วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 11.50 น.
หน้าแรก > คมนาคม-ลอจิสติกส์ [ฉบับที่ 1411 ประจำวันที่ 2013-06-15 ถึง 2013-06-18]
  จราจรแหลมฉบังติดหนึบ!ปัญหาเรื้อรังที่รัฐต้องแก้
  ปัญหาการจราจรหนาแน่นบริเวณทางเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังเกิดขึ้นมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว โดยเฉพาะทุกวันพุธ-เสาร์ จะมีรถขนส่งสินค้าเข้า-ออกจำนวนกว่า 6 หมื่นคัน จนบางวันมีรถติดยาวประมาณ 3-4 กิโลเมตร ส่งผลให้ต้นทุนด้านการขนส่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก...

ล่าสุด สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง ชลบุรี ได้ทำหนังสือถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแนวโน้มการขอขยายเพิ่มช่องทาง เส้นทางการจราจรบนพื้นผิวถนน

นายสงบ กิ่งทอง ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพลังงานด้านการขนส่งวุฒิสภา และนายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง ชลบุรี บอกกับ "สยามธุรกิจ" ว่า จากข้อเรียกร้องของสมาชิกและผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง ที่ส่งมายังทางสมาคมฯ เกี่ยวกับปัญหาการจราจรติดขัดบนเส้นทางหลวงหมายเลข 7 ที่มุ่งหน้าเข้าและออกท่าเรือแหลมฉบังอันเนืองมาจากเส้นทางจราจรบนทาง หลวงที่คับแคบทั้งขาเข้าและขาออก ไม่เพียงพอกับปริมาณรถที่ใช้บริการวิ่งบนเส้นทางดังกล่าว

"ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีปริมาณรถหนาแน่นติดเป็นระยะทางยาว รวมถึงกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนเส้นทางดังกล่าว ก็จะทำให้มีรถติดเป็นระยะทางกว่า 10-15 กม. ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม.ในการเคลียร์ถนนให้รถวิ่งได้อีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้รถทั่วไปในเรื่องการสูญเสียเวลา ปริมาณเชื้อเพลิงขณะรถติดและเกิดมลพิษบนทางหลวงนี้"

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง เส้นทางการจราจรสายหมายเลข 7 ที่แออัดมาก ตั้งแต่วงแหวนนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองไปถึงท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งทำให้การขนส่งสินค้าไม่ทันเวลาจนเกิดการสูญเสียและค่าใช้จ่ายสูงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปัญหาการจราจรดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องแบกรับภาระ ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานเชื้อเพลิงต่อวันเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท/วัน รวม ทั้งเดือนเป็นเงินมากถึง 45 ล้านบาท

"แนวทางแก้ไขเร่งด่วน กระทรวงคมนาคมควรขยายเส้นทางช่องทางเป็น 8 ช่อง จราจร และเส้นทางคู่ขนานอีก 4 ช่องจราจร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับประชาชนรอบข้างที่สัญจรไป-มา นอกจากนี้ ควรยกระดับทางที่ ตัดกับทางหลวงชนบท ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งแทบทุกชั่วโมง เพราะปัญหานี้เป็นปัญหามายาวนานกว่า 4-5 ปีแล้ว"

ด้านนายปรีชา จรเณร ผู้อำนวยการ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง บอกว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการในนิคมฯ จำนวนมากว่า ได้รับ ความเดือดร้อนจากปัญหาการจราจร ติดขัด จำนวนมากในช่วงเวลา 16.00-20.00 น. เนื่องจากการปรับปรุงพื้นที่ของการท่าเรือ แหลมฉบัง มีผลทำให้รถบรรทุก ตู้คอนเทนเนอร์ที่วิ่งเข้าท่าเรือแหลมฉบังเกิดการชะลอ ตัวบริเวณจุดตรวจประตูทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้รถติดเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง

ด้านนางอาภรณ์ ตันติเวชกุล นักบริหาร 13 ท่าเรือแหลมฉบัง บอกว่า จาก ปัญหาดังกล่าว ทางท่าเรือแหลมฉบังได้พยายามเร่งการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากในช่วงนี้ทางท่าเรือแหลมฉบังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ปรับปรุงผิวจราจรบริเวณประตูตรวจสอบ ที่ 3 ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป็นการบรรเทา ปัญหาการจราจร ทางการท่าเรือแห่งประ-เทศไทย จึงจะทำการยกเว้นการเรียบเก็บ ค่าธรรมเนียมยานพาหนะผ่านท่า สำหรับ รถบรรทุกตู้สินค้าที่ผ่านเข้าประตูตรวจ สอบที่ 3 และ 4 ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2556 ระหว่างเวลา 22.00-05.00 น.

