หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 825 ประจำวันที่ 5-9-2007 ถึง 7-9-2007 ]

สคบ.คุมเข้มเต็นท์รถมือสองบังคับใช้บัญญัติ 21 ประการ

 

สคบ.เอาจริงเต้นท์รถมือสอง พบ 1 เดือนลูกค้าร้องเรียน 1,000 รายติด อันดับ 2 สินค้าเจ้าปัญหา บังคับติดฉลากสินค้าแจงรายละเอียด 21 ข้อมีผลบังคับ 8 กันยายน 2550 นี้ ฟันธงเต็นท์ ไหนไม่ติดฉลากหน้ารถเจอคุก แน่ ด้านกลุ่ม N.K. เบนซ์มือสองรับเป็นเรื่องดี แต่ติงรายละเอียดเลอะเทอะเกินไป ควรกำหนดไว้ในสัญญาซื้อ-ขาย มาก กว่าเพราะหากไม่ระบุในสัญญา ก็เอาผิดไม่ได้

จากประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 50 (พ.ศ.2550) เรื่องให้รถยนต์ใช้แล้วเป็น สินค้าที่ควบคุมฉลาก ที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กันยายน 2550 นี้นั้น

นางรัศมี วิศทเวทย์ ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก เปิดเผยว่า ประกาศฉบับนี้กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้ว จะต้องมีฉลากแสดงรายละเอียดข้อมูลรถแต่ละคัน ทั้งหมด 21 รายการ เช่น 1.วัน จดทะเบียน 2.เลขทะเบียน 3.เลขตัวรถ 4.เลขเครื่องยนต์ 5.ยี่ห้อรถ 6.ยี่ห้อเครื่องยนต์ 7.สี 8.ประเภทของรถ 9.ชนิดเชื้อเพลิง 10.ลำดับเจ้าของ และ 11.ภาระผูกพันของรถยนต์ที่มีอยู่ในวันจำหน่าย (ถ้ามี) โดยตัวอักษรจะต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 1 เซนติเมตร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550 นี้ ซึ่งนับจากวันออกประกาศวันที่ 26 เมษายน 2550 ในระยะเวลา 120 วัน

นายก่อเกียรติ กฤษดาธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท N.K. คาร์พลาซ่าและเบนซ์ N.K. จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองรายใหญ่ เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงเรื่องการติดฉลากรถยนต์มือสอง ที่ สคบ.ออกประกาศบังคับใช้ให้เป็นสินค้าที่ต้องควบคุมฉลากว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริโภคควรจะต้อง ได้รับข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้องและเป็นธรรมเพราะ สินค้าทุกประเภทต้องมีฉลากระบุรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการถูกหลอก หรือปกปิดข้อมูลต่อลูกค้า

แต่จากรายละเอียดตัวอย่างฉลากสินค้ารถยนต์ใช้แล้ว ที่สคบ.จัดทำนั้นในความเห็นส่วนตัวแล้ว มองว่าบางหัวข้อไม่มีความจำเป็น เช่น ประเภทของรถ, ยี่ห้อรถ, ประเภทสี, เชื้อเพลิง, เจ้าของลำดับที่, ผู้ผลิต, ผู้จำหน่าย, สถานที่ตั้งของผู้จำหน่าย, คำเตือนและภาระผูกพันของรถยนต์ ที่มีอยู่ในวันจำหน่ายรวมทั้งชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า เพราะทุกหัวข้อที่ยกตัวอย่าง ลูกค้าสามารถเห็นได้ทันที่เมื่อเดินเข้าไปที่เต็นท์รถนั้น โดยไม่จำเป็นต้องบังคับให้ระบุไว้ในฉลาก และเป็น รายละเอียดที่เลอะเทอะเกินไปถ้าต้องติดทุกหัว ข้อทั้งหมดไว้ที่ด้านหน้าของรถแต่ละคัน

โดยถ้ามองในมุมของคนซื้อรถ ผมก็บอกได้ว่าไม่จำเป็นกับหัวข้อที่กล่าว เพราะเดินไปที่เต็นท์ผู้จำหน่ายก็เห็นอยู่แล้วและอาจจะทำให้รถคันนั้นๆ ไม่น่าสนใจ เพราะมีตัวหนังสือมาปิดกันความสวยงาม ทำให้เกิดแรงจูงใจในความสนใจน้อยลง

ส่วนหัวข้อจำเป็นหรือรายละเอียดที่ต้องเป็นติดประกาศให้ลูกค้าได้เห็น หัวใจสำคัญควรเป็นหัวข้อคือ 1.เลขตัวรถ 2.เลขเครื่องยนต์ 3. เลขทะเบียน, 4.วันที่จดทะเบียน 5.ราคาขาย 6. ดอกเบี้ย 7.เงินดาวน์ และ 8.คู่มือการใช้งาน

