ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฉีดยังไงไม่ให้อันตราย ลดความเสี่ยงเป็นก้อน

วันพุธที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2569

ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฉีดยังไงไม่ให้อันตราย ลดความเสี่ยงเป็นก้อน


ปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องลึก หรือดูโทรมไม่สดใส แม้จะนอนพักอย่างเต็มที่แล้ว เป็นสัญญาณที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะดวงตาถือจุดแรก ๆ ที่คนอื่นจะมองเห็นบนใบหน้า การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จึงกลายเป็นทางออกยอดนิยมในการเติมเต็มความสดใสให้กลับมาอีกครั้ง

แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็ยังกลัวว่าฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม หรือฉีดแล้วจะเป็นก้อนหรือเปล่า งานนี้เราควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงปัญหาหลังทำได้มากที่สุด

ฟิลเลอร์ใต้ตา มีหลักการทำงานอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid – HA) เข้าไปใต้ผิวบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก ลดเงาดำคล้ำ และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติอุ้มน้ำสูง เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาดูอิ่มฟูและชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยหลักการทำงานของฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารเข้าเสริมโครงสร้างผิวชั้นลึกที่เกิดการยุบตัวจากอายุหรือพันธุกรรม โดยแพทย์จะประเมินความลึกของร่องใต้ตาและวางฟิลเลอร์ในชั้นเหนือกระดูกเพื่อให้เนียนไปกับผิว ดูไม่เป็นก้อน และไม่สะท้อนแสงจนเห็นเป็นถุงใต้ตาเทียม ซึ่งถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่หลายคนไม่ต้องการ

ฟิลเลอร์ใต้ตา แบบไหนเหมาะกับเรา

แม้จะเรียกรวมกันว่าฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ในความเป็นจริง ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันทั้งด้านความหนืด ความยืดหยุ่น และความคงตัวของเนื้อฟิลเลอร์

และเนื่องจากที่บริเวณใต้ตาของเราเป็นผิวที่บางและมีเส้นเลือดมาก จึงเหมาะกับฟิลเลอร์เนื้อนุ่มละเอียด ที่สามารถกระจายตัวได้ดีและไม่สะท้อนแสง โดยแพทย์จะเลือกใช้รุ่นที่มีความยืดหยุ่นพอดี เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มีถุงไขมันใต้ตาหรือใต้ตาคล้ำแบบมาก ๆ มักคิดฟิลเลอร์ใต้ตาจะช่วยได้ แต่ความจริงแล้วคุณอาจจะไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์สักเท่าไหร่ ควรรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น เลเซอร์ลดเม็ดสี หรือผ่าตัดถุงใต้ตาแทน ทั้งนี้ เราสามารถประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงปัญหาที่กังวลใจก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จุดเสี่ยงที่ต้องเลี่ยงมีอะไรบ้าง

ต้องบอกก่อนเลยว่าใต้ตาเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทขนาดเล็กอยู่จำนวนมาก ซึ่งถ้ามีการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาผิดตำแหน่งอาจทำให้เกิดภาวะฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด (Vascular Occlusion) ได้เลยทีเดียว โดยจุดเสี่ยงที่ต้องเลี่ยงคือ

  • การฉีดตื้นเกินไปจนเกิดก้อนหรือเงาเทาใต้ผิว (Tyndall effect)

  • การฉีดใกล้เส้นเลือดหลักมากเกินไป

  • การฉีดในตำแหน่งที่มีถุงไขมันมาก เพราะจะยิ่งทำให้บวม

โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะเลือกใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มทู่ (Cannula) แทนเข็มแหลม เพื่อลดความเสี่ยงในการแทงโดนเส้นเลือด และวางฟิลเลอร์ในชั้นที่ถูกต้องตามกายวิภาค ดังนั้น การเลือกแพทย์และคลินิกเสริมความงามที่ไว้ใจได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างมาก

ฟิลเลอร์ใต้ตา สัญญาณเตือนหลังฉีดที่ไม่ควรมองข้าม

เป็นปกติที่หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเราอาจพบว่ามีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1–3 วัน ซึ่งถือว่ายังไม่อันตราย แต่ถ้าหากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

