หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1311 ประจำวันที่ 23-6-2012  ถึง 26-6-2012 ]

ผงะ!ข้าวไทยรั้งท้ายอาเซียนผลผลิตแค่ครึ่งตันต่อไร่/เอกชนแนะผุด‘1ชาวนา1หมู่บ้าน’

 

สยามธุรกิจ - เปิดตัวเลขผลผลิตข้าว ชาวนาไทยรั้งเกือบที่โหล่ ปลูกได้เพียง 470 กิโลกรัม/ไร่ เป็นรองเกือบทุกประเทศในอาเซียน

โยนรัฐรับผิดเต็มๆ ไม่ส่งเสริมจริงจัง ให้งบพัฒนาแค่หลักสิบล้านบาท น้อยกว่าเวียดนามเป็นร้อยเท่า ด้านผู้บริหารซี.พี. แนะทางออก สร้าง 1

ชาวนา 1 หมู่บ้าน แล้วใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จัดการ ยินดีเหมาซื้อผลผลิตทั้งหมดแบบประกันราคา ขณะที่ "บุญทรง" ยันเจรจากับเขมรเรียบ

ร้อยขายข้าวร่วมกัน จับตา "พม่า" คู่แข่งรายใหม่ในตลาดโลก

จากปรากฏการณ์ที่ต้องบอกว่าช็อคสุดๆ เมื่อมีการรายงานตัวเลขผลผลิตข้าวในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าประเทศไทยมีผลผลิตต่ำ

สุดเกือบสุดท้าย ทั้งที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก กลายเป็นปัญหาใหญ่ท้าทายความสามารถของรัฐบาลว่าจะแก้โจทย์นี้อย่างไร

ปราโมทย์ วณิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผย ็สยามธุรกิจิ ว่าที่ผ่านมาแม้เราจะส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ใน

ตลาดโลก แต่ไม่เคยมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ หรือหาทางเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่เลย เราพูดกันแต่เรื่องประกันราคาและการรับจำนำ

คือเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก จนปัจจุบันกำลังถูกเวียดนามไล่แซงหน้าแล้ว

"ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวเพียงปีละ 40 ล้านบาท แต่เวียดนามใช้งบประมาณ4,000 ล้าน

บาท หรือมากกว่าประเทศไทย 100 เท่า เพื่อคิดค้นพันธุ์ข้าวเพื่อปลูกในที่แล้งใช้น้ำน้อย พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตมากกว่าเดิม หรือพันธุ์ข้าวที่ทน

ต่อแมลงชนิดต่างๆ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก ก่อนที่จะถูกเวียดนามแย่งอันดับ 1 การส่งออกข้าวไปครอง" นายปราโมทย์

กล่าว

นายปราโมทย์กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเน้นการช่วยเหลือที่ปลายเหตุคือการสร้างโครงการรับจำนำหรือประกันราคา โดยไม่

มองถึงต้นเหตุ ไม่เคยกระตุ้นให้ชาวนาหันไปเพิ่มผลผลิต แทนการคาดหวังกับโครงการของรัฐ

"ยกตัวอย่างรัฐบาลให้ราคารับจำนำตันละ 20,000 บาท แต่ชาวนาผลิตข้าวได้ 500 กิโลกรัมหรือครึ่งตันต่อไร่ เท่ากับว่าขายข้าวได้ไร่

ละ 10,000 บาท แต่ถ้าสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ถึงแม้ราคาตลาดจะจ่ายเพียงตันละ 15,000 บาท แต่ชาวนายังขายข้าวได้ถึง

15,000 บาท รัฐบาลจึงควรสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรยืนอยู่บนโลกความเป็นจริง ไม่ใช่โลกแห่งความคาดหวังว่าปีนี้รัฐบาลจะรับซื้อข้าวตัน

ละเท่าไหร่"

ขณะที่นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (สายธุรกิจข้าวและอาหาร) และกรรมการผู้

จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างนักวิชาการ

รุ่นใหม่ๆเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวของไทยให้มีคุณภาพสูงขึ้น ปรับปรุงระบบชลประทาน และสร้างช่องทางการขายใหม่ๆ

โดยเฉพาะระบบชลประทานเป็นเรื่องเร่งเร่งด่วนที่ต้องบริหารจัดการ เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ทำนา 68 ล้านไร่ แต่ที่ทำนาใน

เขตชลประทานมีเพียง 28 ล้านไร่ นอกนั้นอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งต้องพึ่งพาฟ้าฝนเป็นหลัก ถ้าปีไหนฝนแล้ง ข้าวในนาก็เสียหาย จึงไม่

แปลกที่ผลผลิตต่อไร่ของไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วน้อยเกือบสุดท้าย

ผู้บริหารซี.พี.ยังให้คำแนะนำว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ต้องดึงนักธุรกิจมารับความเสี่ยง แล้วสร้างเกษตรกรคนเก่งให้

เกิดขึ้นในแต่ละท้องถิ่น และให้เกษตรกรคนเก่งทำหน้าที่เป็นผู้รับเหมาเพาะปลูก ซึ่งเชื่อได้เลยว่าทุกหมู่บ้านต้องมีเบอร์ 1 หากทำนาได้อันดับ 1

ก็ให้ชาวนาคนเก่งคนนี้มารับเหมาปลูกข้าวให้กับคนในหมู่บ้าน ถ้าคนเดียวไม่พอก็หาเบอร์ 2 และต้องส่งเสริมช่วยสนับสนุนเงินทุนสำหรับ

ซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ และนำวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาส่งเสริมการปลูกข้าว ในลักษณะให้ทุกคนนำที่นามารวมกัน

เป็นฟาร์มขนาดใหญ่ มีหุ้นร่วมกัน ช่วยกันดูแล ซี.พี.พร้อมร่วมมือและร่วมรับความเสี่ยง ด้วยการประกันราคาเหมาซื้อทั้งหมด เพื่อไม่ให้

เกษตรกรต้องเสี่ยง หากเกษตรกรไม่ต้องการบริหารที่นา ซี.พ.ก็ยินดีเข้าไปเช่าทำในราคาที่รับได้

นักวิชาการด้านข้าว สะท้อนตัวเลขน่าสนใจว่า ผลผลิตของไทยต่อไร่แพ้แม้กระทั่งพม่า ซึ่งปิดประเทศมานาน ก็ไม่แน่ว่าหลังจาก

พม่าเปิดประเทศแล้ว อาจจะพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกก็ได้ เนื่องจากข้าวเคยเป็นอุตสาหกรรมส่งออกของพม่าเมื่อ

หลายสิบปีก่อน แต่เมื่อรัฐบาลทหารของนายพลเนวินขึ้นปกครองประเทศ ได้ยึดที่ดินเกษตรกรรมทั้งหมดเป็นของรัฐ และยกเลิกการส่งออก ทำ

ให้ข้าวพม่าหายไปจากตลาดโลก

ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เจรจากับนายจอม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

พาณิชย์กัมพูชา จัดทำความร่วมมือในสินค้าข้าว โดยเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษสองคณะ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการ
จัดตั้งสมาพันธ์ผู้สีข้าวและค้าข้าวแห่งอาเซียน (ASEAN Rice Miller and Trade Federation) โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวในภูมิภาคนี้