หน้าแรก > ธุรกิจบันเทิง > Lead     
[ ฉบับที่ 1308 ประจำวันที่ 13-6-2012  ถึง 15-6-2012 ]

‘เลือดใหม่’ ธุรกิจบันเทิง

 

ถ้าลูกไม้หล่นใต้ต้นของดาราหรือศิลปินคนไหน ที่มีหน่วยก้านเข้าท่าในเรื่องของรูปร่าง หน้าตา และความสามารถในด้านดนตรีแล้ว มักจะถูกชักจูงให้เข้าสู่วงการบันเทิงแทบทั้งนั้น นอกจากทายาทคนนั้นไม่ได้มีความชอบเหมือนพ่อกับแม่ ก็จะไม่ขอเดินทางเข้าสู่โลกมายา ทั้งๆ ที่บางคนหน้าตาหล่อ หน้าตาสวย เป็นพระเอก นางเอก ได้อย่างสบาย จนบางครั้งหลายคนรู้สึกเสียดาย ทั้งๆ ที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่บางคนหน้าตาไม่ค่อยดี แต่ด้วยบารมีของพ่อแม่ที่มีภาษีดี ก็สามารถผลักดันลูกของตัวเองมาเป็นนักแสดงได้เช่นกัน บางคนก็ไม่ถึงฝั่งฝัน บางคนก็แป้กไม่เป็นท่าเพราะหน้าตายังไม่ถึงขั้นนั่นเอง

แต่...ถ้าพ่อกับแม่เป็นผู้สร้าง หรือเป็นนักธุรกิจของวงการบันเทิง เพราะฉะนั้นลูกๆ มักจะไม่พ้นการเจริญรอยตามอย่างแน่นอน เพราะความคุ้นเคยมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก หรืออยู่ในช่วงเยาว์วัย เลยซึมซับบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ โดยไม่ตั้งใจไปด้วย พอได้เข้ามาจับงานอย่างจริงๆจังๆ โดยมีผู้ใหญ่คอยประคองอยู่ข้างหลัง ทุกอย่างจึงเดินหน้าไปได้อย่างดี บางบริษัทผู้เป็นบุพการีก็ปล่อยมือ ให้ทายาทบริหารงานอย่าง เต็มตัว โดยที่ตัวเองคอยดูอยู่ห่างๆ บางครั้งก็จะให้คำแนะนำ หรือเป็นที่ปรึกษาเวลาที่ลูกมีปัญหา ในฐานะที่ตัวเองผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนนั่นเอง “เลือดใหม่” ธุรกิจวงการบันเทิง มีใครบ้างนั้น ขอแนะนำให้รู้จักเฉพาะค่ายดัง ในแต่ละสาขาก่อนก็แล้วกัน

ขอเริ่มต้นจากธุรกิจละครทีวี ที่หลายคนคงจะรู้จักกันดีแล้ว เพราะเป็นค่ายที่ผลิตละครมาอย่างยาวนาน คือ “ดาราวิดีโอ” คู่บารมีของช่อง 7 สี ซึ่งเมื่อก่อนนี้จะมี ‘ไพรัช สังวริบุตร’ หรือ พ่อหรั่ง ลุงหรั่ง อาหรั่ง ของคนในวงการ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ ปีพ.ศ. 2510 ในนาม “ดาราฟิล์ม” เพื่อผลิตละครพื้นบ้านให้กับวิกหมอชิต อาทิ ปลาบู่ทอง (รีเมกหลายครั้งแล้ว) สิงหไกรภพ, ขวานฟ้าหน้าดำ, ยอพระกลิ่น ฯลฯ และเริ่มสร้างละครทีวีควบคู่ ไปด้วย ประมาณปี พ.ศ.2525 จึงเปลี่ยน ชื่อมาเป็น “ดาราวิดีโอ” พอลูกชายทั้งสองคนเริ่มโตจึงให้เข้ามาช่วยงานอย่างเต็มตัว เพื่อให้เรียนรู้งานต่างๆ อย่างครบถ้วน หลังจากนั้นจึงให้ลูกชายคนโต ‘หลุยส์-สยาม สังวริบุตร’ ดูแลค่ายดาราวิดีโอ ส่วนลูกชายคนเล็ก ‘ลอร์ด-สยาม สังวริบุตร’ ดูแลค่ายดีด้า ซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ส่วนคุณพ่อไพรัช ไปตั้งบริษัทสามเศียร และ จ๊ะทิงจา เพื่อผลิตละคร พื้นบ้านแนวจักรๆ วงศ์ๆ เหมือนเดิม

