หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1318 ประจำวันที่ 18-7-2012  ถึง 20-7-2012 ]

ค่ายประกันรอเฮคปภ.จ่อปลดล็อกขยายลงทุนตปท.

 

คปภ. - กฎลงทุนใหม่ประกันภัยใกล้คลอด คปภ.ไฟเขียวลงทุนต่างประเทศเพิ่มเพื่อกระจายความเสี่ยงหาผลตอบแทนได้มากขึ้น ยันวิกฤติ ยูโรไม่มีผล เผยมองเผื่อ เออีซีทั้งผุดบริษัทร่วมทุน-เปิดสาขา ปลดล็อกลงทุนในประเทศทั้งหุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงินลงทุนเกินเพดานได้หากกองทุนเยอะ ยกเว้นสินทรัพย์เสี่ยงเงินให้กู้ยืม-เช่าซื้อรถห้ามเกินเด็ดขาด แถมหั่นสัดส่วนด้วยเหตุเสี่ยงสูง ด้านบริษัทประกันขานรับพร้อมเต็มที่

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงการแก้ไขประกาศคปภ.เรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันภัยว่า ใกล้แล้วเสร็จหลังจากใช้เวลาปรับปรุงค่อนข้างนานประมาณ 2-3 ปีเนื่องจากเป็นการปรับปรุงกรอบการลงทุนครั้งใหญ่ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้สอดรับกับเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง(RBC) สภาพเศรษฐกิจ ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมากโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความมั่นคง กระจายการลงทุน รองรับRBCและการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 นี้ด้วย

สาระสำคัญของประกาศลงทุนฉบับใหม่ อาทิ อนุญาตให้บริษัทประกันภัยลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้นจากปัจจุบันให้ลงทุนได้ไม่เกิน 8.5% ของสินทรัพย์รวมอาจจะเพิ่มเป็นไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์รวมทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยเพื่อกระจายความเสี่ยง เปิดโอกาสให้บริษัทประกันภัยหาผลตอบแทนได้มากขึ้น ไม่จำกัดโซนและสกุลเงินขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของบริษัทประกันภัยและความมั่นคงของบริษัท ซึ่งการลงทุนต่างประเทศต้องขออนุญาตจากนายทะเบียนทุกครั้ง

“แม้ขณะนี้ยุโรปจะเกิดวิกฤตแต่ต่างประเทศไม่ได้มียุโรปที่เดียวส่วนใหญ่จะมุ่งมาที่เอเชียกัน ในส่วนของเออีซีกรอบใหม่ 10% ที่ว่ารวมถึงการไปเปิดสาขาในต่างประเทศ การร่วมทุนกับบริษัทในประเทศนั้นๆ เปิดบริษัทขึ้นและกรณีบริษัทต่างประเทศเอาหุ้นหรือหน่วยลงทุนต่างประเทศมาขายในบ้านเราด้วยซึ่งกรณีหลังเป็นของใหม่”

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรอบใหม่จะแตกต่างจากเดิมตรงที่คปภ.ปลดล็อกหลักเกณฑ์ต่างๆเพื่อให้บริหารการลงทุนได้อิสระมากขึ้นหากเป็นการลงทุนทั่วไปเช่น หุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงิน เป็นต้น จากเดิมไม่อนุญาตให้ลงทุนเกินจากเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด แต่กฎใหม่ลงทุนเกินได้แต่ต้องมีเงินกองทุนมารองรับให้เพียงพอตามกฎ RBC ต้องมีนโยบายการลงทุนที่ชัดเจน ต้องมีผู้จัดการลงทุนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด บริษัทไหนมีฐานะมั่นคง มีเงินกองทุนมากลงทุนได้มาก แต่ทั้งนี้ยกเว้นการลงทุนในต่างประเทศต้องไม่เกินสัดส่วนที่กำหนดไว้และการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงคือประเภทเงินให้กู้ยืมและการให้กู้ยืมแบบให้เช่าซื้อรถยนต์(ลิสซิ่ง) ซึ่งนอกจากไม่ให้เกินสัดส่วนที่กำหนดแล้ว เกณฑ์ใหม่คปภ.จะปรับลดสัดส่วนการลงทุนประเภทนี้ลงด้วยเนื่องจากมีความเสี่ยงไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจ เช่น เงินให้กู้ยืมจากเดิมให้บริษัทประกันชีวิตลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 35% ของสินทรัพย์รวมอาจจะลดลงเหลือ 25% ส่วนประกันวินาศภัยจากเดิมไม่เกิน 30% ของสินทรัพย์รวมอาจจะลดลงเหลือ 20%

