ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยนได้แค่ไหน เหมาะกับใคร

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ฉีดแล้วหน้าเปลี่ยนได้แค่ไหน เหมาะกับใคร


เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ใบหน้ามักเปลี่ยนไปแบบไม่รู้ตัว ทั้งความโทรม ร่องลึก หรือผิวที่ดูไม่สดใสเหมือนเดิม “ฟิลเลอร์” จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่อยากดูอ่อนเยาว์ขึ้น หรือที่ใคร ๆ มักพูดว่า ฟิลเลอร์หน้าเด็กทันใจโดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่ก่อนตัดสินใจฉีด หลายคนยังมีคำถามสำคัญว่า การฉีดฟิลเลอร์ทำให้หน้าเปลี่ยนและเหมาะกับเราจริงไหม บทความนี้จะอธิบายแบบเป็นขั้น เป็นข้อ เข้าใจง่าย และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายของเรา มีหน้าที่สำคัญคือ อุ้มน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น พยุงโครงสร้างผิว และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูมีความยืดหยุ่น

เมื่อแพทย์ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในชั้นผิวหรือชั้นโครงสร้างที่เหมาะสม ฟิลเลอร์จะเข้าไป เติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ร่องลึก หรือส่วนที่สูญเสียปริมาตรไปตามวัย เช่น ใต้ตา แก้มตอบ ร่องแก้ม หรือขมับ ทำให้ผิวดูเต็มขึ้น เรียบเนียนขึ้น และใบหน้าดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่เหมาะกับคนที่อยาก ฟื้นฟูใบหน้าให้ดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน จุดเด่นของฟิลเลอร์คือช่วยเติมเต็มในจุดที่ผิวสูญเสียปริมาตรไปตามวัย ทำให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

เหมาะมากสำหรับคนที่รู้สึกว่า “หน้าเราไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ดูเหนื่อย ดูโทรมกว่าเดิม” ซึ่งมักเกิดจากการยุบตัวของผิวและโครงสร้างใต้ผิว มากกว่าปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง

เหมาะกับคนที่

  • เริ่มมีริ้วรอยหรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ร่องมุมปาก

  • ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อยง่าย แม้นอนครบก็ยังดูไม่สดใส

  • ผิวขาดความอิ่มฟู แก้มตอบ ขมับยุบ หรือผิวดูแห้งขาดน้ำ

  • อยากดูเด็กลงแบบไม่ผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนาน

  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่เปลี่ยน แต่ดูดีขึ้นแบบคนทักว่า “ดูสดขึ้น”

อาจไม่เหมาะกับ

  • คนที่คาดหวังผลลัพธ์ถาวร เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่สลายได้ตามธรรมชาติ

  • คนที่ต้องการเปลี่ยนโครงหน้าแบบชัดเจนมาก เช่น ปรับกระดูกหรือกรอบหน้าใหม่ทั้งหมด

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือข้อห้ามบางอย่าง เช่น โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน การแพ้สารบางชนิด หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไป ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน จากนั้นสารจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้นานหรือสั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ได้เท่ากันทุกคน และไม่ได้ขึ้นกับปริมาณที่ฉีดอย่างเดียว

ชนิดของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นมีความหนาแน่นและโครงสร้างโมเลกุลของ HA แตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์จึงต้องเลือกชนิดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับตำแหน่งและเป้าหมายของการฉีด เพื่อให้ได้ทั้งผลลัพธ์ที่สวยและอยู่ได้นานพอเหมาะ

  • ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม

จะให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับใต้ตา ริมฝีปาก แต่อาจสลายเร็วกว่า

  • ฟิลเลอร์เนื้อแน่น

จะช่วยพยุงโครงสร้างได้ดี เช่น แก้ม คาง ขมับ และมักอยู่ได้นานกว่า

ตำแหน่งที่ฉีด

ตำแหน่งที่มีการขยับหรือเคลื่อนไหวบ่อย ฟิลเลอร์มักจะสลายเร็วกว่า เช่น

  • ริมฝีปาก

  • ร่องมุมปาก

ขณะที่ตำแหน่งที่เคลื่อนไหวน้อย มักทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น

  • ขมับ

  • โหนกแก้ม

  • คาง

การดูแลหลังฉีด

การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ดี และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานขึ้น ดังนั้นพฤติกรรมหลังฉีดมีผลต่ออายุของฟิลเลอร์ไม่น้อย เช่น

  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า เลเซอร์แรง ๆ ในช่วงแรก

  • งดนวด กด หรือกดแรงบริเวณที่ฉีด

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะ HA ช่วยอุ้มน้ำ ยิ่งผิวชุ่ม ฟิลเลอร์ยิ่งดูสวยและอยู่ได้นานขึ้น

ระบบเผาผลาญของแต่ละคน

แต่ละคนมีระบบเผาผลาญและการสลายสารต่างกัน บางคนร่างกายเผาผลาญเร็ว ฟิลเลอร์อาจสลายเร็วกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บางคนอยู่ได้นานเกิน 1 ปี แม้ใช้ฟิลเลอร์ชนิดเดียวกันและฉีดตำแหน่งใกล้เคียงกัน

ทริค 5 ข้อเลือกที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย

การฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่า “ฉีดเยอะแค่ไหน” แต่ขึ้นกับ ความปลอดภัย ความพอดี และความเข้าใจใบหน้าของแต่ละคน หากเลือกถูกตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดความเสี่ยง และได้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติในระยะยาว

1.ฟิลเลอร์แท้ ได้มาตรฐาน

ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ของแท้ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มีเลข Lot ชัดเจน และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ฟิลเลอร์แท้จะสลายได้เองตามธรรมชาติ ลดความเสี่ยงเรื่องก้อน แข็ง หรือผลข้างเคียงในระยะยาว และหากมีเหตุจำเป็น ยังสามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัย

2.แพทย์ประเมินใบหน้าเฉพาะบุคคล

หน้าเด็กของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แพทย์ควร ประเมินโครงหน้า ปริมาตรผิว และปัญหาที่แท้จริงของแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกันทุกหน้า บางคนควรเติมใต้ตา บางคนควรเติมแก้ม หรือปรับสมดุลหลายจุดร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูกลมกลืน ไม่หลอกตา

3.ไม่ฉีดเกินความจำเป็น

ฟิลเลอร์ที่ดีคือฟิลเลอร์ที่ “พอดี” ไม่ใช่ “เยอะที่สุด” การฉีดมากเกินไปอาจทำให้หน้าดูบวม หนัก หรือผิดสัดส่วน แพทย์ที่ดีจะเลือกเติมเฉพาะจุดที่จำเป็น ค่อย ๆ ปรับทีละขั้น เพื่อให้หน้าเด็กขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถเติมเพิ่มได้ในอนาคตหากต้องการ

4.อธิบายผลลัพธ์และข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา

ก่อนฉีด ควรได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนว่า ฟิลเลอร์ช่วยอะไรได้บ้าง และอะไรที่ฟิลเลอร์ไม่สามารถทำได้ เช่น ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มและฟื้นฟู แต่ไม่สามารถยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยมากได้ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้คาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสม และลดความผิดหวังหลังทำ

5.มีการดูแลและติดตามผลหลังทำ

คลินิกที่ได้มาตรฐานควรมี การนัดติดตามผล ให้คำแนะนำการดูแลหลังฉีด และมีช่องทางให้ติดต่อหากเกิดข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ การดูแลหลังทำเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่สวย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ฟิลเลอร์ไม่ใช่การทำให้หน้าเปลี่ยนจนไม่เป็นตัวเอง แต่คือการ เติมในสิ่งที่ผิวและโครงหน้าค่อย ๆ สูญเสียไปตามวัย และหากฉีดอย่างพอดี เลือกตำแหน่งเหมาะสม และทำโดยแพทย์

ฟิลเลอร์จะช่วยให้คุณดูสดใส อ่อนเยาว์ และมั่นใจขึ้นในแบบที่ยังเป็น “คุณ” คนเดิมแต่สวยใสกว่าเดิมแน่นอน




บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