วันพุธที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2558 เวลา 04.24 น.
หน้าแรก > ต่างประเทศ [ฉบับที่ 1445 ประจำวันที่ 2013-10-12 ถึง 2013-10-15]
  วิกฤติงบประมาณทุบเศรษฐกิจอเมริกา มูลค่าความเสียหายวันละหมื่นล้าน
  สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับวิกฤติงบประมาณครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 18 ปี โดยมีสาเหตุสำคัญที่สุดมาจากประเด็น "ฮั้ว" ผลประโยชน์ไม่ลงตัวระหว่างฝ่ายรัฐบาล ที่มีพรรคเดโมแครตกุมบังเหียนกับฝ่ายนิติบัญญัติ ภายใต้อิทธิพลพรรครีพับลิกัน

กฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพฉบับโอบามา หรือที่ถูกเรียกขานกันว่า "โอบามาแคร์" คือชนวนเหตุแห่งการ "งัดข้อ" กันระหว่างพรรคเดโมแครตฝ่ายรัฐบาล กับพรรครีพับลิกัน ฝ่ายค้าน กระทั่งนำไปสู่วิกฤติงบประมาณปี 2557 เนื่องจากล่วงผ่านวันเริ่มต้นปีงบประมาณไปแล้ว แต่กฎหมายงบประมาณยังไม่ผ่านความเห็นจากรัฐสภา

ท่าทีของฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลชะลอการบังคับใช้กฎหมายหลักประกันสุขภาพออกไป 1 ปี เพื่อลดภาระรายจ่ายของงบประมาณ แลกเปลี่ยนกับการที่ฝ่ายค้านจะยอมยกมือสนับสนุนการขยายเพดานการก่อหนี้ของรัฐบาลสำหรับงบประมาณปี 2557 ให้ขยับเพิ่มขึ้นจากที่ถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 16.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในทางตรงกันข้ามประธานาธิบดีโอบามา ยืนกรานปฏิเสธข้อแลกเปลี่ยนของฝ่ายค้าน และยืนยันที่จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายหลักประกันสุขภาพฉบับใหม่ เพื่อยกระดับการให้ความคุ้มครองสุขภาพแก่ประชาชน

เมื่อเวลาประมาณ12.25 น.ของวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดวิกฤติงบประมาณ ซึ่งก่อให้เกิด ปรากฏการณ์ "ธุรกรรมรัฐบาลสลบเหมือด" หรือ "Government Shutdown" ไปแล้วกว่า 12 ชั่วโมง ประธานาธิบดีโอบามา ได้ออกมาแถลงยืนยันจุดยืนการเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ เพื่อขยายขอบเขตความคุ้มครอง ด้านสุขภาพแก่ชาวอเมริกันร้อยละ 15 ไม่มีขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการ สุขภาพให้ได้รับการคุ้มครองดูแลด้านสุขภาพ

สาระสำคัญในคำแถลงของโอบามา นอกจากการให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจใส่เกียร์เดินหน้าขับเคลื่อนกฎหมายหลักประกันสุขภาพฉบับใหม่แบบ "หักดิบ" ข้อแลกเปลี่ยนกับฝ่ายค้านแล้ว ยังฉวยจังหวะโจมตีฝ่ายค้านอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าวิกฤติงบประมาณที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ Government Shutdown ถือเป็นการทำร้ายประชาชนของพรรครีพับลิกัน พร้อมกับเรียกร้องให้พรรครีพับลิกันเลิกใช้เงื่อนไขการเมืองรังแกประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้น โอบามา ยังสาธยายเพิ่มเติมอีกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรครีพับลิกันมักแสดงพฤติกรรม ขัดขวางการผลักดันร่างกฎหมายของรัฐบาลที่มุ่งประโยชน์ต่อประชาชน โดยการนำเรื่องไปร้องต่อศาลสูงสุด เพื่อหน่วงเหนี่ยวกระบวนการผลักดันร่างกฎหมาย

ดูปฏิกิริยาท่าทีแข็งกร้าวชนิดยอมหักไม่ยอมงอของประธานาธิบดีโอบามาแบบนี้แล้ว ชะรอยว่าเหตุการณ์ธุรกรรมรัฐบาลสลบเหมือดที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม น่าจะยังคงสลบไสลไม่ได้สติไปอีกหลายต่อหลายวัน

สำนักวิจัยเศรษฐกิจ "ไอเอชเอสอิงค์" ประเมินผลพวงจากเหตุการณ์ธุรกรรมสลบเหมือด อันเนื่องมาจากความไม่ลงรอยกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 จะสร้างความย่อยยับแก่ระบบเศรษฐกิจขนาด 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของอเมริกาสูงลิบลิ่วถึงวันละ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเฉียดๆ หมื่นล้านบาท

