เส้นเลือดขอดไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอก หรือแค่ “ความสวยงาม” อย่างเดียวเท่านั้น แต่หลายคนมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวด หน่วง ขาหนัก น่องบวม หรือเป็นตะคริวตอนกลางคืน จนรบกวนชีวิตประจำวันไปเลยก็ว่าได้
และพอคิดจะรักษา คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ “ควรเลือกคลินิกรักษาเส้นเลือดขอดยังไงให้ตรงจุด?” นั่นก็เพราะเส้นเลือดขอดมีอาการหลายระดับ ตั้งแต่เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ไปจนถึงเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ที่อาจต้องรักษาแบบเฉพาะทาง
บทความนี้จะพาคุณดูแบบครบ ๆ จบสวยไปว่า เลือกคลินิกแบบไหนถึงเหมาะกับอาการ และ เช็กอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
เส้นเลือดขอดมีกี่แบบ? รู้ระดับอาการก่อน จะเลือกคลินิกง่ายขึ้น
ก่อนเลือกคลินิก เราควรรู้ก่อนว่าอาการของเราเข้าข่ายแบบไหน? เพราะแต่ละแบบใช้วิธีรักษาไม่เหมือนกัน
เส้นเลือดฝอย/เส้นเลือดแมงมุม (Spider Veins)
เป็นเส้นเล็ก ๆ สีแดง/ม่วงเป็นใย ๆ มักเห็นชัดบริเวณน่อง ต้นขา แต่ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่บางคนปวดตึงได้
เส้นเลือดขอดขนาดกลาง (Reticular Veins)
อาการระดับนี้ จะมียกระดับขึ้นมาอีกหน่อย คือลักษณะเส้นหนาขึ้น สีเขียว/น้ำเงิน มีอาการหน่วง ๆ ปวดเมื่อยร่วมได้
เส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ (Varicose Veins)
เส้นปูดนูน คดเคี้ยว เห็นเป็นก้อน มักมีอาการปวด หน่วง บวม ตะคริว ถ้าปล่อยไว้นานไม่รีบรักษาให้ดถูกวิธีโดยไว อาจมีผิวคล้ำ ผิวอักเสบ หรือแผลเรื้อรังตามมา
รวมวิธีเลือกคลินิกรักษาเส้นเลือดขอด ให้เหมาะกับอาการ
นี่คือหัวใจเลย! เพราะคลินิกที่เหมาะกับเราจริง ๆ ก็ต้องเลือกจาก ระดับอาการที่เราเป็น ลักษณะเส้นเลือดขอด รวมถึงเครื่องมือ ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญท่านนั้น ๆ เหมาะกับเรามากน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่าง ดังนี้
คลินิกต้องมีการประเมินด้วยอัลตราซาวด์หลอดเลือด (Doppler Ultrasound)
อันนี้สำคัญมากนะ โดยเฉพาะคนที่มีอาการระดับเส้นเลือดปูด/ปวด/บวม เพราะเส้นเลือดขอดส่วนใหญ่เกิดจาก “ลิ้นหลอดเลือดเสื่อม” เลือดไหลย้อนกลับ ถ้าคลินิกมี Doppler จะช่วยให้ รู้ต้นเหตุว่าเส้นไหนเสีย, เลือกวิธีรักษาได้ตรงจุด และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้
ตรงกันข้าม ถ้าถ้าคลินิกไม่ประเมินอะไรเลย แล้วทำเลเซอร์ทันที แนะนำให้ระวังนิดนึงนะ อาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น รักษาไม่หาย เสียเงินรักษาเส้นเลือดขอดฟรี แถมอาการแย่ลงกว่าเดิม เป็นต้น
เลือกคลินิกที่มีวิธีรักษาหลากหลาย ไม่ได้มีแค่วิธีเดียว
เพราะเส้นเลือดขอดไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้อะไรก็ได้เหมือนกันหมด คลินิกที่น่าเชื่อถือมักมีทางเลือก เช่น เลเซอร์เส้นเลือดฝอย, ฉีดยาสลายเส้นเลือด (Sclerotherapy), EVLA / RFA (เลเซอร์/คลื่นความร้อนปิดเส้นเลือด), กาวปิดเส้นเลือด (VenaSeal), ผ่าตัด/ดึงเส้นเลือด ในรายที่จำเป็น เป็นต้น
แพทย์ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด
เพราะเคสเส้นเลือดขอด ไม่ได้วัดจากการรักษาหายเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดจริง ๆ ดังนั้น แนะนำให้ดูว่าเป็น ศัลยแพทย์หลอดเลือด / แพทย์หลอดเลือด หรืออย่างน้อยมีประสบการณ์ดูแลรักษาเคสเส้นเลือดขอดมาเป็นจำนวนมาก
คลินิกควรให้ข้อมูลชัดเจนเรื่องผลลัพธ์ และการดูแลหลังทำ
