หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1311 ประจำวันที่ 23-6-2012  ถึง 26-6-2012 ]

ปรับสภาพได้มีโอกาส

 

เข้าสู่ปีที่ 42 ของบทพิสูจน์แห่งคุณภาพ การให้บริการด้านการขนส่งและคลังสินค้า ตลอดจนคุณภาพธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทใน เครือทีปพิพัฒน์ สู่ความแข็งแกร่งในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชาติ เชื่อมโยงทุกเครือข่ายในระบบเศรษฐกิจ บริษัทยืนหยัดด้วยคุณภาพของการบริการที่เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ภายใต้ทุกสภาวะเศรษฐกิจ

วันนี้ “สยามธุรกิจ” ร่วมรู้จักผู้บริหารคนเก่งผู้ยึดมั่นคำสอนสั่งของคุณพ่อ คุณแม่ที่ว่า “ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจกับลูกค้า” กับ คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท ทีปพิพัฒน์ และ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ต แอนด์ สปา

>> รู้จักกลุ่มบริษัท ทีปพิพัฒน์/เกิดศิริปันนา

กลุ่มบริษัท ทีปพิพัฒน์ ทำธุรกิจด้านลอจิสติกส์ ย่างเข้าสู่ปี ที่ 42 ซึ่งเราถือว่าเป็น Top Five ของวงการด้านการขนส่งโดยเฉพาะทางบก เราอยู่อันดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมกันนี้เราก็ต้องการที่จะสร้างฐานไปยังธุรกิจอื่นเพื่อเป็นการรองรับการเติบโตด้วย ซึ่งเราก็ได้ที่ดินแปลง นี้มาก็หลายปีอยู่ จึงมานั่งคิดดูว่าจะพัฒนาอย่างไรให้เป็นประโยชน์ ให้เป็นโรงแรมที่สามารถตอบโจทย์แก่ลูกค้าได้ ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่าธุรกิจโรงแรมที่เชียงใหม่ก็มีการแข่งขันกันที่ค่อนข้างสูง เอามากๆ มีทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็เยอะ ทีนี้เราก็มาดูว่ามีลูกค้าอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งยินดีที่จะใช้จ่าย แต่ก็ต้องได้รับการบริการที่ดี และในเชียงใหม่เองในตัวเมืองทุกคนนึกภาพโรงแรมในเชียงใหม่ก็จะนึกภาพเป็น City Hotel เป็นตึก ซึ่งต้องอยู่ชั้นสูงๆ ขึ้นไป เราก็เล็งว่าที่ 13 ไร่ ของเราอยู่ในตัวเมือง แล้วถ้าเราทำเป็นที่พักในแนวราบ จะทำเป็นรีสอร์ตในเมืองได้ไหม เป็นโจทย์ ซึ่งอย่างที่ทราบรีสอร์ตธรรมชาติ ในเชียงใหม่ที่มีเยอะ จะออกไปทางรอบ นอกอย่างแม่ริม แม่แตงบ้าง ตรงนี้ทำให้เราคิดคอนเซปต์ขึ้นมาเป็น “ศิริปันนา”

จุดขายของเราคือ “รีสอร์ตในเมืองอิงกับธรรมชาติ” คอนเซปต์เราชัดเจนตั้งแต่ด้านการออกแบบก่อสร้าง การตกแต่ง เราอยู่เชียงใหม่เราพยายามขายความที่เป็นล้านนาอย่าง แท้จริง โดยที่มีการอิงคอนเซปต์ของเวียงกุมกามเข้ามาเป็นธีม แต่ก็ไม่ได้ไปก๊อบปี้เวียงกุมกามมาทั้งดุ้น ทางผู้ออกแบบก็มีวิธีการคิดของเขาว่า สิ่งที่เมื่อ 700 ปีที่แล้วเวียงกุมกามมีการตกแต่งอย่างไร มาถึงในยุคปัจจุบันมันจะมีการพัฒนาไปในรูปแบบลักษณะไหน โดยที่กล้าพูดว่าของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของการตกแต่ง จะอิงล้านนาจริงๆ ไม่ได้มีไทยใหญ่ หรือศิลปะพม่ามาปะปน เป็น Vintage ล้านนา แบบจริงๆ

>> บทบาทหน้าที่หลัก

ที่ทีปพิพัฒน์ จริงๆ แล้วก็ยังดูแลอยู่ในเรื่องด้านการขนส่งที่ลำปาง แล้วก็ดูแลด้านบุคคล ด้านบัญชีอีกนิดหน่อย เพราะว่าตัวผมเองทุกวันนี้ก็อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ตลอดแล้ว เรียกได้ว่าตั้งรกรากที่เชียงใหม่เลย ก็ไปมาดูแลได้ทั้ง 2 ส่วน อย่างที่ ศิริปันนา ตอนนี้การตอบรับก็เป็นไปได้ดีมาก ค่อนข้างโอเคอย่างที่เราคิดไว้

>>รางวัลความภูมิใจ

ปีที่แล้วเราติด 1 ใน 25 เราอันดับที่ 18 ของเอเชีย อันดับที่ 3 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นความภูมิใจเพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับรางวัลใดๆ เราได้รับรางวัล TripAdvisor ทั้งในด้านความคุ้มค่าและการให้บริการ

