เมื่อพูดถึงแบรนด์นาฬิกาหรูที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์โลกทั้งในแง่ศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชนชั้นนำ นาฬิกา Audemars Piguet (AP) คือหนึ่งในชื่อที่ยืนหยัดเคียงข้างเหตุการณ์สำคัญระดับโลกมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรือนเวลาตระกูล Royal Oak และ Royal Oak Offshore ที่ไม่เพียงเป็นผลงานทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติความคิดและรสนิยมของโลกตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ 20–21 ได้อย่างชัดเจน
ต่อไปนี้คือ 7 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ ที่นาฬิกา Audemars Piguet ได้มีส่วนร่วม ทั้งในฐานะนาฬิกาคู่กายของบุคคลผู้ทรงอิทธิพล และในฐานะเรือนเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณของยุคสมัยนั้น ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง
1. การปฏิวัติดีไซน์นาฬิกาหรู หลังวิกฤตควอตซ์ (1972)
ในยุคที่นาฬิกาควอตซ์จากญี่ปุ่นกำลังเขย่าบัลลังก์อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส Audemars Piguet ได้ตอบโต้ด้วยการเปิดตัว Royal Oak เรือนแรกในปี 1972 ซึ่งออกแบบโดย Gérald Genta ตัวเรือนสเตนเลสทรงแปดเหลี่ยมพร้อมขัดลาย “Tapisserie” ทำให้ Royal Oak กลายเป็นนาฬิกาหรูเรือนแรกที่ไม่ใช่ทองคำ — เป็นการฉีกกรอบอย่างกล้าหาญ และเปลี่ยนวงการนาฬิกาหรูไปตลอดกาล
2. นาฬิกาประจำกายของ Gianni Agnelli
Gianni Agnelli มหาเศรษฐีชาวอิตาเลียนและประธาน Fiat ผู้มีชื่อเสียงเรื่องการแต่งตัวเหนือกฎแฟชั่นทุกข้อ เลือกสวมนาฬิกา Royal Oak เหนือปลายแขนเสื้อเชิ้ตแบบไม่เหมือนใคร สไตล์นี้กลายเป็นซิกเนเจอร์และช่วยยกระดับ Royal Oak ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของบุคคลระดับโลกผู้เปี่ยมรสนิยม
3. เปิดตัว Royal Oak Offshore – นาฬิกาแห่งยุคอิเล็กโทรนิกส์ (1993)
ในยุค 90 ที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี AP ตอกย้ำภาพลักษณ์ความกล้าท้าทายด้วย Royal Oak Offshore ที่ตัวเรือนใหญ่ขึ้น หนา ดุดันกว่าเดิม และใช้วัสดุอย่างยางและไทเทเนียม ซึ่งเป็นที่ฮือฮาในวงการ สร้างฐานแฟนรุ่นใหม่ที่ต้องการความ bold และ breaking-the-rules อย่างแท้จริง
4. Jay-Z และการปะทะกันระหว่าง Hip-Hop กับ Haute Horlogerie
การสวมนาฬิกา Audemars Piguet Royal Oak Offshore ของ Jay-Z ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่น แต่เป็นการสื่ออำนาจของวัฒนธรรมฮิปฮอปในโลกหรูหราแบบสวิสอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปี 2005 Jay-Z ถึงขั้นร่วมคอลแลบกับ AP ออกนาฬิการุ่นพิเศษครบรอบ 10 ปีอัลบั้ม Reasonable Doubt จำนวน 100 เรือน กลายเป็นหนึ่งในไอเทมที่นักสะสมต้องการที่สุดของยุค
5. LeBron James และ Royal Oak Offshore Chronograph
เมื่อ LeBron James ขึ้นแท่นนักกีฬาผู้มีอิทธิพลที่สุดในโลก Audemars Piguet ก็ได้ออกแบบนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak Offshore LeBron James Limited Edition ในปี 2013 โดย LeBron เป็นผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบด้วยตนเอง เรือนนี้ใช้โทนสีทองชมพูตัดกับสายเทา เป็นการผสมผสานระหว่างความทรงพลังกับความประณีตที่สมกับบุคลิกของ LeBron อย่างแท้จริง
6. AP x Art Basel และบทบาทในโลกศิลปะร่วมสมัย
ในฐานะพันธมิตรกับ Art Basel นับตั้งแต่ปี 2013 Audemars Piguet ได้แสดงบทบาทเชิงวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ ด้วยการสนับสนุนศิลปินและจัดแสดงผลงานศิลปะเชิงทดลองควบคู่กับเรือนเวลาของแบรนด์ เป็นการเชื่อมโยง “นาฬิกาชั้นสูง” เข้ากับโลกศิลปะร่วมสมัยในเชิงแนวคิดและสุนทรียะ
7. เปิดตัว ‘Code 11.59’ – สั่นสะเทือนวงการในปี 2019
แม้จะถูกวิจารณ์ตอนเปิดตัว แต่ Code 11.59 ก็ถือเป็นก้าวใหม่ของนาฬิกา Audemars Piguet ที่กล้าทิ้งกรอบเดิม สร้างตัวเรือนซับซ้อนที่มีกลไก in-house ใหม่ทั้งหมด และโฟกัสความงามในรายละเอียดที่ต้องดูด้วยตาเปล่าอย่างใกล้ชิด สะท้อนยุคสมัยที่มนุษย์เริ่มหวนกลับมาให้คุณค่ากับ craftsmanship และเวลาในแบบ “mindful”
“Audemars Piguet” ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตนาฬิกา แต่คือผู้กำหนดยุคสมัย ด้วยรากเหง้าทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง ความกล้าหาญเชิงดีไซน์ และการเลือกจับมือกับบุคคลและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนโลก ทำให้นาฬิกา Audemars Piguet เป็นมากกว่าเรือนเวลา แต่มันคือผลงานศิลป์ที่มีจังหวะของประวัติศาสตร์เดินไปพร้อมกับเข็มนาฬิกาทุกเรือนที่ถูกสร้างขึ้นใน Le Brassus