|
ส.วินาศภัย - กองทุนภัยพิบัติ แบกหลังแอ่น หลังรัฐดึงเข้ารับประกันต่อ โครงการข้าวนาปี ปี 55 วงการชี้รับความ เสี่ยงเพิ่มหากนาข้าว 8 ล้านไร่ ล่มต้องจ่ายค่าเสียหายไร่ละ 1,111 บาท เบ็ดเสร็จเกือบ 9 พันล้าน แถมต้องรับภาระประกันทรัพย์สินคุ้มครองภัยพิบัติที่คนสนใจ เพิ่มจาก 30% เป็น 50% ระบุ แม้เงินทุนแค่ 1,500 ล้าน แต่หากโชคร้ายเจอ น้ำท่วมเสียหายหนัก กองทุนฯ 5 หมื่นล้านไม่พอแน่ ด้าน บ.ประกันรอความชัดเจนรัฐเรื่องข้าว ขณะที่ ประกันต่อ ไม่รับแน่เหตุเบี้ยถูก
จากกรณีที่ครม.มีมติเมื่อ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติ โครงการประกันภัยพืชผลหรือ ประกันภัยข้าวนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2555 อัตราเบี้ยประกันรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 129.47 บาท/ไร่ เกษตรกรจ่ายเพียง 60 บาท/ไร่ ส่วนที่เหลือรัฐบาลจะอุดหนุนให้ โดยมีนาข้าวทั่วประเทศทำประกัน 8 ล้านไร่ จากปีก่อนทำแค่ล้านไร่เศษ โดยคุ้มครองความเสียหายจาก 6 ภัยธรรมชาติ คืออุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บ อัคคีภัยวงเงินคุ้มครอง 1,111 บาท/ไร่ ส่วนภัยจากศัตรูพืชวงเงิน 555 บาท/ไร่ โดยใช้งบฯสำหรับโครงการนี้ 555 ล้านบาท
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เปลี่ยนรูปแบบการประกันจากเดิมที่จะซื้อประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อ(รีอินชัวเรอส์)ต่างประเทศที่เคยเสนอค่าเบี้ยไว้ที่ 210 บาท/ไร่ มาเป็นการส่งประกันภัยต่อกับกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติที่มีวงเงินรับประกัน 50,000 ล้านบาทแทนทำให้ค่าเบี้ยลดลงมาก
แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยให้ความเห็นกับสยามธุรกิจ ว่า บริษัทประกันภัยกำลังรอความชัดเจนจากกระทรวงการคลังกรณีที่จะให้กองทุนฯเข้ามารับประกันต่อว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากกองทุนฯเข้ามารับประกันภัยต่อต้องแบกรับความเสี่ยงสูงสุด 8,888 ล้านบาท โดยคำนวณจากทุนประกันสูงสุด 1,111 บาทต่อไร่คูณด้วยจำนวนนาข้าว 8 ล้านไร่ที่รัฐตั้งเป้าไว้
เบี้ยที่รัฐเคาะมา 120 บาท(ไม่รวมภาษี)ต่ำกว่าที่รีอินชัวเรอส์นำโดยสวิส รีซึ่งเป็นผู้รับประกันต่อรายใหญ่ของโครงการเสนอไว้ที่ 210 บาท เนื่องจากปีก่อนเสียหายกว่า 7 เท่า พอเป็นอย่างนี้เชื่อว่าเขาคงรับไม่ได้เพระถ้ารับโอกาสขาดทุนสูงมากเพราะถ้าเอาเบี้ย 120 บาทหารด้วยทุน 1,111 อยู่ประมาณ 10.8 % ของทุนประกันเท่านั้นถือว่าต่ำมากเทียบกับเบี้ย 210 บาทรีอินชัวเรอส์เสนอมาอยู่ที่ 19% ของทุนประกันเป็นราคาที่เขาอยู่ได้ ต้องมีการแก้ไขพ.ร.ก.กองทุนขยายความคุ้มครองภัยต่างๆ เพิ่มเติมน่าจะอยู่ในอำนาจของบอร์ดกองทุน
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า อย่างไรก็ดี เท่าที่ทราบสวิส รี จะเสนอเงื่อนไขใหม่กับกองทุนฯด้วยการเข้ามารับประกันภัยต่อจากกองทุนเพื่อลดความเสี่ยงให้กับกองทุนเป็นสัญญาประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกิน(excess of loss) คือกองทุนรับความเสี่ยงเบื้องต้นค่าเสียหายส่วนที่เกินทางรีอินชัวเรอส์จะเข้ามาคุ้มครองให้ อย่างความเสียหาย 8,888 ล้านบาท กองทุนอาจจะรับผิดชอบแค่ 5,000 ล้านบาทอีก 3,333 ล้านบาทผู้รับประกันภัยต่อจ่ายให้เป็นต้น
