หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012 ]

หนุนเด็กดีเรียนฟรีไม่ต้องสอบ ย้ำ‘ต้องดีจริง’ไม่เน้นเก่งเข้าร่วมแล้ว 3 พันคน

 

สยามธุรกิจ - มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐเปิดรับเด็กม.ปลายเข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบแอดมิชชั่น ผ่านโครงการ “คนดีมีที่เรียน” เพื่อสนับสนุนเยาวชนของชาติให้เป็นคนดี-มีจริยธรรม เผยเงื่อนไขไม่เน้นเก่งวิชาการแต่ต้องทำความดีต่อเนื่อง อธิการม.เกษตร ย้ำ เด็กต้องดีจริง อย่า เป็นเด็กเส้น ขณะที่อธิการบดีม.ขอนแก่น ชี้เด็กดีกระตุ้นนักศึกษาทำความดี พร้อม ขยายรับจำนวนเพิ่ม ระบุเข้าร่วมโครงการ แล้วกว่า 3,000 คน

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยถึงการรับเด็กนักเรียนมัธยมเข้าศึกษาต่อระดับอุดม ศึกษาในโครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม (โครงการเด็กดีมีที่เรียน)ว่า ม.เกษตรศาสตร์มีโครงการในลักษณะนี้เมื่อ 6 ปีก่อนในชื่อโครงการ “กำแพงแสนโมเดล” โดยร่วมมือกับโรงเรียนโดยรอบใน จ.นครปฐมขอให้คัดเลือกเด็กม.ปลายที่มีความประพฤติดี ทำดี ให้มาเข้าร่วมโครงการ โดยจะรับประมาณ 10% ของจำนวนนักศึกษาที่รับ ซึ่งต่อมาทาง สพฐ.เห็นชอบในโครงการนี้จึงขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกเด็กดีนั้นทางมหาวิทยาลัยจะดูจากคะแนนความประพฤติเป็นหลัก คะแนนวิชาเป็นรอง อีกทั้งจะมีการตรวจสอบเด็กทั้งที่บ้านและโรงเรียน ทั้งนี้ โครงการเด็กดีมีที่เรียนในส่วนของ ม.เกษตรฯ นั้นจะทำเพียง 3 วิทยาเขต จาก 4 วิทยาเขต ซึ่งวิทยาเขตบางเขนจะไม่ร่วมโครงการนี้เพราะเนื่องจากเด็กที่มาเรียนในวิทยาเขตบางเขนมาจากหลากหลายจังหวัดทำให้ทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถกลับไปเช็ก ได้ที่บ้านหรือโรงเรียน

สำหรับผลจากการติดตามเด็กดีจากโครงการเด็กดีมีที่เรียนนั้นมีข้อดีคือทำให้เด็ก มีความประพฤติดีเหมือนเดิมอย่างต่อเนื่อง มีการขยายเครือข่ายทำความดี ประพฤติดี ไปสู่เพื่อนๆ มากขึ้น และเด็กมีผลการเรียนดี เพราะมีการแบ่งเวลาดีด้วย ซึ่งเด็กดีกลุ่มนี้จะเป็นกำลังที่ดีของชาติได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะฝากถึงอาจารย์หรือผู้เกี่ยวข้องที่จะคัดเลือกเด็กดีว่า อย่ามีเส้น ต้องเที่ยงตรง มีจิตสำนึกยุติธรรม ในการให้คะแนนซึ่งต้องเป็นคนดีจริงๆ อีกทั้งต้องเอาจริงเอาจังและเอาใจใส่ให้ดีเพราะการตรวจสอบคนดีต้องใช้เวลา รวมถึงต้องดูความประพฤติทั้งที่โรงเรียนและบ้านด้วย และนอกจากนี้อย่ารับเด็กดีจำนวนมากเกินไปเพราะจะทำให้เบี่ยงเบนในเรื่องของเด็กดี ซึ่งควรรับจำนวนน้อยแล้วให้เด็กไปขยายการ ทำความดีกันเอง

ด้านรศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า โครงการเด็กดีมีที่เรียนนั้นทางม.ขอนแก่นได้มีความร่วมมือมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2549-2550 แต่ในช่วงปี 2552 ได้หยุดไปและในปีการศึกษา 2556 นี้ม.ขอนแก่นได้กลับมาลงนามความร่วมมือกับ สพฐ. อีกครั้งเพื่อจะส่งเสริมให้เด็ก หันมาทำความดีกันมากยิ่งขึ้น

สำหรับจำนวนเด็กดีที่ทางม.ขอนแก่นจะรับปีหนึ่งประมาณ 20-30 คน ซึ่งเกณฑ์ในการคัดเลือกนั้นเบื้องต้นจะต้องทำคุณงามความดีตามที่ทางสพฐ.กำหนด จากนั้นทางมหาวิทยาลัยจะมาคัดเลือกอีกครั้งหนึ่งโดยเด็กจะต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำสุดของคณะที่ต้อง การจะเรียนด้วยถึงจะได้รับเลือกเข้ามาเรียน ทั้งนี้ ม.ขอนแก่นจะมีข้อตกลงต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นคือ มหาวิทยาลัยอื่นจะรับเฉพาะ เด็กดีในจังหวัดเท่านั้น แต่ม.ขอนแก่นจะเปิดรับเด็กดีที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานทุกคน

อย่างไรก็ตาม เด็กดีที่ได้รับเลือกให้เข้า มาเรียนในม.ขอนแก่นนั้นก็จะเข้ามาทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับคุณงามความดีให้กับสังคม ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เด็กในมหาวิทยาลัยหันมาทำความดีเป็นจิตาสาต่อไปด้วย ซึ่งในอนาคตมหาวิทยาลัยจะเพิ่มจำนวนโควตารับเด็กดีให้มากขึ้น

ด้าน ผศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ อธิการ บดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลา เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมโครงการมานานแล้ว ซึ่งเด็กดีที่จะเข้าร่วมกับโครงการเด็กดีมีที่เรียนกับทางมรภ.สงขลานั้น ทาง มหาวิทยาลัยจะใช้วิธีการให้เด็กเข้าเรียนจากประวัติที่ทางโรงเรียนส่งมาให้เพราะ คนดีจะต้องดีมาตลอดไม่ใช่เพิ่งจะดี ซึ่งเด็กพวกนี้มีทั้งเด็กที่มีการเรียนพอใช้ได้และเรียนเก่ง แต่ที่เขาเหมือนกันคือเขามีจิตสาธารณะไม่ใช่เรียนอย่างเดียว ซึ่งนอกจากจะเรียนแล้วพวกเขายังต้องทำประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย

ทั้งนี้ ทางมรภ.สงขลาได้มีการดำเนินการคัดเลือกเด็กดีที่เข้าข่ายมาตั้งแต่ต้นปีโดย มีหลายฝ่ายช่วยกันคัดเลือก อย่างไรก็ตามที่สำคัญคือประวัติจากทางโรงเรียนที่ต้องส่งมาให้ประกอบการพิจารณา ซึ่งหากเด็กดีคนไหนผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วเด็กสามารถเลือกเรียนได้ทุกคณะตามที่ต้องการอยากจะเรียน

อนึ่ง โครงการส่งเสริมนักเรียนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (โครงการเด็กดีมีที่เรียน) เป็นความร่วมมือกันระหว่าง คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังเข้าร่วมโครงการ 11 แห่ง อาทิ ม.เกษตรศาสตร์ ม.ศิลปากร ม.นเรศวร ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น โดย มีนักเรียนเข้าร่วม โครงการแล้วประมาณ 3,300 คน