หลุมสิวเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่คนมักจะกังวลใจกันโดยเฉพาะกับคนที่เคยมีสิวอักเสบรุนแรง เพราะต่อให้สิวจะยุบหายไปแล้วแต่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้นาน ทำให้มีผลกระทบต่อความมั่นใจของเรา
บางคนเลยเลือกรักษาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น การทาครีมตามท้องตลาด ใช้สารสกัดที่แรง ๆ เพราะเชื่อว่าจะทำให้หลุมสิวหายเร็ว แต่ความจริงการรักษาหลุมสิวให้ตื้นขึ้นอย่างถูกวิธีและ ปลอดภัย แบบฉบับที่คลินิกผิวหนังเลือกใช้จะมีอะไรบ้าง
หลุมสิว คืออะไร ทำไมรักษายาก
หลุมสิว คือ รอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอักเสบของสิวในชั้นผิวลึก เมื่อกระบวนการซ่อมแซมผิวของเราดันสร้างคอลลาเจนได้ไม่สมบูรณ์ ผิวจึงยุบตัวลงกลายเป็นหลุม ซึ่งแตกต่างจากรอยดำหรือรอยแดงที่เกิดเพียงผิวชั้นบนและจะสามารถจางลงได้เองตามเวลา
โดยเหตุผลที่หลุมสิวรักษายาก ก็เพราะเป็นปัญหาผิวที่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวในระดับลึกไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก ดังนั้น การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์เพื่อช่วยซ่อมแซมผิวจากภายใน
หลุมสิว เกิดจากอะไร
โดยสาเหตุหลัก ๆ ของหลุมสิวมักมาจากสิวอักเสบ สิวหัวหนอง หรือสิวซีสต์ที่มีการอักเสบรุนแรงและยาวนาน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดหลุมสิวได้ง่ายขึ้น ได้แก่
การบีบ แกะ หรือกดสิวด้วยตัวเอง
การอักเสบของสิวที่ลุกลามถึงชั้นหนังแท้
การรักษาสิวที่ล่าช้าหรือไม่เหมาะสม
พันธุกรรมและการตอบสนองของผิวแต่ละคน
ดังนั้น เมื่อผิวของเราถูกทำลายมากกว่าความสามารถในการฟื้นฟูจึงเกิดเป็นหลุมสิวถาวรขึ้นมา
หลุมสิวมีกี่แบบ แบบไหนรักษาได้ยากกว่ากัน
หลุมสิว สามารถแบ่งออกได้หลายแบบ โดยแต่ละแบบมีความยากง่ายในการรักษาแตกต่างกัน ดังนี้
1. Ice Pick Scar
เป็นหลุมสิวขนาดเล็กแต่ลึก มีลักษณะเป็นปากหลุมแคบ คล้ายถูกเข็มจิ้ม หลุมสิวแบบนี้ถือว่าเป็นประเภทที่รักษายากที่สุด มักต้องใช้หลายเทคนิคควบคู่กัน
2. Boxcar Scar
หลุมสิวขอบชัด มีลักษณะเป็นก้นหลุมแบน ความลึกปานกลาง เป็นหลุมสิวแบบที่ตอบสนองต่อเลเซอร์และหัตถการได้ค่อนข้างดี
3. Rolling Scar
หลุมสิวแบบนี้จะมีลักษณะผิวเป็นคลื่น มีสาเหตุเกิดจากพังผืดดึงรั้งผิวด้านล่าง ทำให้การรักษามักต้องตัดพังผืดร่วมด้วย
รวมวิธีรักษาหลุมสิวที่คลินิกผิวหนังเลือกใช้
Fractional CO2 Laser
เลเซอร์รักษาหลุมสิวชนิดนี้ เป็นเลเซอร์ที่ช่วยสร้างบาดแผลขนาดเล็กในผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับหลุมสิวในลักษณะที่ลึกและมีผิวไม่เรียบ ข้อดี คือ ช่วยปรับผิวของเราให้เรียบขึ้นอย่างชัดเจน แต่ต้องมีระยะพักฟื้น และควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อความปลอดภัย
Pico Laser
Pico Laser เป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานความเร็วสูงกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ทำลายผิวมาก เหมาะกับการรักษาหลุมสิวตื้นถึงปานกลาง และคนที่ไม่ต้องการพักฟื้นหลังทำนาน โดยแพทย์อาจใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดีมากยิ่งขึ้น
Microneedling RF
เป็นหัตถการที่ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ผิวชั้นลึก เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดพังผืด วิธีนี้จึงเหมาะกับหลุมสิวหลายประเภท โดยเฉพาะกับหลุมสิวแบบ Rolling Scar ที่ช่วยให้ผิวแน่นและเรียบขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Subcision ตัดพังผืดหลุมสิว
วิธีนี้เป็นหัตถการที่แพทย์จะใช้เข็มเฉพาะทางตัดพังผืดใต้ผิวของเรา เพื่อให้ผิวเกิดการคลายตัวและยกขึ้น เหมาะสำหรับหลุมสิวที่เกิดจากพังผืดดึงรั้ง
ฟิลเลอร์หลุมสิว
โดยการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้นได้ เหมาะกับหลุมสิวเฉพาะจุด และต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์ โดยวิธีนี้จะเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว แต่มักใช้เสริมร่วมกับวิธีการรักษาหลุมสิวแบบอื่น ๆ ด้วย
รักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล
เชื่อว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่พบได้บ่อยในคนที่เริ่มรักษาหลุมสิว คือ แล้วเราจะต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลกันแน่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ได้กำหนดแบบตายตัวเพราะหลุมสิวของแต่ละคนต่างก็มีความลึก รูปแบบ และสภาพผิวที่แตกต่างกัน
โดยทั่วไปการรักษาหลุมสิวเป็นกระบวนการฟื้นฟูผิวในระยะยาว ไม่ใช่การรักษาที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วผิวจะเรียบเสมอกันขึ้นทันที ซึ่งหัตถการส่วนใหญ่ เช่น เลเซอร์ Microneedling RF หรือ Subcision การตัดพังผืดหลุมสิว จะอาศัยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมผิวอยู่พอสมควร
ในกรณีหลุมสิวลักษณะตื้นถึงปานกลาง มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังรักษาประมาณ 2-3 ครั้ง ผิวจะดูเรียบขึ้นเล็กน้อย หลุมดูตื้นลง แต่ยังไม่หายสนิท ส่วนหลุมสิวลึกหรือมีพังผืดดึงรั้ง มักต้องทำต่อเนื่องประมาณ 4-6 ครั้ง หรือมากกว่านั้น
แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้คนรักษาหลุมสิวเข้าใจ คือ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องผลลัพธ์ของการรักษาหลุมสิวจะเป็นแบบค่อย ๆ ดีขึ้น หากเราคาดหวังผลลัพธ์ที่เร็วเกินไป อาจทำให้รู้สึกว่าการรักษาไม่ได้ผล ทั้งที่ในความจริงผิวกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู นั่นเอง
หลุมสิว ทำไมบางคนรักษาแล้วไม่เห็นผล
บางคนอาจมีข้อสงสัยหรือมีประสบการณ์รักษาหลุมสิวมาแล้ว และรู้สึกว่าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเห็นผลน้อยกว่าที่คิดไว้ ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
1. วิธีรักษาที่ไม่เหมาะกับชนิดของหลุมสิว
โดยหากใครที่มีหลุมสิวเกิดจากพังผืดดึงรั้ง แล้วเลือกรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวไม่ตัดพังผืด ผิวของเราก็อาจไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่ควร หรือในกรณีคนที่มีหลุมสิวลึกมากแล้วเลือกใช้วิธีรักษาที่เหมาะกับหลุมสิวตื้น ๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะไม่เต็มประสิทธิภาพ
2. จำนวนครั้งและความสม่ำเสมอ
หลายคนชอบหยุดการรักษาหลุมสิวเอง ทั้ง ๆ ที่ผิวจะเริ่มตอบสนองต่อการรักษาแล้ว เพราะรู้สึกว่าใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนถูกขัดจังหวะ นอกจากนี้ หากยังมีสิวอักเสบใหม่เกิดขึ้นระหว่างการรักษาหลุมสิว ก็อาจทำให้ผิวเกิดแผลใหม่ซ้ำซ้อน ส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวมด้วย
3. ความคาดหวังของการรักษา
ต้องเข้าใจก่อนว่าหลุมสิวไม่สามารถหายไปจนผิวเรียบสนิทเหมือนผิวเดิม 100% ได้ในทุกกรณี เพียงแต่เป็นการรักษาที่ทำให้หลุมตื้นลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และดูสม่ำเสมอขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หากเราเข้าใจการรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดความรู้สึกผิดหวังและประเมินผลลัพธ์ได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น
หลุมสิว หลังรักษาต้องดูแลผิวยังไงบ้าง
หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด
ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน
งดการขัดหรือทำทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองผิว
การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และช่วยให้ผลลัพธ์ของการรักษาหลุมสิวออกมาเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
สรุป
หลุมสิวเป็นปัญหาผิวที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับชนิดของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละคน จะช่วยให้ผิวเกิดการฟื้นฟูอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่จะทำให้ใบหน้าแย่ลงกว่าเดิม และหลุมสิวที่เคยเกิดขึ้นก็จะดูตื้น เรียบเนียน คืนความมั่นใจให้เราอีกครั้ง