  • บวมแข็ง กดแล้วเจ็บ หรือมีอาการร้อน

  • ใต้ตาเริ่มคล้ำหรือเขียวมากผิดปกติ

  • เห็นเส้นเลือดปูดหรือผิวเปลี่ยนสี

เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการอุดตันของเส้นเลือด หรือการอักเสบจากฟิลเลอร์ที่วางผิดชั้น การที่เรารีบกลับไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เนื้อตายหรือการมองเห็นผิดปกติได้

แก้ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน ทำยังไง

ฉีดฟิลเลอร์แล้วใต้ตาเป็นก้อน ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดจากความผิดพลาดของการฉีดฟิลเลอร์ โดยหากเกิดปัญหานี้แพทย์สามารถแก้ไขได้อยู่ ด้วยการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายฟิลเลอร์เฉพาะจุด โดยเอนไซม์นี้จะทำงานเฉพาะกับฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid เท่านั้น

เบื้องต้นแพทย์จะประเมินก่อนว่าสาเหตุของการเป็นก้อนเกิดจากอะไร เช่น ฉีดตื้นเกินไป หรือเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับผิวใต้ตา ซึ่งการฉีดเอนไซม์เข้าไปสลายฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เพราะถ้าฉีดมากไปอาจทำให้เนื้อผิวบริเวณนั้นยุบเกินจริง จึงควรให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินและทำการแก้ไขเท่านั้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้วฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น

  • ประเภทและคุณสมบัติของฟิลเลอร์

  • การฉีดในตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม

  • การดูแลตัวเองหลังทำ เช่น การหลีกเลี่ยงความร้อนและการนวดแรง ๆ

  • ระบบเมตาบอลิซึมของแต่ละคน

โดยคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักหรือมีการเผาผลาญสูง ฟิลเลอร์ใต้ตาอาจสลายเร็วกว่าคนทั่วไป อีกทั้งการดูแลผิวใต้ตาให้ชุ่มชื้นและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นด้วย

ฟิลเลอร์ใต้ตา เติมยังไงให้ไม่โป๊ะ

ความลับสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้ดูเป็นธรรมชาติ คือ เราต้องเติมให้น้อยแต่แม่นยำ โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์จะเริ่มจากการเติมปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับจนได้ระดับความฟูที่พอดีกับใบหน้า

ซึ่งเทคนิคที่ดีจะเน้นไปที่การกระจายฟิลเลอร์ในแนวราบ เพื่อให้ผิวเรียบต่อเนื่อง ไม่เกิดก้อนหรือขอบฟิลเลอร์ที่เห็นชัดเจน การใช้ฟิลเลอร์เนื้อนุ่มและฉีดในชั้นที่ถูกต้อง จะทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้ฉีด แต่ใต้ตาของเรากลับดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฟิลเลอร์ใต้ตา เลือกฉีดอย่างไรไม่ให้อันตราย

  • เลือกแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ เพราะใต้ตาเป็นจุดที่มีเส้นเลือดเยอะ ต้องใช้เทคนิคละเอียดและความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าเป็นอย่างดี

  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และควรให้คลินิกเปิดกล่องต่อหน้าและตรวจสอบสติ๊กเกอร์แท้ทุกครั้ง

  • ประเมินโครงหน้าและสาเหตุปัญหาก่อนฉีด เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับฟิลเลอร์ใต้ตา

  • หลีกเลี่ยงคลินิกที่ราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจมีการใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือแพทย์ไม่มีใบอนุญาต

  • ดูแลหลังฉีดอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือสัมผัสแรงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นเทคนิคที่ช่วยคืนความสดใสให้ใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในโครงสร้างผิวและประสบการณ์ของแพทย์เป็นอย่างมาก หากเราเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด ก็สามารถลดความเสี่ยงการเป็นก้อนและอาการแทรกซ้อนได้เกือบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อย่าลืมปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าปัญหาใต้ตาของเราเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์จริงหรือไม่ เพราะการเติมที่ถูกที่ ถูกวิธี จะไม่เพียงทำให้เราดูดีขึ้น แต่ยังปลอดภัยและมั่นใจในระยะยาวด้วย




บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