บอลลูนหัวใจ คืออะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร คนกลุ่มไหนที่ต้องทำ?

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

บอลลูนหัวใจ คืออะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร คนกลุ่มไหนที่ต้องทำ?


การทำบอลลูนหัวใจเป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน ที่ช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทความนี้จึงจะพาไปทำความรู้จักตั้งแต่หลักการรักษา ขั้นตอน การดูแลตัวเอง ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้เกี่ยวกับบอลลูนหัวใจอย่างละเอียด

บอลลูนหัวใจ คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร?

ทำบอลลูนหัวใจ (Balloon Angioplasty) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน โดยใช้สายสวนหัวใจ (Catheter) ที่มีลูกบอลลูนขนาดจิ๋วอยู่ที่ปลายสาย สอดเข้าไปในหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ จนกระทั่งไปถึงบริเวณหลอดเลือดหัวใจส่วนที่มีการตีบตันจากคราบไขมันและหินปูน

เมื่อสายสวนถึงตำแหน่งเป้าหมาย แพทย์จะขยายลูกบอลลูนให้ดันคราบไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดให้แบนราบติดผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ทางเดินเลือดให้กว้างขึ้น ในปัจจุบัน มักใส่บอลลูนหัวใจร่วมกับขดลวด (Stent) เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนค้ำยันไม่ให้หลอดเลือดหัวใจกลับมาตีบซ้ำในระยะยาว

บอลลูนหัวใจ สำคัญอย่างไร ผู้ป่วยกลุ่มไหนควรทำ?

การรักษาด้วยบอลลูนหัวใจ มีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีฉุกเฉินและกรณีเรื้อรัง ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแน่นหน้าอก (Angina Pectoris) และลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction) กลุ่มผู้ป่วยที่จำเป็นต้องทำบอลลูนหัวใจ ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน (Coronary Artery Disease) ที่มีอาการแน่นหน้าอกขณะออกแรง และการรักษาด้วยยาไม่สามารถควบคุมอาการได้

  • ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) จากการอุดตันของหลอดเลือดอย่างกะทันหัน ซึ่งต้องการการเปิดหลอดเลือดด่วนที่สุดเพื่อรักษาชีวิต

  • ผู้ป่วยที่มีผลการตรวจสมรรถภาพหัวใจ เช่น การฉีดสีสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) แล้วพบการตีบตันรุนแรงในจุดที่เหมาะสมกับการทำหัตถการใส่บอลลูนหัวใจ

ขั้นตอนการทำบอลลูนหัวใจ เป็นอย่างไร?

การทำบอลลูนหัวใจ เป็นหัตถการที่ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ร่วมกับเครื่องมือทางรังสีและระบบตรวจติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. การเตรียมผู้ป่วยและระงับความรู้สึก : ผู้ป่วยจะได้รับการทำความสะอาดผิวบริเวณข้อมือหรือขาหนีบ จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) โดยผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลาในระหว่างทำ

  2. การสอดสายสวน : แพทย์สอดสายสวนขนาดเล็กผ่านระบบหลอดเลือดไปยังจุดเริ่มต้นของหลอดเลือดหัวใจ

  3. การฉีดสารทึบรังสี : แพทย์ทำการฉีดสีเพื่อระบุตำแหน่ง และประเมินความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ โดยอาศัยเครื่องเอกซเรย์ (Fluoroscopy)

  4. การขยายบอลลูนและวางขดลวด : สอดสายสวนที่มีบอลลูนไปยังจุดที่ตีบ จากนั้นทำการขยายบอลลูนหัวใจ เพื่อดันคราบไขมันกับหินปูนให้แนบกับผนังหลอดเลือด และในหลายกรณีแพทย์จะใส่ขดลวดร่วมด้วย เพื่อช่วยลดโอกาสตีบซ้ำ

  5. การปิดแผล : ถอนสายสวนทั้งหมดออก แล้วทำการกดห้ามเลือดบริเวณรอยเจาะอย่างแน่นหนา

บอลลูนหัวใจ มีวิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำยังไง ให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพ ฟื้นตัวดี

การดูแลก่อนทำบอลลูนหัวใจ

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา สารทึบรังสี อาหารทะเล โรคประจำตัว และยาที่ทานประจำแก่แพทย์

  • งดน้ำและอาหารก่อนหัตถการอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

  • ตรวจการทำงานของไต เนื่องจากมีการใช้สารทึบรังสี

การดูแลหลังทำบอลลูนหัวใจ

  • นอนพักนิ่ง ๆ ประมาณ 6-10 ชั่วโมง พร้อมสังเกตอาการบวม เลือดออก หรือปวดบริเวณแผล

  • ดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อช่วยขับสารทึบรังสี

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักประมาณ 1-2 สัปดาห์

  • รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดอย่างต่อเนื่อง

  • ควบคุมความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด

  • งดสูบบุหรี่และลดอาหารไขมันสูง

หลังทำบอลลูนหัวใจ โดยทั่วไปหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยมักพักรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1 สัปดาห์

บอลลูนหัวใจ มีภาวะแทรกซ้อนอะไรที่ควรรู้บ้าง?

แม้การทำบอลลูนหัวใจจะมีความปลอดภัยสูง แต่ยังอาจพบภาวะแทรกซ้อนบางประการได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคร่วมหลายชนิด สำหรับผลข้างเคียงการทำบอลลูนหัวใจ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ ได้แก่

  • เลือดออกหรือบวมช้ำบริเวณจุดสอดสายสวน

  • ภาวะแพ้สารทึบรังสี มีผื่นคัน คลื่นไส้ อาจกระทบต่อการทำงานของไตชั่วคราว หรือเกิดภาวะช็อกได้

  • ภาวะหลอดเลือดตีบซ้ำ (Restenosis) มักเกิดในกรณีที่คนไข้ไม่ได้ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์

  • ภาวะหลอดเลือดฉีกขาด

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • การเกิดลิ่มเลือดอุดตันภายในขดลวดช่วง 24 ชั่วโมงแรก

บอลลูนหัวใจ วิธีรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ให้กลับมาไหลเวียนดีอีกครั้ง

การทำบอลลูนหัวใจ เป็นวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเปิดช่องทางการไหลเวียนโลหิตให้กลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว บรรเทาอาการเหนื่อยและเจ็บหน้าอกได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ควรมีการดูแลผู้ป่วยหลังทำบอลลูนหัวใจอย่างเหมาะสมร่วมด้วย เพื่อป้องกันการกลับมาตีบซ้ำของหลอดเลือดในอนาคต

ขอแนะนำศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี ที่นี่พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษา โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการสายสวนหัวใจที่ทันสมัยและอุปกรณ์ครบครัน รองรับทั้งการรักษาในภาวะเร่งด่วนฉุกเฉินและการวางแผนรักษาในระยะยาว เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดีแก่ผู้ป่วยทุกคน




บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