โครงการนี้รัฐจะให้เริ่มรับประกันต้นเดือนกรกฎาคมนี้จะช้าหรือเร็วอยู่ที่กระทรวงการคลังและความชัดเจนของกองทุนตัวกรมธรรม์จวนเสร็จแล้วโดยกรมธรรม์ต้องได้รับความเห็นชอบจากกองทุนในฐานะที่เป็นผู้รับประกันต่อ คปภ.คงมีหน้าที่กลั่นกรองเบื้องต้นให้เท่านั้น
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า การให้กองทุนมารับประกันภัยต่อโครงการประกันภัยข้าวอยู่ในอำนาจของบอร์ดกองทุนฯ พิจารณาได้เองอยู่แล้วแม้จะมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมแค่บริษัทเดียวก็ทำได้เพราะกองทุนรับประกันต่อเกือบทั้งหมด แค่ให้มีบริษัทประกันภัยมาทำหน้าที่ออกกรมธรรม์ให้เท่านั้น โดยบริษัทที่เข้าร่วมรับประกันยึดหลักเกณฑ์เดียวกับประกันภัยพิบัติคือเก็บความเสี่ยงไว้เองขั้นต่ำ 0.5% ส่วนที่เหลือส่งเข้ากองทุน
เราแจ้งให้สวิส รีและรายอื่นๆ ทราบถึงเงื่อนไขใหม่นี้แล้วเขาขอศึกษาก่อน เขาคงไม่รับแน่เพราะเบี้ยไม่พอ แต่เขาเสนอแบบใหม่มา เช่น ถ้าเสียหายเกิน 300% เขาจะรับส่วนที่เกินให้ ถ้ายึดความเสียหายของปีก่อนประมาณ 50% ของพื้นที่เพราะปลูกเทียบกับค่าเฉลี่ยความเสียหาย 10 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 12.8% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 57 ล้านไร่
ส่วนในเรื่องประกันภัยภัยพิบัติ นายจีรพันธ์กล่าวว่า ในการขายต้องให้เวลาบริษัทประกันภัยเพราะต้องปรับไอทีรองรับ ส่วนใหญ่เพิ่งเสร็จเมื่อไม่นานมานี้คาดว่าทุกบริษัทน่าจะเริ่มขายได้เดือนมิถุนายนนี้ ยอดการทำประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองภัยพิบัติจะเริ่มเข้ามามากขึ้นพราะประชาชนสนใจมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งตลาดประกันภัยไทยรองรับได้ อย่างลูกค้าอุตสาสหกรรมบอร์ดกองทุนอนุมัติให้ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเป็น 50% ของทุนประกันได้จากเดิมจำกัดไว้แค่ 30% ทำให้ได้รับความคุ้มครองมากขึ้น
กองทุนฯมีเงินหน้าตักอยู่ 50,000 ล้านบาทเมื่อต้องเข้าไปรับประกันภัยต่อประกันภัยข้าวด้วยทำให้แบกความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก 8,888 ล้านบาทจากเดิมที่กำหนดรับความเสี่ยงเฉพาะทรัพย์สินแม้ตอนนี้จะมีผู้ทำประกันภัยพิบัติแค่ 18,000 กรมธรรม์ ทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท แต่หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นเช่นนั้นวงเงิน 50,000 ล้านบาทจะเพียงพอหรือไม่ถึงจะมีเงินจากค่าเบี้ยเข้ามาด้วยแต่ไม่มากเพราะตอนนี้กองทุนยังไม่ซื้อประกันภัยต่อตามแผนเดิมจะแบ่งเงิน 20,000 ล้านบาทไปซื้อประกันต่อต้องแบกรับความเสี่ยงเต็มๆ ถ้าโชคร้ายเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปีที่ผ่านมาค่าเสียหาย 4.8 แสนล้านบาทกองทุนรับไม่ไหวแน่
|
|
|