สำหรับหัวข้อต่างๆ ทั้งหมดที่ สคบ.บังคับให้ติดคือ ประเภทรถยนต์, ยี่ห้อรถ, ประเภทสี, ยี่ห้อ เครื่องยนต์, เชื้อเพลิง, เลขตัวรถ, เลขเครื่องยนต์, เลขทะเบียน, วันที่จดทะเบียน, เจ้าของรถลำดับที่, ผู้ผลิต, ผู้จำหน่าย, สถานที่ตั้งของผู้จำหน่าย, ขนาดหรือปริมาณกระบอกสูบ, วันเดือนปีที่ผลิตและภาระผูกพันของรถยนต์ที่มีอยู่ในวันจำหน่ายนั้น ทั้งหมดนี้ สคบ.ต้องบังคับให้มีอยู่ในสัญญาซื้อ-ขาย เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อถูกหลอกหรือถูกผู้ขายย้อมแมว

เพราะมีกรณีเกิดขึ้นมาต่อเนื่องว่าผู้ซื้อถูกผู้ขายหลอกหรือย้อมแมว เนื่องจากขณะทำการเจรจาซื้อขายนั้นผู้ขายปกปิดข้อมูลบางอย่าง เช่น รถพลิกคว่ำหรือชนหนักมาแล้ว แต่ผู้ขายหลอกว่าไม่เคยมี เมื่อซื้อรถไปแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ พบว่ารถผลิกคว่ำหรือชกหนักมาก่อน ก็ไม่สามารถ เอาผิดกับผู้ขายได้ โดยกรณีเช่นนี้ สคบ.ต้องให้เต็นท์ผู้จำหน่ายระบุไว้ในสัญญา เพื่อที่เมื่อผู้ซื้อไปตรวจพบจะได้เอาผิดกับผู้ขายได้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีระบุในสัญญา ผู้ซื้อรถมือสองจึงถูกหลอกหรือย้อมแมวอยู่บ่อยๆ

แต่แน่นอนว่าเมื่อ สคบ.ออกประกาศให้ผู้จำหน่ายรถมือสองทุกเต็นท์ต้องติดฉลากสินค้าตามรายละเอียดที่ระบุไว้นับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550 นี้เป็นต้นไป ดังนั้นทุกเต็นท์ผู้จำหน่ายก็จะต้องปฏิบัติตาม แม้ว่าที่ผ่านมา สคบ.จะไม่มีการเรียก ประชุมหรือสอบถามความคิดเห็นผู้จำหน่ายรถมือสองก็ตาม

ทั้งนี้ ในส่วนของเบนซ์ N.K. และกลุ่ม N.K. คาร์พลาซ่า ซึ่งจำหน่ายรถเบนซ์มือสองและรถมือสองทุกยี่ห้อทุกประเภทได้มีการติดรายละเอียดข้อมูลของรถแต่ละคันให้ลูกค้าทราบมานานแล้วและมีการรับประกันการชนหนักหรือพลิกคว่ำ ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบหรือเอาผิดกับผู้ขายในกรณีที่ถูกหลอกหรือย้อมแมวไว้ในสัญญาซื้อ-ขาย ภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ทำสัญญา

ด้านนางรัศมี วิศทเวทย์ ในฐานะเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวอีกว่า การที่ต้องบังคับให้รถมือสองหรือรถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมฉลากนั้น เพราะ 1 เดือนที่ผ่านมา สคบ.ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภค เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการซื้อ-ขายรถยนต์กว่า 1,000 ราย โดยส่วนใหญ่ร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ประกอบการหรือผู้จำหน่ายปกปิดข้อเท็จจริงด้านคุณภาพรถยนต์และรถยนต์ที่นำมาขายถึงภาระผูกพันต่างๆ

โดยเฉพาะในส่วนของใบเสร็จรับเงินทั้งใน ส่วนของการจ่ายเงินมัดจำหรือการชำระราคารถยนต์จะต้องมีการระบุถึงรายละเอียดตัวสินค้าและเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นข้อผูกมัดไว้ด้วยการปิดฉลากในลักษณะที่กล่าวข้างต้น จะทำให้สามารถแยกผู้ประกอบการที่สุจริตและทุจริตได้ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองไม่ถูกเอาเปรียบหรือเป็นผู้เสียเปรียบ

เพราะที่ผ่านมาในสัญญาซื้อ-ขายรถยนต์ที่ผู้ประกอบการจัดทำขึ้น มีเงื่อนไข หรือข้อความที่ทำให้ผู้บริโภคต้องตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบเป็นอย่างมาก แต่การที่จะกำหนดให้การขายรถมือสองหรือรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา อาจจะไม่สามารถทำได้ อันเนื่องจากสัญญาซื้อขาย รถยนต์นั้นไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ

สำหรับบทลงโทษผู้ประกอบการหรือผู้จำหน่ายรถมือสองที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและผู้ประกอบการที่ไม่ให้ข้อมูลหรือเอกสารกับเจ้าหน้าที่สอบสวน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

“รถยนต์มือสองเป็นสินค้าที่มีผู้บริโภคร้องเรียนกับทางสคบ.ในเรื่องปัญหาของสินค้าและสัญาญามากเป็นอันดับ 2 รองจากบ้านและที่อยู่อาศัย หลังจากวันออกประกาศ สคบ.จะทำการสุ่มตรวจเต็นท์รถมือสอง เพื่อดูว่าผู้ประกอบการปิดฉลากถูกต้องและให้ข้อมูลที่เป็นความจริง หรือไม่ หากพบการกระทำผิดก็มีบทลงโทษตามที่กำหนดไว้”