำนวนประชากรกว่าพันล้านคน ประกอบกับความมั่นใจในแบรนด์ไทย จีนจึงเป็นตลาดใหญ่ ที่เป็นโอกาสของสินค้าไทย
นายวิชาญ ศรีวนาลักษณ์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ บริษัท อีแอลอี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมา “อีแอลอีธุจ้า” (eletujaa)เครื่องสำอางแบรนด์ไทย เริ่มวางจำหน่ายในประเทศแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ปีที่ 2 ได้บุกตลาดจีนจนเป็นที่ยอมรับ และมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2559 มียอดขายในจีน 200 ล้านบาท จาก 6 ผลิตภัณฑ์หลักที่เน้นการบำรุงผิว คาดว่าจะเติบโตเป็น 500 ล้านบาทในปีนี้ และยังคงตั้งเป้าการเติบโต 200% ในปีหน้า หรือยอดขาย 1 พันล้านบาท
ปัจจัยการเติบโตที่สำคัญคือการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในจีน และฐานลูกค้าที่ยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ แอลอี มิเนอรัล ไวท์ มาส์กพลัส ครีมมาส์กหน้าก่อนนอนที่ยังขายดีตลอดกาล
“พฤติกรรมของลูกค้าชาวจีนคล้ายคลึงกับคนไทย ชื่นชอบความกระจ่างใส ไร้ริ้วรอยบนใบหน้า แต่ต้องการสินค้าที่ให้ความชุ่มชื่นมากกว่าคนไทย”
ตลาดในประเทศ ในปี 2559 มียอดขาย 50 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโตเป็น 100 ล้านบาทในปีนี้ กลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยสินค้าวางจำหน่ายในช่องทางหลักอย่าง คิงเพาเวอร์, ร้านบู๊ทส์ และเซเว่นอีเลฟเว่น
ล่าสุด ได้ร่วมออกงานแสดงสินค้า Beyond Beauty ASEAN – Bangkok 2017 ซึ่งเป็นงานเฉพาะด้านความงานและเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรู้จักแบรนด์eleมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบัน eleมีสินค้าวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จีน ไต้หวัน เกาหลี และมีแผนขยายไปประเทศเวียดนาม ส่วนประเทศเพื่อนบ้านจะมีพ่อค้าแม่ค้าหิ้วสินค้าเข้าไปขายบ้างแล้ว เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เป็นต้น
อุปสรรคสำคัญในการเข้าตลาดจีนคือการลอกเลียนแบบ ele เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับผลกระทบนั้นเช่นกัน แต่ได้แก้ปัญหาด้วยการ ออกแบบกล่องให้มีรายละเอียดและซับซ้อนพร้อมทั้งการใช้ระบบ Hidden Tag เทคโนโลยีจากเกาหลี เป็น QR Code ที่ติดลงบนกล่องสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเช็คสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นว่าเป็นของจริงหรือไม่ นับเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและการบำรุงผิวเจ้าเดียวในประเทศไทยที่นำระบบนี้มาใช้
“อีแอลอี เป็นตัวย่อมาจากช้างเผือกหรือ Albino Elephant สะท้อนถึงความไม่ธรรมดา เลอค่า งดงาม ตามความเชื่อของคนไทย และยังใส่คำทักทายแบบไทยๆ คือ ธุจ้าเพิ่มเข้าไปด้วย มองผ่านๆ จึงยังไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเป็นสินค้าแบรนด์ไทย เราจึงมีเป้าหมายที่จะขยายการรับรู้ของคนไทยมากขึ้น พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2 รายการ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้” นายวิชาญ กล่าวในตอนท้าย