นางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณี บริษัท อเดลฟอส จำกัด เป็นบริษัทนิติบุคคล ที่มีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี และ นายปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เข้ามาร่วมถือหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง จำกัด ในสัดส่วน 50% มูลค่าเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท เป็นดีลการเจรจาเข้ามาถือหุ้นเพิ่มทุน ไม่ใช่การขายหุ้นเดิม โดยบริษัทดังกล่าวมองเห็นถึงศักยภาพอัตราการเจริญเติบโตของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แชนแนล เทรดดิ้ง ซึ่งประกอบด้วย ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 คลื่นวิทยุเอไทม์มีเดีย จีเอ็มเอ็ม ทีวี และเอไทม์ ทราเวิลเลอร์ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน อีกทั้งมีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของทีมงานของบริษัทซึ่งการร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะมาช่วยเสริมให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านคอนเทนท์มากขึ้น โดยจะส่งผลให้มีการเติบโตได้เร็วขึ้นในอนาคต ซึ่งในเบื้องต้นในช่วง 2-3 เดือนนี้จะมีการปรับโครงสร้างใน 2 ส่วนหลัก คือ 1. การเปลี่ยนแปลงค้ำประกันภาระหนี้ และ 2. การปรับโครงสร้างสี่บริษัทภายในเครือ ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนภายในไตรมาสสี่ 2560 รวมถึงผลประกอบการจะเริ่มนับหนึ่งในช่วงปลายปีนี้
สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เป็นหลัก มุ่งขยายใน 3 ส่วนหลัก คือ 1. ขยายฐานคนดู จากที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่มคนกรุงเทพฯ อายุ 15-34 ปี จะขยายไปสู่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะกลุ่มเจนซีที่เป็นคนรุ่นใหม่ทันสมัยไม่จำกัดในเรื่องของอายุ 2. เพิ่มเรตติ้งจากปัจจุบันอยู่ที่ 0.18 และ 3. เพิ่มคอนเทนต์โดยจะให้เวลาในส่วนของละครเพิ่มขึ้น รวมถึงมองหาคอนเทนต์ต่างประเทศเข้ามาและการส่งออกคอนเทนต์ไปยังต่างประเทศหรือมีการทำโปรดักชันต่างประเทศ อย่างละครเรื่อง แหวนดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนในแผนปีหน้า ส่วนปีนี้ยังไม่มีแผนปรับผังรายการไปจนถึงสิ้นปี
"การหาผู้ลงทุนเข้ามาเพิ่มทุนบริษัทฯ ครั้งนี้เป็นการลงทุนในช่วงเวลาที่ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 มีศักยภาพที่ดีและมีโอกาสทางธุรกิจ มองเป็นสัญญาณที่ดีในการเอาเงินไปใช้ต่อยอดธุรกิจ โดยจะนำเงินทุนนี้มาขยายศักยภาพคอนเทนต์และด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์สู่จุดต่างๆ โดยเฉพาะกับแผนธุรกิจในปีหน้าที่จะเน้นไปยังช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เป็นหลัก จากปกติใช้งบลงทุนคอนเทนต์ 500-600 ล้านบาท โดยอเดลฟอสเน้นการลงทุน ส่วนการดำเนินธุรกิจเป็นของจีเอ็มเอ็มชาแนลเทรดดิ้ง ซึ่งไม่มีผลต่อพนักงานที่มีอยู่ร่วมกันกว่า 600 คน”
ผู้บริหารกล่าวต่อว่า การที่มีเงินเพิ่มขึ้นจะเอาไปทำอะไรต้องวางแผนให้ดีเพราะมีหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อภาพรวมรายได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์การขาดทุนต่อปีจะดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนอยู่ 300 ล้านบาท หรือการลงทุนในช่องจีเอ็มเอ็ม 25 น่าจะคุ้มทุนเร็วขึ้น เชื่อว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเนื่องจากมองว่าปีหน้าจะเป็นปีที่เข้าสู่การแข่งขันที่แท้จริง หลังจากปีนี้มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลง
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะส่งผลให้บริษัทมีการปรับโครงสร้างการลงทุนใหม่ ภายใต้การบริหารงานโดยนางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา CEO ของกลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม ชาแนล เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งจะประกอบไปด้วย 4 บริษัท คือ จีเอ็มเอ็มชาแนล (จีเอ็มเอ็ม 25), จีเอ็มเอ็มทีวี, จีเอ็มเอ็มมีเดีย และเอไทม์ทราเวลเลอร์ จากเดิมบริษัท จีเอ็มเอ็ม ชาแนล เทรดดิ้ง จำกัด มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 800 ล้านบาท และมีบริษัทในเครือ ประกอบด้วย จีเอ็มเอ็ม ชาแนล, จีเอ็มเอ็มมีเดีย, จีเอ็มเอ็มทีวี, เอไทม์มีเดีย, เอ็กแซ็กท์, ซีเนริโอ, ทีน ทอล์ก และ บลิส