หน้าแรก > ข่าวปก > The best CEO     
[ ฉบับที่ 845 ประจำวันที่ 14-11-2007 ถึง 16-11-2007 ]

หัวใจของธุรกิจต้องกล้าพลิกแพลงกลยุทธ์

 

ประจีณ ปัญญาสกุลวงศ์
กรรมการผู้จัดการ บางกอก เนอเชอรัล สปา (ในเครือบริษัทยุทพรฯ)

“หัวใจของการบริหาร คือต้องเข้าใจสถานการณ์ และตามให้ทัน นั่นหมายถึงความคิดและความรู้ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ต้องแสวงหาอะไรใหม่ๆ เสมอ อสังหาฯ เองก็ต้องมีแนวทางที่จะพลิกแพลงฉีกแนวตลาด”

สำหรับธุรกิจที่ต้องการความพลิกแพลง และการบริหารด้วยมุมมองที่หลากหลาย “ปวีณ ปัญญาสกุลวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บางกอกเนเชอรัล สปา (ในเครือบ.ยุทธพรฯ) เป็นอีกหนึ่งในผู้บริหารที่มากด้วยความสามารถ และไสตล์การบริหารที่พลิกแพลงไปได้ในหลายๆ ธุรกิจ ที่มีแนวคิดในการบริหารที่น่าสนใจ ด้วยความเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถที่จะบริหารจัดธุรกิจในหลายๆ ด้านได้อย่างลงตัว

> เริ่มต้นธุรกิจจากจุดไหน

เริ่มต้นจากคุณพ่อ (สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ) ที่ทำธุรกิจในนามของบริษัทยุทธพร ที่มีที่มาจากชื่อของคุณพ่อและคุณแม่รวมกัน ตอนนั้นก็เริ่มจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจพัฒนาที่ดิน ที่เมต้นมาได้ราว 25 ปี ก่อน มีทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม

คุณพ่อเป็นคนที่รักอาชีพการพัฒนาที่ดิน ซึ่งเราก็ถนัดทางด้านนี้ โดยที่จะดูตลาดเป็นหลัก คือวิธีการมองตลาดของบริษัทเรา ๆ มองเป็นไซเคิลของธุรกิจอสังหาฯ อย่างเช่นคอนโดฯกับบ้านเดี่ยว หรือทาวเฮาส์ มันจะมีรอบการมาที่แตกต่างกันตามวงจรชีวิตคน

> หลักในการบริหารงานในด้านอสังหาฯ เวลานั้นมองอย่างไร

อสังหาในช่วงนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องมองจากความเป็นจริงก่อนอันดับแรก คือการมองจากชั่วอายุคน แล้วก็มาประเมินหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เมื่อความต้องการแล้วก็ทำการตลาดไปตามนั้น แต่ก็ต้องรู้จักช่วงของจังหวะเวลา และที่สำคัญคือต้องดูสถานการณ์ว่าช่วงนั้นเป็นอย่างไร แล้วก็ค่อยมากำหนดแนวทางการบริหารกำหนดนโยบาย

หลักการในการบริหารอสังหาไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายการประเมินความต้องการของลูกค้าต้องใช้ความแม่นยำ และต้องมองไปยาวๆ คือมองไปข้างหน้า ต้องเข้าใจสถานการณ์ และต้องมีการพลิกแพลงกลยุทธ์ต่างๆ ไปตามสถานการณ์

> นั่นคือที่มาของกลยุทธ์พลิกแพลงทางธุรกิจ

ถูกต้อง ช่วงก่อนหน้านี้สถานการณ์ผันผวน ธุรกิจอสังหามีขึ้นมีลง ตรงนี้ต้องตามโลกให้ทัน และต้องรู้จักที่จะปรับตัวเพื่อรองรับกับสถานการณ์ อย่างช่วงปัจจุบันนี้ก็เป็นช่วงของการชะลอตัว ก็จะเน้นไปที่คอนโดทาวเฮาส์

ซึ่งเร็ว ๆ นี้ก็จะมีโครงการใหญ่ที่จะเปิดตัวช่วงต้นปีหลังเลือกตั้ง เวลานี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อโครงการ แต่เวลานี้ได้มีการกว้านซื้อที่ดินไว้แล้ว เป็นโครงการคอนโดมิเนียม อยู่หน้าโนโวเทลบางนา เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ เป็นโครงการขนาดเกือบ 2,000 ยูนิต ที่จะทำ มีทาร์เก็ตเป็นคนระดับกลางขึ้น นี่คือโปรเจกต์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

