หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1362 ประจำวันที่ 19-12-2012  ถึง 21-12-2012 ]

ค่ายจีนป่วนตลาด‘บิ๊กไบค์’เจ้าเก่าระส่ำ!ขายแค่8หมื่น

 

คีย์เวย์/ฮอนด้า - ตลาดรถจักร ยานยนต์บิ๊กไบค์ระอุ “เอ็มไบค์ฯ” เปิดตัว “คีย์เวย์” จากจีนท้าชนแบรนด์ดังขายคันละ 8 หมื่นบาท ปาดหน้าเจ้าตลาดฮอนด้าที่เปิดขายคันละ 1.99-2.09 แสนบาท พร้อมทุ่ม 100 ล้านตั้งฐานผลิตนิคมฯ เกตเวย์ 6 หมื่นคันต่อปี ด้านฮอนด้า ชี้ปีหน้าแข่งเดือด ชิงเค้ก 9 พันล้านบาท ทุกค่ายขึ้นไลน์ผลิตในไทย

รถ “บิ๊กไบค์” หรือรถจักร ยานยนต์ขนาดใหญ่สองล้อสำหรับเศรษฐีที่ชื่นชอบความท้าทาย เป็นตลาดที่กำลังได้รับ ความนิยมอย่างมาก จากเดิมที่ แข่งขันกันเฉพาะแบรนด์ดังจาก อิตาลี อังกฤษ และญี่ปุ่น ล่าสุด “คีย์เวย์” (Kee Way) บิ๊กไบค์สัญชาติจีนได้เข้ามาตีแย่งส่วนแบ่งจากแบรนด์ดัง

นายธนชาติ ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอ็มไบค์ มอเตอร์เซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากปริมาณตลาดรวมของรถ บิ๊กไบค์ ที่เติบโตปีละ 10 -15% หรือประมาณ 30,000 คันต่อปี บริษัทจึงนำเข้ารถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาจำหน่าย โดยเลือกผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเบลเนลี และ คีย์เวย์ เพราะเป็นแบรนด์ ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ เหมาะสมกับสรีระของคนไทย และโดยเฉพาะผู้ที่รักรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังเริ่มแสวงหารถขนาดใหญ่คันแรก คีย์เวย์ จึงเป็นเป้าหมายหรือทางเลือกแรกของผู้ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยราคาที่ไม่แพงเกินกำลังซื้อ โดยตั้งเป้ายอดขายในปีหน้าไว้ 12,000 คัน

“คีย์เวย์ เป็นรถบิ๊กไบค์ ที่เดิมผลิต ในไต้หวัน ปัจจุบันจำหน่าย 4 รุ่น คือ รถสไตล์ครุยเซอร์ รุ่นซูเปอร์ไลท์ และรุ่นโดราโด รถสไตล์เนคเคดไบค์รุ่นอาร์เควี 200 รถวิบากรุ่นทีเอ็กซ์เอ็ม 200 ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 59,900 บาท ส่วนบิ๊กไบค์รุ่น แบล็ค สเตอร์ (Blackster) 250 EFI ที่พัฒนามาจาก รุ่น โดราโด (Dorado) หรือประเภทครุยเซอร์ เครื่องยนต์ 2 สูบวี ขนาด 250 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์จาก เดิมใช้คาร์บูเรเตอร์ ราคา 88,000 บาท”

นายธนชาติ กล่าวว่า ช่วงปีแรกที่บริษัท นำเข้ามาทำตลาดมียอดขายกว่า 8,000 คัน และเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตในไทย รวม ทั้งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บริษัท จึงได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ตั้งโรง งานผลิตขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ มีกำลังการผลิต 60,000 คันต่อปี ขณะเดียว กันบริษัทก็ได้นำเข้าบิ๊กไบค์สายเลือดเบเนลลี (BENELLI) จากอิตาลี มาทำตลาด เปิดขายในไทยเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 29 ที่เพิ่งจบไป โดยรุ่นทีเอ็นที 899 (TNT 899) รถสไตล์เนคเคดไบค์เครื่อง ยนต์ขนาด 899 ซีซี DOHC 3 สูบเรียง 4 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า เกียร์ 6 สปีด ราคา 549,000 บาท

สำหรับบิ๊กไบค์แบรนด์ดังอย่าง “ดูคาติ” (DUCATI) ที่เข้ามาปักหลักใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเช่นกัน ได้เปิดตัวเพิ่มรุ่นใส่ ABS มาเสริมทัพ โดยที่ข้อมูลอื่นๆ ของรถ ยังเหมือนเดิมกับรุ่นมอนสเตอร์ 795 เครื่องยนต์ ขนาด 803 ซีซี 2 สูบแบบ L-TWIN ให้กำลังสูงสุด 87 แรงม้า ที่ 8250 รอบต่อนาที แรงบิด 8.0 กก.-ม. ที่ 6250 รอบต่อนาที เกียร์ 6 จังหวะ ซึ่งเป็นรุ่นที่ประกอบในไทย ขายราคาตั้งแต่ 799,000-1,658,000 บาท

แบรนด์ “ไทรอัมพ์” (TRIUMPH) บิ๊ก ไบค์อีกค่ายที่เข้ามาปักฐานการผลิตในไทยเป็น รายแรกๆ ในรุ่นบอนเนวิลล์ ที100" (Bon neville T100) รถสปอร์ตทรงคลาสสิก หรือ ในแนวย้อนยุค (1963) ติดตั้งเครื่องยนต์ 865 ซีซี 68 แรงม้า เกียร์แบบ 5 จังหวะ และยังมีสีแบบทูโทนออกมาให้เลือกด้วย โดยขาย ราคา 799,000-710,000 บาท

ด้านฮอนด้า แบรนด์เจ้าตลาด ล่าสุดเปิดรุ่น ซีบีอาร์ 500 อาร์ โดยนายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ หรือ บิ๊กไบค์ ปี 56 จะโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งในปีนี้ตลาดรวมมียอดขาย 30,000 คันต่อปี หรือประมาณ 9 พันล้านบาท แต่ที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการขนส่งทางบกอยู่ที่ 5,500 คัน มูลค่า 1.6 พันล้านบาท คาดว่าตลาดบิ๊คไบค์จะโตขึ้นต่อ เนื่องอีกมาก เพราะมีราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น เมื่อทุกค่ายย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทยก็ส่งผลให้ราคาถูกลงมาก ประกอบกับการปรับ ลดภาษีของรัฐบาลโดยลดภาษีนำเข้าเหลือ 25% และในปีหน้าจะปรับลดลงอีก 5% จึงทำให้ผู้ที่ขับมอเตอร์ไซค์ธรรมดาที่มีอยู่กว่า 20 ล้านคัน หันมาสนใจที่จะมาซื้อบิ๊กไบค์มากขึ้น โดยรุ่น ซีบีอาร์ 500 อาร์ขายราคา 204,000 บาท รุ่น ซีบี 500 เอฟ ราคา 199,000 บาท และรุ่น ซีบี 500 เอ็กซ์ ราคา 209,000 บาท

“ปีหน้าการแข่งขันจะดุเดือดขึ้น เพราะ มีผู้ผลิต และผู้นำเข้ารายใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก หลังจากนี้คงจะต้องสู้กันที่ราคา การบริการหลังการขาย อะไหล่ และอุปกรณ์ ในต้นปีหน้าทางฮอนด้า บิ๊กวิงจะเปิดศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 4 สาขาที่ เชียงใหม่ , อุดรธานี, พัทยา และภูเก็ต รวมสาขาใหญ่ที่กรุงเทพฯ แล้ว เป็น 5 สาขา”