นายร็อด เร้าท์ลี่ย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามในชื่อ “วัตสัน” กล่าวว่า จากไลฟ์สไตล์การช็อปปิ้งของผู้บริโภคในปัจจุบันผู้บริโภคมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ‘กลุ่มเชื่อมต่อ (Connected)’ และกลุ่ม‘ไม่เชื่อมต่อ (None connected)’ แบ่งตามการเชื่อมต่อกับแบรนด์ผ่านสื่อจออิเล็คโทรนิคส์ (Multiscreen) โดยกลุ่มลูกค้าหลักของวัตสันคือกลุ่มเชื่อมต่อ ที่มีความซับซ้อนในการช็อปปิ้งมากขึ้น มีการหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจมากขึ้น เช่น การไปทดลองสินค้าที่หน้าร้าน หาข้อมูลรีวิวสินค้าจากอินเตอร์เน็ต การพูดคุยในโซเชียลมีเดีย คำบอกเล่าจากคนรอบตัว แล้วจึงค่อยตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้จากการแข่งขันธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพและความงามมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นจากเทรนด์ผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยนไป วัตสันเองในฐานะที่เราเป็นร้านค้าปลีกผู้นำในด้านสุขภาพและความงาม เราต้องทำการปรับตัวให้สอดรับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ เพื่อตอบรับกับยุคสมัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน
ล่าสุด บริษัทจึงได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ภายใต้แนวคิดใหม่ของแบรนด์ ‘ใช้ชีวิตให้รู้สึกดี Look good. Feel great’ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในปัจจุบันมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน ซึ่งเป็นกเป็นกลุ่มที่เชื่อมต่อกับแบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์ อีกทั้งกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มหลักของวัตสัน โดยใช้เม็ดเงินกว่า 100 ล้านบาท ทำการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ (Brand Refreshment) ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศภายในร้าน ยูนิฟอร์มของพนักงานที่ให้บริการ รวมถึงร้านที่เปิดให้บริการ 65 สาขาที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงการขยายเพิ่มอีก 50 สาขา ส่งผลให้ปีนี้มี 467 สาขา และจัดโปรโมชั่นตลอดปี เพื่อเป็นทางหนึ่งของการสร้างยอดขาย
สำหรับภาพรวมของวัตสันในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมาย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเติบโตได้ 2 หลักจากปีที่แล้ว ส่วนการปรับภาพลักษณ์ดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่ 3 เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจ และคาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น อายุ 18-20 ปีต้นๆ ได้เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 20% จากยอดสมาชิกรวม 3.3 ล้านราย ซึ่งเห็นได้จากที่บริษัทได้เริ่มทยอยปรับภาพลักษณ์ใหม่ของร้านตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น