> นอกจากอสังหาแล้วยังมีเรื่องของ “ธุรกิจสปา” ด้วย

ธุรกิจสปาภายใต้ชื่อของ บางกอกเนเชอรัล สปาก็มีที่มา คือในครอบครัวมีลูกชาย 2 คน น้องชายผมเขาก็จะไปดูก่อสร้างเต็มตัว ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็เลยคิดว่าเราน่าจะมาดูในส่วนของธุรกิจอื่น อย่างเช่น สปา ,โรงแรม ,คอมพิวเตอร์ ก็คือจะแยกอีกสายหนึ่งออกมา ช่วง 2-3 ปีที่แล้วเริ่มก่อสร้าง เรามองตลาด คือ 1. เราเป็นนักพัฒนาที่ดิน เราจึงมีความสามารถในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ บังเอิญในช่วงนั้น เรื่องของการท่องเที่ยวเมืองไทยมันบูม แล้วสปาก็บูม เพราะสปากับการท่องเที่ยวมันคู่กัน เราเลยมีความสนใจ เนื่องจากเรามีโนฮาวเรื่องการบริการและโรงแรม ก็เลยอยากจะมาทำตรงนี้ดู ถือเป็นธุรกิจใหม่ของครอบครัว

> สปากับอสังหาฯ แนวทงการบริหารต่างกันมากน้อยเพียงใด

จริงๆ ก็มีส่วนที่ต่างกันบ้างในรายละเอียด แต่หลักใหญ่ที่เป็นหัวใจของการบริหาร คือต้องเข้าใจสถานการณ์ และตามาให้ทัน นั่นหมายถึงความคิดและความรู้ต้องไม่หยุดอยู่กับที่ต้องแสวงหาอะไรใหม่ๆ เสมอ อสังหาฯ เองก็ต้องมีแนวทางที่จะพลิกแพลงฉีกแนวตลาด จับจัวหวะความต้องการเพื่อสร้างโปรดักส์ที่สอดคล้อง ทั้งความต้องการของลูกค้า และสถานการณ์

สปาหรือโรงแรมนี่ก็ต้องไปดูเรื่องของแนวโน้มการท่องเที่ยว ที่ก็ต้องพลิกไปตามสถานการณ์ มีจังหวะรุกรับที่ชัดเจน

> ธุรกิจต่อจากนี้เกี่ยวกับ เมดิคัลสปา

ธุรกิจจากนี้ก็ยังอยู่ในแวดวงของบริการเพื่อสุขภาพ ที่ตนถนัดก็เลยมามองเรื่องของ เมดิคัลสปา ที่เป็นป้าหมายที่วางแต่แรก เมดิคัลสปา ที่เป็นเรื่องของการบำบัด การที่บำบัดความหมายถึงว่า ไม่ใช่เอาคนป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้มา แต่สมมติคนป่วยกำลังจะหายดี มาพักฟื้นให้หน้าตาสดชื่น บางคนทำศัลยกรรมผ่าตัดมาอาจจะยังไม่หายดีนัก ยังไม่อยากจะกลับบ้าน ยังไม่อยากไปออกสังคม ก็มาพักผ่อนให้มันสดชื่นแล้วค่อยกลับบ้าน

ตอนนี้เราคุยกับคุณหมอหลาย ๆ คนแต่คงยังจะเปิดเผยรายชื่อไม่ได้ เอาไว้ตอนเปิดตัวโครงการ เชื่อว่าประมาณภายใน 1 เดือน ตอนนี้กำลังวางโครงสร้างของพวกแพ็คเกจต่าง ๆ พวกเมนูที่เฉพาะคนกลุ่มนี้ โดยที่จะมีคุณหมอมาควบคุมหมดเลย ไม่ใช่เราทำเอง

โดยโปรแกรมที่เราให้การบำบัด มันจะอิงไปทางเรื่องของธรรมชาติ การบำบัดร่างกาย เราจะเน้นหนักไปทางเรื่องของชีวจิต ผสมกับเรื่องของการพักฟื้น โดยจะมีแพทย์เข้ามาอยู่ไปด้วย คือเหมือนกับเป็นการบำบัดร่างกายจริง ๆ ให้หายโรค โครงการนี้จะมีห้องพักประมาณ 32 ห้อง แต่ไม่ได้หมายถึงจะต้องเป็นเหมือนกับโรงพยาบาล จะเป็นลักษณะของการบำบัดผ่อนคลายที่อยู่ในความควบคุมของแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าเร็วๆ นี้