"เนื่องจากที่ผ่านมา จำนวนรถจะมีการผ่านเข้า-ออกที่บริเวณประตูในช่วงกลาง วันจำนวนมาก เพื่อเป็นการระบายความหนา แน่นของจำนวนรถจึงได้ทำการระบายให้รถบรรทุกมาใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าวแทนโดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกมาใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าวแทน"

ขณะที่ นายชัชชาติ บอกว่า ขณะนี้การแก้ไขปัญหาจราจรแออัดที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นเรื่องสำคัญ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันแก้ไข โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้ดำเนินงานหลายโครง-การเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและยังจะดำเนินโครงการที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น การเพิ่มช่องทางการจราจรทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมาย เลข 7 ทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง จากปัจจุบัน 4 ช่องจราจร เป็น 14 ช่องจราจร การก่อสร้างมอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด วงเงิน 1.49 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จะสนับสนุนการ เชื่อมโยงระหว่างถนนสายหลักของกรมทางหลวง เพื่อให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น เช่น เชื่อมมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ไปยังจังหวัดระยอง และเชื่อมเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ที่จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย

อย่างไรก็ดี รัฐบาลมีแผนลงทุนในภาคตะวันออกในวงเงิน 132,422 ล้านบาท แบ่งเป็นระบบรางวงเงิน 102,745 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ทางหลวงแผนดินวงเงิน 19,654 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ทางหลวงชนบท วงเงิน 8,984 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6 และสถานีขนส่งสินค้า 1,037 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1
22.51 น. "บ้านบึง"จุดพลังฝันประเดิมแชมป์“สพฐ.-เอ.พี.ฮอนด้า เรด แชมเปี้ยน”
23.07 น. “RJH”ตั้ง4โบรกเกอร์ขายหุ้นไอพีโอ-ชี้สถาบันจองล้น12เท่า
23.12 น. TREITเฟ้นทรัพย์สินคุณภาพเยี่ยม รุกลงทุนเพิ่ม1.4พันล้านบาท
22.46 น. เอสแบคนนท์พร้อมแถลงข่าวศึกโต๊ะเล็กขาสั้น 7 ก.ย.นี้
22.59 น. วิศวไฟฟ้าฯ ม.ศรีปทุม จัดประลอง“เจ้าความเร็ว”ปั้นอัจฉริยะสมองกล สู่เยาวชนคนรุ่นใหม่
23.10 น. KTIS ได้ธุรกิจไฟฟ้าหนุนต่อเนื่องครึ่งปีหลังรับรู้รายได้ครบทั้ง3โรง
23.14 น. เคทีซีควงเจซีบี ออกแคมเปญอิ่มอร่อยสไตล์ญี่ปุ่น ที่ร้าน“เซน”
23.55 น. บลจ.กรุงศรี แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก
23.31 น. บลจ.กรุงไทยปลื้มกองทุนตปท.ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่ม อุตสาหกรรม
23.39 น. เปอโยต์ - ซีตรอง ประเทศไทย แนะลูกค้าซีตรองนำรถเข้าศูนย์บริการเท่านั้น
23.48 น. VGI รุกซื้อ Rabbit ผลักดันสู่การให้บริการโฆษณาแบบครบวงจร เป็น Data-Centric Media Hypermarket
23.34 น. ‘เอพี ไทยแลนด์’เปิดตัวโครงการคุณภาพ“RHYTHM เอกมัย”
อ่านทั้งหมด >>
 
+ อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
เปิดซิงอย่างไร? ให้ประทับใจสาว"เวอร์จิ้น" ... (42822)
เช็กประจำเดือนด้วยศาสตร์จีน เตือนสุขภาพภายในหญิง ... (37277)
'โซล' น้องใหม่แจ้งเกิด จากครอบครัววิจัยทองสู่ธุรกิจขายตรง ... (35556)
เหรียญปลอดภัย"หลวงพ่อสว่าง"คุ้มภัยนายกอบจ.เมืองกล้วยไข่"สุนทร รัตนากร" ฉบับที่แล้วประเดิมตอนแรก เราพาผู้อ่านไปกระทบไหล่ทำความรู้จัก... (28653)
เซ็กซี่ระยะสุดท้าย คาสโนวี่... "บอลลูน-พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์" เคยถูกจัดอันดับยกให้เป็นเซ็กซี่สตาร์คนหนึ่งของวงการ บันเทิง เนื่องจากความน่ารักสดใส แต่ขนาดไซส์ไม่ธรรมดา... (27383)
ปิดตำนาน "บ้านเอื้ออาทร" การเคหะฯ เทขาย 2.8 แสนยูนิต ... (25211)
ผ่าแผนม็อบ “คณะเสนาธิการร่วม” รอจังหวะป่วน-ก่อวินาศกรรม ... (21781)
 

 
พิมพ์หน้านี้