หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012  ถึง 3-8-2012 ]

ไทยพร้อมแล้วรับโอนหน่วยกิตกลุ่มนศ.อาเซียน

 

สยามธุรกิจ - ผู้บริหารมหาวิทยาลัยของไทยพร้อมรับมือการเทียบโอนหน่วยกิต ในกลุ่มสมาชิกอาเซียน แต่ต้อง เป็นตามเกณฑ์ สกอ. กำหนด มหาวิทยาลัยของรัฐกังวล เด็กแห่ซบเรียน ม.เอกชน ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชนวอนรัฐสนับสนุนงบประมาณ
เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัย

รศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.) เปิดเผยความคืบหน้าในการเทียบโอนหน่วยกิตสำหรับนักศึกษาในกลุ่มอาเซียนที่จะมีการโอนย้ายข้ามประเทศว่า ขณะนี้ มทร.ธัญบุรี อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับแผนในอนาคต โดยจะมีการเปรียบเทียบหลักสูตรและเนื้อหาให้เป็นมาตรฐานใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนในการปฏิบัติทางมหาวิทยาลัยอาจจะจัดห้องเรียนพิเศษไว้รองรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากอาเซียนที่มาในลักษณะเทียบโอนหน่วยกิต

อย่างไรก็ตาม การเทียบโอนยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังมีอุปสรรคในเรื่องของเวลาปิด-เปิดมหาวิทยาลัยที่ไม่ตรงกัน ซึ่งต้องปรับแก้ไขให้ตรงกันเป็นอันดับแรกก่อน

รศ. ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหอการค้มีความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องการเทียบโอนหน่วยกิจของนักศึกษาในอาเซียน ซึ่งการเทียบโอนจะเป็นไปตามกฏระเบียบของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยต้องมีเกรดเฉลี่ย C หรือ 2 ขึ้นไป เนื้อหาต้องเหมือนกันไม่ต่ำกว่า 75 % และต้องมาเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 1 ปี

ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนของไทยร่วมมือกันก่อนที่จะพูดถึงความร่วมมือกันในอาเซียน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ นอกจากนี้อยากให้ทางภาครัฐให้การสนับสนุนเรื่องของงบประมาณกับมหาวิทยาลัยเอกชนในการพัฒนามหาวิทยาลัยเพราะเป็นคนไทยเหมือนกันก็มีศิษย์จะใช้งบประมาณของรัฐได้ด้วย

รศ.ดร.อมรา ช้างทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยฯได้เตรียมการถ่ายโอนหน่วยกิจระหว่างนักศึกษาในประเทศอาเซียนไว้แล้ว ซึ่งระเบียบการเทียบโอนนั้น 1 หน่วยวิชาเทียบเท่า 3 หน่วยกิจของอาเซียน โดยการเทียบโอนจะต้องมีรายวิชาหรือเนื้อหาคล้ายกันอย่างน้อย 3 ใน 4 มีเกรดเฉลี่ย C หรือ 2 ขึ้นไป ทั้งนี้เกรดเฉลี่ยจะไม่นำมารวมคิดเป็นเกรดเฉลี่ยสะสม นอกจากนี้สามารถเทียบโอนหน่วยกิจได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ของวิชาทั้งหมดและต้องใช้เวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 1 ปี ในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

อย่างไรก็ตาม การรับนักศึกษาเทียบโอนหน่วยกิจนั้นจะต้องคำนึงถึงห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และมีที่ว่างด้วยโดยเฉพาะคณะหรือสาขาที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น แพทย์, พยาบาล, เภสัชศาสตร์ เป็นต้น เพราะจะมีสภาวิชาชีพคอยควบคุมหากมีจำนวนนักศึกษาเกินจำนวนอาจารย์ที่สามารถดูแลได้ตามกำหนดไว้ ซึ่งจะไม่รับรองหลักสูตรท้ายสุดก็ต้องปิดหลักสูตร ทั้งนี้ในส่วนของการที่จะเปิดห้องเรียนเพิ่มเพื่อรองรับการเทียบโอนนั้นต้องพิจารณาจำนวนอาจารย์ที่สามารถรองรับด้วยและจะต้องแจ้งกับมหาวิทยาลัยพิจารณาเพราะนักศึกษาปีที่ 4 ต้องทำโครงการเสมือนวิทยานิพนธ์ซึ่งต้องใช้อาจารย์ในการดูแลเรื่องนี้

ทั้งนี้ การเทียบโอนหน่วยกิจนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของไทยสามารถทำได้เช่นกันทั้งมหาวิทยาลัยรัฐบาลและมหาวิทยาลัยเอกชน โดยต้องมายื่นเรื่องขอเทียบโอนซึ่งใช้ระเบียบการเดียวกันกับข้างต้น การเทียบโอนหน่วยกิจของนักศึกษาไทย ซึ่งดำเนินการมมั้งแต่ปี 2548 แต่ก็ยังไม่เคยมีนักศึกษาเทียบโอน อาจเพราะมหาวิทยาลัยเอกชนมีเนื้อหา ห้องเรียน ไอที อุปกรณ์ที่ดีกว่าจึงทำให้ดึงดูดนักศึกษาไว้ได้ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยของรัฐเองจึงต้องพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งหากไม่มีการพัฒนาอาจจะทำให้ไม่มีนักศึกษาเข้ามาเรียนก็ได้