พอข้ามมาฝั่งวิก 3 พระราม 4 มีลูกไม้หล่นใต้ต้น ของผู้จัดที่ก้าวเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้เป็นแม่ก็มีหลายคน แต่ที่เข้ามาเป็นเลือดใหม่ถึง 2 คน คือทายาทของอดีตผู้จัดคนดัง ‘จิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช’ เพราะทั้ง 2 คนสามารถกุมบังเหียน ในการเป็นผู้จัดแทนคุณแม่ได้อย่างสบาย และยังเป็นที่ยอมรับของผู้ชมอีกต่างหาก โดยลูกสาวคนโต ‘จ๋า-ยศสินี ณ นคร’ เป็นผู้จัดในนาม “เมคเกอร์ วาย” ผลิตละครเรื่องแรกคือ “สะใภ้พาร์ทไทม์” และละครที่เป็นที่รู้จักของผู้ชม กงจักรลายดอกบัว, ธาราหิมาลัย, จำเลยรัก, เงารักลวงใจ, สามหนุ่มเนื้อทอง ส่วนลูกชาย คนเล็ก ‘เจ็ท-ณัฐพงศ์ เหมือนประสิทธิเวช’ เป็นผู้จัดในนาม “เมคเกอร์ กรุ๊ป” แทน คุณแม่จิ๋ม โดยเริ่มโชว์ฝีมือจากเรื่อง “กิ่งแก้วกาฝาก” และมาดังสุดกู่จากเรื่อง “เพลิงทระนง” ที่สามารถ ดึงพระ เอกคนดังจากจอเงิน ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ มาลงจอแก้วได้เป็นผลสำเร็จ และที่จบไปเมื่อเร็วๆ นี้คือเรื่อง “รักปาฏิหาริย์” จนมีข่าวว่าผู้จัดเกิดรักนอกจอกับนางเอกของเรื่อง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส นั่นแหละ

สำหรับทายาทในการเป็นผู้จัดละครยังมีอีกหลายคนอย่าง ‘เฉิด ภักดีวิจิตร’ ผู้กำกับวัยรุ่นลูกชาย ของ ‘ฉลอง ภักดีวิจิตร’ ที่มีผลงานเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนดูมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ ฝนเหนือ, ผ่าโลกบันเทิง, อุบัติรักเกาะสวรรค์ และที่กำลังถ่ายทำในขณะนี้คือเรื่อง “ดุจตะวัน ดั่งภูผา” ซึ่งจะแพร่ภาพทางช่อง 7 สี ถ้าข้ามฟากมาทางช่อง 3 ก็จะมีรุ่นเหลนของ ฉลอง ภักดีวิจิตร คือ ‘ต้น-ณัฐวุฒิ ชลลัมพี’ ซึ่งเป็นลูกชายของ ‘สรวงสุดา ชลลัมพี’ ซึ่งคนนี้ก็เป็นลูกสาวของ ‘วิจารณ์ ภักดีวิจิตร’ พี่ชายแท้ๆ ของบิ๊กหลอง ซึ่งหลานสาวคนนี้เคยร่วมงานกันตั้งแต่หนังใหญ่ พอมาเป็นผู้จัดให้กับช่อง 3 เลยไม่ได้ร่วมกันอีก ซึ่งหนุ่มต้นนอกจาก จะเป็นผู้จัดแทนแม่หนูแล้วยังเป็นผู้ผลิตรายการ “ครัวแล้วแต่คริต” และ “ตีท้ายครัว” ในนามบริษัทเงาะถอดรูป ร่วมกับ จ๋า-ยศสินี และ ดุ๊ก-ภาณุเดช วัฒนสุชาติ อีกด้วย อดีตผู้สร้างหนังไทย ‘กอบสุข จารุจินดา’ ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดละครให้กับช่อง 3 จนได้ฉายาว่า “อยู่เย็นเป็นกอบสุข” เพราะละครทุกเรื่องของเธอจะโกยเรตติ้งให้กับช่อง 3 ตลอด และตอนนี้เธอก็ได้ลูกสาวนักเรียนนอก ‘อุ๊-พัชนี จารุจินดา’ มาเป็นผู้จัดให้กับช่อง 3 อีกคน ซึ่งมีผลงานผ่านสายตา ของผู้ชมไปแล้วหลายเรื่อง อาทิ คุณชายติดหรู คุณหนูติดดิน, เทพธิดาปลาร้า และแฟนผมไม่ใช่ผี

ถ้ามาดูในเรื่องของธุรกิจจอเงินที่เป็นยักษ์ใหญ่ ของวงการภาพยนตร์มานานกว่า 30 ปี คงหนีไม่พ้น 2 ค่ายยักษ์อย่าง บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ยังมี ‘เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ’ เป็นผู้กุมบังเหียน แต่ก็มีลูกสาวและลูกชาย ทั้ง 4 คนเข้ามาช่วยบริหารงานด้วย โดยลูกสาวคนโต ‘เอ๋-อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ’ ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด ส่วนลูกสาวคนที่สอง ‘โอ๋-จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ’ ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการฝ่ายการสื่อสารการตลาด และบางครั้งจะเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับหนังบางเรื่องด้วย ส่วนลูกสาวคนเล็กที่มีความสวยไม่แพ้นางเอก ‘อุ๋ย-ชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ’ ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการฝ่ายขาย และลูกชายคนเล็ก ‘หนึ่ง-อัครพล เตชะรัตนประเสริฐ’ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และยังบริหารงานบริษัทโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ภายใต้ชื่อ “แฮปปี้ โฮม” อีกด้วย