นั่นหมายถึงว่าหากเหตุการณ์นี้ยืดเยื้อยาวนาน 21 วัน เท่ากับระยะเวลาที่เคยเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อ 18 ปีก่อน จะก่อเกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจสูงถึง 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 190,000 ล้านบาท

"กี เลอบาส" นักวิเคราะห์กลยุทธ์เศรษฐกิจ แห่งสำนักจอนนี่มอนต์โกเมอรี่สก็อตต์ในฟิลาเดลเฟีย ประเมินว่า ความอัปยศที่กำลังเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจอเมริกาตอนนี้ จะทำให้เกิดความระส่ำระสายในระบบสังคม ระบบครอบครัวชาวอเมริกันอย่างน้อย 1,000,000 ครอบครัว ที่ต้องพึ่งพาเงินได้จากการรับจ้างทำงานกับหน่วยงานรัฐบาลซึ่งจำเป็นต้อง "หยุดงาน"

"อีธาน แฮร์ริส" หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ แห่งแบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริลล์คอร์ป คำนวณว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ หากทอดเวลาเนิ่นยาวถึง 2 สัปดาห์ จะฉุดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายให้ทรุดตัวลงร้อยละ 0.5 และหากเลวร้ายถึงขั้นธุรกรรมรัฐบาลสลบเหมือดยาวตลอดเดือนตุลาคมนี้ จะทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจหดหายไปถึงร้อยละ 2

เมื่อระบบเศรษฐกิจอเมริกามีแนวโน้มที่จะบาดเจ็บบอบช้ำแสนสาหัสแบบนี้ ย่อมหมายถึงระบบเศรษฐกิจนานาประเทศทั่วโลกที่ยึดโยงอยู่กับอเมริกาจะต้องสะบักสะบอมตามไปด้วยอย่างยากจะ "หลีกภัย"
9.49 น. กลุ่มเคพีเอ็น เข้าซื้อรีนิวเอเบิล เอนเนอยี คอร์เปอร์เรชั่น
9.43 น. ส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้อง โดยการชำระหนี้ กยศ. ก่อน 5 ก.ค.
9.47 น. “SAM กระหน่ำแคมเปญ“ใจดีฟรีค่าโอน” จัด 2 โปรแรงควบ “SAM Progressive”
9.42 น. ธนาคารกรุงเทพ รับมอบ 2 รางวัลจาก The Asian Banker ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย’ - พัฒนาบริการ Mobile Banking
08.39 น. SME สบโอกาสขยายตลาดผ่านสื่อทีวีดิจิตอล
10.17 น. “อันเดอร์ อาร์เมอร์” รุกตลาดไทยประเดิมเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ
08.50 น. กระทรวงการคลังติดตามทุนหมุนเวียนเพื่อนำเงินส่งคลัง
9.37 น. นักลงทุนจองซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน EGATIF ล้น
9.35 น. ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น CWT ใช้สิทธิออกเสียงโครงการแปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า
9.45 น. กรุงศรีเปิดตัวระบบการเรียนรู้ Krungsri Learning Companion ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์
9.02 น. ททท.ร่วมกับ วีซ่า กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย ผ่านโครงการ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์เซลล์
10.06 น. วี ฟู้ดส์ ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทเปิดตลาดใหม่“ดาว คอฟฟี่”คาดยอดขายปีนี้โต 300 ล้านบาท
อ่านทั้งหมด >>
 
+ อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
'โซล' น้องใหม่แจ้งเกิด จากครอบครัววิจัยทองสู่ธุรกิจขายตรง ... (28136)
เปิดซิงอย่างไร? ให้ประทับใจสาว"เวอร์จิ้น" ... (24018)
เซ็กซี่ระยะสุดท้าย คาสโนวี่... "บอลลูน-พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์" เคยถูกจัดอันดับยกให้เป็นเซ็กซี่สตาร์คนหนึ่งของวงการ บันเทิง เนื่องจากความน่ารักสดใส แต่ขนาดไซส์ไม่ธรรมดา... (18940)
ผ่าแผนม็อบ “คณะเสนาธิการร่วม” รอจังหวะป่วน-ก่อวินาศกรรม ... (18566)
เช็กประจำเดือนด้วยศาสตร์จีน เตือนสุขภาพภายในหญิง ... (18476)
เหรียญปลอดภัย"หลวงพ่อสว่าง"คุ้มภัยนายกอบจ.เมืองกล้วยไข่"สุนทร รัตนากร" ฉบับที่แล้วประเดิมตอนแรก เราพาผู้อ่านไปกระทบไหล่ทำความรู้จัก... (18063)
ปิดตำนาน "บ้านเอื้ออาทร" การเคหะฯ เทขาย 2.8 แสนยูนิต ... (17867)
 

 
พิมพ์หน้านี้