ถ้าพูดแต่ว่าหาย 100% ครั้งเดียวจบ แบบไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม ระวังคำโฆษณาเกินจริงนิดนึง เพราะคลินิกที่ดีจะบอกตรง ๆ ว่า ต้องทำกี่ครั้ง เห็นผลระดับไหน ต้องใส่ถุงน่องไหม มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ และป้องกันยังไงในระยะยาว
มาตรฐานความปลอดภัยต้องครบ
ตอนที่เข้าไปปรึกษาคุณหมอแนะนำให้ลองเช็กง่าย ๆ ว่ามีไหม เช่น ห้องทำหัตถการสะอาดปลอดเชื้อ, อุปกรณ์ได้มาตรฐาน สอบถามกระบวนการรักษา และมีการติดตามอาการหลังทำไหม? หรือมีการแจ้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ปิดบังด้วยหรือเปล่า เพราะข้อมูลทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่จะมีในคลินิกรักษาเส้นเลือดขอดที่ได้มาตรฐาน
วิธีรักษาเส้นเลือดขอดในคลินิก มีอะไรบ้าง? เลือกแบบไหนให้เหมาะสม
เลเซอร์เส้นเลือด
เหมาะกับเส้นเลือดฝอย/แมงมุม พลังงานเลเซอร์จะช่วยลดรอยเส้นเลือดให้จางลง
ข้อดีที่คนนิยมรักษาวิธีนี้ก็คือใช้เวลาพักฟื้นน้อย แต่อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อที่อาการจะได้สงบลงจริง ๆ
ฉีดยาสลายเส้นเลือด (Sclerotherapy)
เหมาะกับเส้นเลือดฝอย-เส้นกลาง เพราะช่วยให้เส้นแฟบลงและจางลงได้ แต่มีข้อแม้คือกระบวนการรักษาแนี้จะต้องอาศัยเทคนิคแพทย์สูง ดังนั้นควรเลือกคลินิกรักษาเส้นเลือดขอดที่มีรายชื่อแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านเส้นเลือดขอดจริง ๆ
ปิดเส้นเลือดขอดใหญ่จากต้นเหตุ (EVLA/RFA)
เหมาะกับเส้นเลือดขอดปูด เส้นใหญ่ มีอาการชัด ซึ่งเป็นการรักษาที่ ต้นเหตุของเลือดไหลย้อนจนทำให้เกิดเส้นเลือดขอด ข้อดีของเทคนิคนี้คือฟื้นตัวเร็วกว่าแบบผ่าตัดใหญ่
คลินิกรักษาเส้นเลือดขอด ราคาเท่าไหร่?
ราคามักขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนเส้นเลือดที่ต้องรักษา, วิธีที่ใช้รักษาเช่น เลเซอร์/ฉีด/EVLA/RFA ฯลฯ หรือต้องตรวจ Doppler หรือไม่ ไปจนถึงความยากของเคส ประสบการณ์แพทย์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-7,000 บาทสำหรับการรักษาเริ่มต้นอย่างการ ฉีดยาสลายเส้นเลือด (Sclerotherapy)
ส่วนราคาผ่าตัดและเลเซอร์เส้นเลือดขอด อาจมีราคาสูงขึ้น หรือเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทเป็นต้นไป
แต่ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเลือกจากราคาถูกที่สุดอย่างเดียว ให้ดูความคุ้มค่าระยะยาวและการรักษาที่ตรงจุดด้วย ไม่งั้นการรักษาเส้นเลือดขอดกับคลินิกอาจเป็นฝันร้ายตามมาได้
เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาเส้นเลือดขอด?
ในระยะที่เป็นเส้นเลือดขอดแรก ๆ อาจจะพอรักษาให้หายได้เอง แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับเส้นเลือดขอดด้วยแล้ว แนะนำอย่ารอ เช่น ขาบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ, ปวด หน่วง จนเดินลำบาก ลักษณะผิวบริเวณนั้นเริ่มคล้ำ แข็ง หนา หรือคันจนอักเสบ ,มีแผลบริเวณข้อเท้า/หน้าแข้ง ปวดบวมแดงร้อนเฉพาะจุด แนะนำให้เข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินการรักษาโดยทันที
สรุป
การเลือก คลินิกรักษาเส้นเลือดขอด ที่ดี ไม่ได้วัดจากคำโฆษณา แต่ต้องเลือกจาก “ความเหมาะกับอาการ” ของเราเป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่มีเส้นเลือดปูด ปวด หน่วง หรือบวม ควรเลือกคลินิกที่มีการตรวจประเมินด้วย Doppler Ultrasound และมีแพทย์เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด เพื่อวางแผนรักษาอย่างตรงจุด ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ และได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยในระยะยาว