'หมอยง' แนะคนไทยอย่าตระหนก ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในหมู..แค่งานวิจัยในจีน

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

'หมอยง' แนะคนไทยอย่าตระหนก ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในหมู..แค่งานวิจัยในจีน


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย้ำไข้หวัดใหญ่ G4EAH1N1 เป็นเพียงการศึกษาวิจัยไข้หวัดใหญ่ในฟาร์มหมูในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2018 และเหตุการณ์แพร่ระบาดยังไม่เกิดขึ้นในคนแต่เป็นการนำเสนอผลงานทางวิชาการเท่านั้น

“งานวิจัยนี้ศึกษาไข้หวัดใหญ่ในหมูเป็นหลักและยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดของโรคนี้ในคนแต่อย่างใด และแม้ในงานวิจัยจะกล่าวว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันจะใช้ไม่ได้ผลกับไวรัสสายพันธุ์นี้แต่การพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็สามารถทำได้ง่ายเป็นเพียงเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการระบาด”

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า หมูเป็นสัตว์ที่พบไข้หวัดใหญ่อยู่แล้วและมักจะไม่มีอาการ แต่จะเป็นตัวกลางที่ผสมให้เกิดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆ และแพร่เชื้อเข้าสู่มนุษย์ได้เมื่อเข้าสู่มนุษย์ถ้าเป็นสายพันธุ์ใหม่ทุกคนยังไม่เคยเป็นจึงไม่มีภูมิต้านทานก็จะเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกได้สำหรับไข้หวัดใหญ่ G4EAH1N1 เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่พบในหมูประเทศจีน ชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดใหญ่จะมีทั้งหมด 8 ชิ้น จึงมีการแลกเปลี่ยนกันได้ G4 คือ genotype ที่ 4 EA คือ Eurasian avian และ H1N1 จึงเรียกเป็น G4EAH1N1 ซึ่งเป็นการผสมผสานของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมูในนกและในคนเข้าเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่คล้ายกับครั้งหนึ่งที่เคยมีจุดเริ่มต้นที่เม็กซิโกแล้วระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009

อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวยังไม่เกิดการระบาดจากคนสู่คน แต่เป็นเพียงการศึกษาไข้หวัดใหญ่ในหมู ในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2018 โดยทางการจีนทำการศึกษาพบว่า สายพันธุ์ลูกผสม G4 + EA (Eurasian avian-like) + Triple reassortant คือการผสมชิ้นส่วน 3 สายพันธุ์ G4EAH1N1 ซึ่งภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีดวัคซีนในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์ที่พบนี้ได้

สำหรับไข้หวัดใหญ่ในหมูมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาจากเดิมในอดีตไข้หวัดใหญ่ในหมู จะเป็นสายพันธุ์เดิม classical swine ต่อมามีการผสมผสานเอาชิ้นส่วนของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Eurasian avian-like ซึ่งพบได้ตั้งแต่ก่อนปี 2010 เป็นสายพันธุ์ G1 หลังเกิดการระบาดด้วยไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1  ในปี 2009 ชิ้นส่วนพันธุกรรมของ H1N12009 จึงเข้าไปผสมเป็นไส้ในของไข้หวัดหมูจึงเรียกสายพันธุ์นี้ว่า G2 ส่วน G4 มีการสอดแทรกสายพันธุ์อีก 1 ชิ้น triple-reassortant และพบมากขึ้นในช่วงระยะหลัง สายพันธุ์นี้จึงแตกต่างจาก G1 และ G2 ส่วน G 3,5 และ 6 จะไม่ขอกล่าวในที่นี้

ศ.นพ.ยง กล่าวต่อไปว่า การทดลองในสัตว์พบการติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอยและการสัมผัสโดยตรง สัตว์ทดลองมีอาการค่อนข้างรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นและยังมีการศึกษาในเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่าไวรัสตัวนี้ติดเชื้อได้ง่ายในเซลล์เยื่อบุโดยสรุปก็คือว่า G4EAH1N1 สายพันธุ์นี้พบในหมูที่ประเทศจีนในระยะหลังจนถึงปี 2018 และจากการทดลองภูมิต้านทานที่ฉีดวัคซีนประจำฤดูกาลในคนไม่สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์นี้ได้และไวรัสสายพันธุ์นี้ยังก่อโรคในสัตว์ทดลองได้ มีอาการมากกว่าสายพันธุ์อื่นและสามารถติดต่อได้ทั้งสัมผัสโดยตรงและทางฝอยละออง

“ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงทางการจีนเสนอผลงานทางวิชาการในวารสารที่มีชื่อเสียง PNAS (Proceedings of the National Academy of Science of the United States of America) และเป็นงานวิจัยที่ทำมายาวนานและเป็นการศึกษาแบบลึกซึ้งเราอยากเห็นงานวิจัยแบบนี้ในบ้านเราแต่ต้องเป็นการลงทุนที่เป็นจำนวนมากและหวังว่าคงจะไม่ถูกถามว่าทำวิจัยแบบนี้แล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นไหมเพราะเป็นงานวิจัยพื้นฐานผมเคยถูกถามมาแล้วว่าทำแล้วขายได้หรือเปล่า”




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