นอกจากนี้ยังมีการจำกัดการลงทุนไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินหนึ่งมากเกินไปเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น เงินฝาก หุ้น ตั๋วเงินซึ่งออกโดยธนาคารแห่งหนึ่ง หากบริษัทประกันภัยจะลงไปทุนในอะไรก็ตามที่ธนาคารแห่งนั้นออกรวมกันแล้วต้องไม่ 20%ของสินทรัพย์รวมจากเดิมไม่จำกัดส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐลดการค้ำประกันเงินฝากด้วย

“กฎลงทุนของใหม่ท่านเลขาธิการคปภ.ก็เร่งอยู่ ตอนนี้เราพิจารณาหลักการใกล้เสร็จแล้วขั้นต่อไปคงจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากเอกชนหลังจากนั้นจะเสนอบอร์ดคปภ.พิจารณาเพื่อบังคับใช้ต่อไป หากกรอบลงทุนของใหม่ออกมากฎย่อยที่ประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้จะยกเลิกหมด”

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “สยามธุรกิจ”ว่า บริษัทมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ เสมอ ซึ่งหากกฎเกณฑ์การลงทุนขยายช่องทางให้มากขึ้น ก็เป็นผลดีต่อการลงทุนของบริษัทที่จะได้ขยายการลงทุนเพิ่ม

“เรามองโอกาสการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะพิจารณาการลงทุนที่ให้ประโยชน์กับเรา ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศนั้นที่ผ่านมาเราลงทุนในประเภทตราสารหนี้ที่บริษัทไทยไปออกในแถบเอเชีย เราไม่มีการลงทุนในโซนยุโรป ส่วนการไปร่วมทุนเปิดบริษัทประกันในต่างประเทศหรือเปิดสาขาในต่างประเทศ เราก็ศึกษาอยู่ หากมีโอกาสที่เป็นประโยชน์เราก็สนใจ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นที่ใด เมื่อใด เพราะยังอยู่ในช่วงศึกษา และต้องดูโอกาสที่เหมาะสม”
เพิ่มเติมข่าวประกัน

ด้านนางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็น”สยามธุรกิจ”ว่า คงต้องรอให้ร่างประกาศลงทุนใหม่ที่คปภ.กำลังปรับปรุงอยู่ออกมาก่อนจึงจะบอกได้ว่าเป็นอย่างไร และทราบว่าทางคปภ.จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจด้วย

“ที่ผ่านมา คปภ.สอบถามสมาคมประกันชีวิตไทยมาครั้งหนึ่งแล้วเกี่ยวกับเกณฑ์ลงทุนซึ่งทางสมาคมฯให้ความเห็นไปหมดแล้วแต่ของใหม่นี้เท่าที่รู้เป็นการแก้ไขใหม่หมดทั้งฉบับ คงต้องรอดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่ทราบมาว่าเกณฑ์ใหม่ค่อนข้างยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม เช่น การลงทุนต่างประเทศ ซึ่งทางไทยสมุทรเองเราก็มีทีมศึกษาการลงทุนต่างประเทศคอยดูแลอยู่ เมื่อเกณฑ์ใหม่ออกมาคงต้องนำมาพิจารณากันว่าจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างไร ตรงไหนบ้าง”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยสมุทรฯ มีการลงทุนในต่างประเทศอยู่บ้าง เป็นการลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชนไทยที่ไปออกในต่างประเทศ เช่น หุ้นกู้ของธนาคารกรุงเทพ โดยเป็นการลงทุนในโซนเอเชียทั้งหมด ไม่มีการลงทุนในยูโรโซนเลย ซึ่งมองว่าสถานการณ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง ความต้องการหลักของธุรกิจประกันชีวิตยังคงเป็นพันธรัฐบาล แต่ก็ยังมีออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของบริษัท ขณะที่วิกฤติยูโรโซนยังเป็นปัจจัยกระทบต่อการลงทุนโดยรวม โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่อาจจะผันผวนมาก