เราเน้นด้านการให้การบริการกับลูกค้าทุกๆคนเป็นมาตรฐานเดียวกัน การใส่ใจลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ในอารมณ์ไหน ศิริปันนาเองเรามีลูกค้าที่มาใช้บริการแล้วกลับมาใช้อีกค่อนข้างเยอะ ตลอดจนมีลูกค้าที่อยู่นานกว่าปกติ เพราะเขาติดใจในเรื่องการให้บริการของเรา ความเป็นกันเองของเรา เหมือนเราไปที่ไหน เมื่อเจ้าบ้านดูแลเราดี เราก็ประทับใจ เราเน้นการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า เราต้องให้บริการที่เหนือกว่า ใส่ความเป็นล้านนาเข้าไป ให้มิตรภาพที่ดีแก่ลูกค้าทุกคน

>> ผลกระทบ AEC

มันจะไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ทุกธุรกิจเราต้องยอมรับความจริงที่ว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คือ องค์กรไหนที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาองค์กรให้ไปตามสภาวการณ์ของตลาดและเวลาในช่วงนั้นได้ ฉวยโอกาสปรับสภาพตัวเองได้ ในช่วงเวลานั้นๆ บริษัทนั้นก็จะอยู่รอดได้ ถามว่าถ้าเกิดมีเงินทุนไหลเข้ามา ธุรกิจอย่างลอจิสติกส์จะไปหวังต้านทุนนอกมันก็เป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะปรับปรุง ปรับตัวรับมืออย่างไรมากกว่า ทำอย่างไรให้เหมาะสม ผมเรียนว่าอย่างประเทศไทยในเรื่องของธุรกิจการขนส่ง ในเรื่องราคาเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านแล้ว เรามีราคาค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ต้องมาบริหารตรงนั้น มันไม่ใช่ว่าซื้อรถมาหนึ่งคัน หางาน หาคนขับแล้วมันจะได้กำไร มันยังมีปัจจัยอื่นที่ยังแฝงเข้ามาอย่างเบี้ยบ้ายรายทางอีก วิธีการต่างๆยังมีข้อจำกัดของมันอยู่ อย่างถ้าทำธุรกิจใหม่ รถ 1 คัน มันไม่มีทางที่จะผ่อนเลี้ยงตัวมันเองได้ มันต้องมีพี่เลี้ยง อย่างของเราเรามีภาระในการผ่อนรถใหม่อยู่ประมาณ 10% ตั้งแต่ปี 2540 เราพยายามใช้ศักยภาพของที่มีอยู่อย่างรถเก่าของเราหรือที่เราสามารถซ่อมแซมได้ก็ซ่อมแซม เราพยายามจะเอาตรงนั้นไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

AEC ในส่วนของอสังหาฯ ในปี 2558 ผมว่าก็เหมือน กับลอจิสติกส์ในมุมของผม คือ ถามว่าโรงแรม 5 ดาวของเราเทียบกับ 5 ดาวในประเทศเพื่อนบ้าน ราคาของเราต่ำกว่าเขาไหม คุณภาพเราดีกว่าเขาไหม นั่นเป็นคำถาม แต่สิ่งที่เราต้องทำคือทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้ามา เรื่องคุณภาพผมกล้าพูดว่า ทั้งคุณภาพของโปรดักต์เอง ในส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งเรื่องการบริการ ยังไงเสน่ห์คนไทยก็ยังเหนือกว่า แต่เราจะนำเสนอมันออกมาอย่างไรให้มีความโดดเด่น ให้มีคาแร็กเตอร์ ชัดเจน ให้มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย คือ อย่างโรงแรมหลายๆ โรง พยายามจะไปกำหนดแสตนดาร์ด เรียกว่าเอาคาแร็กเตอร์ ของฝรั่งมาเป๊ะ แต่โดยที่ลืมความเป็นไทยไป อย่างของเราเอง “ศิริปันนา” อยู่ที่เชียงใหม่ ถามว่าอย่างลูกค้าเข้ามาได้ยินคำว่า “Good Morning Sir” กับ “Good Morning เจ้า” จะชอบแบบไหน คำไหนสร้างความประทับใจกว่า อะไรอย่างนี้ อย่าง “สวัสดีครับ” เปลี่ยนเป็น “สวัสดีเจ้า” แค่นี้สำหรับคนไทย ความรู้สึกก็แตกต่างกันแล้ว มันให้ความรู้สึกว่า เออใช่มันคือ เชียงใหม่ เรามีจุดขายอยู่ที่ว่าเราจะเอาอะไรออกมาขายมากกว่า คือ การแข่งขันทางอาเซียน เรามองว่าหากเราสร้างและเน้นเอกลักษณ์สามารถดึงจุดขายออกมาได้อย่างชัดเจนเราก็สามารถต่อสู้ได้

>> วิสัยทัศน์

อย่างที่กลุ่มบริษัท ทีปพิพัฒน์ เราดำเนินธุรกิจมาย่างเข้าปีที่ 42 เรามีความจริงใจกับลูกค้า เรามีความซื่อสัตย์กับลูกค้า โดยที่เราดำเนินธุรกิจก็หวังผลกำไรตอบแทน แต่แน่นอนว่าก็อยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม เราจะสามารถคืนกลับให้สังคมได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นของทีปพิพัฒน์เอง ศิริปันนาเอง เรามีส่วนที่เป็น CSR อย่างที่ทีปพิพัฒน์ เราก็มีเรื่องของการซัพพอร์ตโรงเรียนอยู่ ศิริปันนา เรามีการประมูลภาพจากศิลปินล้านนา ประมาณ 100 ท่าน รายได้มอบมูลนิธิทั้งหมด เราต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจกับลูกค้า 2 ข้อนี้คุณพ่อ คุณแม่ปลูกฝังพวกเรามาทั้งหมด