หน้าแรก > ต่างประเทศ > ธุรกิจโลก     
[ ฉบับที่ 1380 ประจำวันที่ 23-2-2013  ถึง 26-2-2013 ]

‘แอคตาวิส’ คว้าแชมป์ทำเนียบ BBW50‘อเมซอน’เหนือชั้น‘แอปเปิล-ไมโครซอฟท์’หลุด!

 

กลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ขึ้นแท่นสุดยอดธุรกิจที่มีอนาคตสดใสโชติช่วงชัชวาลตามรายงานการศึกษาวิเคราะห์ของ 2 สำนักข่าวระดับโลกคือบลูมเบิร์ก และบิสสิเนสวีค

ข้อมูลการศึกษาวิเคราะห์ธุรกิจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก และสำนักข่าวบิสสิเนสวีค ฉบับล่าสุดประจำปี 2555 ซึ่งถูกนำเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาภายใต้ “ดัชนีบลูมเบิร์กบิสสิเนสวีค 50” (Bloomberg Businessweek 50:BBW-50) ซึ่งมีธุรกิจที่มีฐานะการเงินมั่นคง มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจต่ำ แต่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ดีจำนวน 50 รายได้รับเกียรติบรรจุรายชื่ออยู่ในบัญชี มีชื่อของ “แอคตาวิส”(Actavis) รั้งอันดับที่ 1 ของตาราง

เหตุปัจจัยที่หนุนส่งให้บริษัทแอคตาวิส ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจการค้าเวชภัณฑ์รายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดที่ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราผลตอบแทนต่อหุ้น 1.29 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกจัดอันดับเป็นเบอร์ 1 ของดัชนีบลูมเบิร์กบิสสิเนสวีค 50 ปีล่าสุด เป็นเพราะแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่สดใส ด้วยอัตราเฉลี่ยการขยายตัวของยอดขายที่ร้อยละ 65 ต่อปี ในช่วงปี 2554-2559 จากแผนการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มประเทศที่เคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาซัคสถาน และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อันดับ 2 ของดัชนีบลูมเบิร์กบิสสิเนสวีค 50 ปีล่าสุดคือ “เซลฟอร์ซ” (Sales Force) ที่มีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดที่ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีอัตราผลตอบแทนต่อหุ้น 1.79 ดอลลาร์สหรัฐ

จุดเด่นที่สุดของเซลฟอร์ซ อยู่ที่ความเป็นผู้นำในการให้บริการ “คลาวด์คอมพิวติ้งซอฟต์แวร์” (Cloud Computing Solfware) ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์พันธุ์ใหม่ที่อำนวยความสะดวก และประหยัดในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อการใช้งานได้แบบไร้พรมแดน ประกอบกับราคาหุ้นของเซลฟอร์ซ ก็พุ่งทะยานราวกับติดจรวดด้วยอัตราเร่งที่สูงลิ่วถึงร้อยละ 170 ในช่วง 3 ปีต่อเนื่องกัน

อันดับ 3 คือ “ดาวิต้าเฮลท์แคร์พาร์ทเนอร์ส” (Davita Healthcare Partners) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านโรคไตเป็นพิเศษ และมีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดที่ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้ 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราผลตอบแทนต่อหุ้นที่ 5.51 ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 4 คือ “อเมซอนดอทคอม” (Amazon. com) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอำนวยความสะดวกแก่การดำเนินธุรกิจบนโลกออนไลน์รายใหญ่ยักษ์ของโลก และมีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดที่ 118,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้ 61,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีอัตราผลตอบแทนต่อหุ้น “ติดลบ” 0.09 ดอลลาร์สหรัฐ

เสน่ห์ที่น่าสนใจของอเมซอนดอทคอม อยู่ที่ความ หลากหลายของผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงที่เพิ่มขึ้น จากการได้รับอนุญาตจาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ในโลกทีวีคือซีบีเอส และพีบีเอส ให้นำรายได้ไปเผยแพร่ได้

อันดับ 5 คือ “อเล็กชั่นฟาร์มาซูติคอล” (Alexion Pharmaceuticals) ซึ่งมีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดอยู่ที่ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราผลตอบแทนต่อหุ้นที่ 1.12 ดอลลาร์สหรัฐ

ความเด่นของอเล็กชั่นฟาร์มาซูติคตอล อยู่ที่ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเวชภัณฑ์เพื่อการบำบัดรักษาโรคอ้วน โรคเลือด โรคทางสมอง และยาควบคุมภูมิคุ้มกันสำหรับคนไข้ที่ผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะ

สำหรับบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูใครต่อใครอย่าง “แอปเปิล-อีเบย์-คอมแคสท์-เอ็กซ์พีเดีย-สตาร์บัคส์-นิวส์คอร์ป-ซีบีเอส-วอลท์ดีสนีย์-ไทม์วอร์เนอร์” ต่างก็ได้รับเกียรติบรรจุรายชื่ออยู่ในทำเนียบดัชนีบลูมเบิร์กบิสสิเนสวีค 50 ปีล่าสุดเช่นกัน แต่ความโดดเด่นกระจัดกระจายไปในหลายอันดับตั้งแต่อันดับที่ 9 เรื่อยไปถึงอันดับที่ 34 ในจำนวน 50 อันดับ โดยที่ “ไมโครซอฟท์” ไม่ติดอันดับ