ส่วน ‘บริษัท ไฟว์ สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด’ ซึ่งเป็น บริษัทสร้างภาพยนตร์ที่ทุกคนรู้จักกันดีในเรื่องของคุณภาพ มาโดยตลอด และเป็นผู้สร้างรายแรกที่มีโรงภาพยนตร์เป็นของตัวเอง ผู้ที่ก่อตั้งในยุคแรกเมื่อ 30 กว่าปีก่อนคือ ‘เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร’ แต่คนดีของวงการกลับถูกคนในวงการลอบยิงจนเสียชีวิต เพราะมีใครบางคนกลัวจะไปขัดผลประโยชน์ ในเรื่องโรงภาพยนตร์เมื่อประมาณปี พ.ศ.2523 แต่ธุรกิจต้องเดินหน้าต่อไป เสี่ย ‘เชน-เจริญ เอี่ยมพึ่งพร’ ผู้เป็นน้องชาย จึงต้องขึ้นมาบริหารงานแทน ถึงแม้จะไม่มีพี่ชายแต่น้องชายก็สามารถพา บริษัทไฟว์สตาร์ขึ้นมาเป็นบริษัทสร้างระดับแถวหน้าได้เป็นผลสำเร็จ ในขณะที่เสี่ยเชนเริ่มมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ก็มีทายาทของพี่ชายเข้ามาช่วยงานพอดี โดย ‘กิ๊ก-อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร’ ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาดและต่างประเทศ ‘โจ๊ก-เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร’ ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารฝ่ายผลิต และ ‘อาร์ต-เกียรติคุณ เอี่ยมพึ่งพร’ ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารงานด้านแอนิเมชั่น พี่น้องทั้ง 3 คนช่วยกันผนึกกำลังอย่างเต็มที่ เพื่อให้ค่ายห้าดาวที่ผู้เป็นพ่อก่อตั้งขึ้นมา ยังคงอยู่คู่กับวงการภาพยนตร์ไปอีกนานแสนนาน

ทายาทธุรกิจบันเทิงไม่ได้มีเพียง เท่านี้ ยังมีธุรกิจสาขาเพลงอีกหลายบริษัท ที่เห็นอย่างเด่นชัดและมีบทบาท เข้ามาต่อยอดให้กับครอบครัวคือ ‘กวง-คมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์’ ลูกชายคนโตของ ‘เฮียจั๊ว-เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์’ และเป็นหลานแท้ๆ ของ ‘เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์’ บอสใหญ่จากค่ายอาร์เอส นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค ธุรกิจวิทยุ พร้อมสร้างสถิติใหม่ เมื่อคลื่นคูล 93 ฟาเรนไฮน์ ครองแชมป์คลื่นที่มีความคุ้มค่า ในการซื้อเวลาโฆษณามากที่สุด (อ้างอิงจากผลการสำรวจของบริษัท นีลสัน มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด) และยังได้รับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้า ที่ฝ่ายพาณิชย์ ดูทิศทางและกลยุทธ์ของเครืออาร์เอสอีกด้วย

สำหรับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ย่านอโศก ‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’ ซึ่งมี ‘ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม’ เป็นหัวเรือใหญ่ก่อตั้งมาตั้งแต่แรกกับ ‘เต๋อ-เรวัติ พุทธินันทน์’ นักร้องคนดัง เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน จนขยายกิ่งก้านสาขาบริษัทในเครือไปมากมาย จนครอบคลุมทุกธุรกิจ วงการบันเทิง ทั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ในนาม “จีทีเอช” ซึ่งมี ‘วิสูตร พูลวรลักษณ์’ เป็นผู้กุมบังเหียน บริษัทสร้างละครทีวีอย่าง ‘เอ็กแซ็กท์-ซีเนริโอ’ ซึ่งมี ‘บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ’ เป็นผู้บริหารคลื่นวิทยุในนาม เอไทม์ มีเดีย ควบคุมโดย ‘สายทิพย์ ประภาษานนท์’ ผลิตนิตยสารทั้งหัวในและหัวนอก บริษัท อีเวนต์ โทรทัศน์ดาวเทียม และอีกมากมาย ซึ่งขณะนี้อากู๋ไพบูลย์ได้ลูกชายอย่าง ‘ฟ้าใหม่’ และ ‘ระฟ้า’ เข้ามาช่วยงานทางด้านการสื่อสารอย่างเต็มตัวแล้ว ค่ายโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ชื่อดังอย่าง ‘แมงป่อง’ ซึ่งมีผู้หญิงเก่งอย่าง ‘กิตติ์ยาใจ ตรีเอกวิจิตร’ เป็นผู้กุมบังเหียนก็ได้ลูกสาวมาช่วยงานทางด้านบริหารเป็นเวลาหลายปีแล้ว ส่วนค่าย ‘ไรท์ บิยอนด์’ ของ เสี่ย ‘วิโรจน์-ซ้อสุภาภรณ์ ปรีชาว่องไวกุล’ อดีตเจ้าของค่ายจัดจำหน่ายเทปดังอย่าง ‘ออนป้า’ ก็ได้ลูกสาวและลูกชายทั้ง 3 คน มาช่วยดูงานทางด้านการผลิตงานซีดี ดีวีดี และภาพยนตร์ให้เช่นกัน