นายรชต ธีระบุตร กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ประเทศไทย หรือเอสพีอี กล่าวว่า โซนี่ พิคเจอร์ส สตูดิโอ หนึ่งในค่ายหนังเมเจอร์ชองฮอลลีวู๊ด ประกาศตั้งค่ายหนังภายใต้ชื่อ โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ใน 3 ประเทศหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย สิงค์โปร์ และประเทศไทย ในปี 2560 และเปิดสำนักงานใหม่แห่งแรกที่อาคารจามจุรีสแควร์ เนื่องจากทางโซนี่กรุ๊ปมีแผนที่จะขยายธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ในไทยแบบเต็มรูปแบบและครบวงจรในอนาคต อีกทั้ง ทาง โซนี่ฯ เองมองว่าจะทำให้เรามีความคล่องตัวและขยายธุรกิจและแนวของหนังได้มากขึ้นในส่วนของการจัดจำหน่ายหนัง และคาดว่าปลายปีนี้จะมีอีก 2 หน่วยธุรกิจจะเข้ามาเปิดดำเนินการในไทยด้วย คือ หน่วยผลิตคอนเทนต์ที่ป้อนให้กับทางสื่อทีวี และหน่วยธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับการซื้อขายเวลาแอร์ไทม์ เนื่องจากบริษัทแม่มองเห็นศักยภาพของตลาดบันเทิงในไทยที่เป็นระบบดิจิตอลแล้ว รวมทั้งตลาดเอเชียที่มีการเติบโตดี และเป็นตลาดใหญ่ มากกว่าตลาดยุโรปและอเมริกา
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายหนังภายใต้บริษัทใหม่นี้จะมีหนังเข้าฉาย 20 เรื่อง ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2560 นี้ไว้ที่ 800 ล้านบาท สูงที่สุดของโซนี่ในไทยที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดรวมหนังในไทยปี 2560 (เฉพาะกรุงเทพฯ และเชียงใหม่เท่านั้น) จะอยู่ที่ 4,600 ล้านบาท จากปีที่แล้วตลาดรวมมูลค่า 4,400 ล้านบาท สัดส่วนหนังฮอลลีวูด 3,690 ล้านบาท (82%) หนังไทย 558 ล้านบาท (13%) และหนังอื่นๆ ทั่วไป 259 ล้านบาท (6%) ซึ่งหนังไทยสัดส่วนจะน้อยลงเรื่อยๆ จากเดิม 10 กว่าปีก่อนมีอยู่ 40% สำหรับ ครึ่งแรกของปีนี้บริษัทมีรายได้แล้ว 223 ล้านบาท โต 80% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่ทำได้ 24 ล้านบาท ส่วนปีที่แล้วทั้งปีรายได้รวม 456 ล้านบาท จากหนัง 15 เรื่อง ช่วงที่ยังไม่แยกบริษัทกับวอล์ทดิสนีย์
“ นอกจากนี้ ปีนี้โซนี่ยังได้ขยายสู่ตลาดหนังนอกกระแสด้วย โดยจะนำหนังนอกกระแสจากเครือโซนี่ที่ผลิตนำมาฉายในไทย ปีนี้ทดลอง 5 เรื่อง ฉายไปแล้ว 2 เรื่อง รายได้ 8 แสนบาท และ 6 แสนบาท และเหลืออีก 3 เรื่อง คาดว่าเฉลี่ยรายได้ต่อเรื่อง 5 แสนบาท อายุหนังเป็นเดือน ราคาเฉลี่ย 100 บาท ฉายที่เฮ้าส์อาร์ซีเอ”