|
ขณะนี้ราคาสินค้าแพงกำลัง เป็นประเด็นร้อนในสังคม ซึ่งที่ มาของสินค้าราคาแพง ผู้ประกอบการมักจะกล่าวอ้างว่า เพราะพลังงานขึ้นราคา ประกอบกับเป็น ช่วงที่ภาครัฐกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซเอ็นจีวี จึงเป็นที่มาของข้ออ้างดังกล่าว โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่าต้นทุนค่าขนส่งแพงขึ้น
สุชาลี สุมามาลย์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ให้สัมภาษณ์ สยามธุรกิจ ว่า การปรับขึ้นราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี มีผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจไม่มากนัก เพราะภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี
> ปัจจุบันปริมาณรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีมีจำนวนเท่าไหร่?
สัดส่วนของรถที่ใช้แอลพีจี และเอ็นจีวีในระบบ มีจำนวน 1,148,434 คัน เปรียบเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันซึ่งมีจำนวนถึง 29,299,593 คัน จะเห็นได้ว่าจะมีปริมาณการใช้งานที่แตกต่างกันมาก ทำให้การปรับโครงสร้างราคาพลังงานแทบจะมีผลกระทบน้อยมากในส่วนของภาคขนส่งและต้นทุนทางด้านการผลิต
> อยากให้แยกสัดส่วนของรถแต่ละประเภทที่มีการใช้แอลพีจีและเอ็นจีวี?
ในส่วนของรถแท็กซี่ที่มีการใช้แอลพีจี มีจำนวน 40,282 คัน เป็นเอ็นจีวี จำนวน 62,451 คัน รถโดยสารสาธารณะ ที่ใช้แอลพีจี จำนวน 4,278 คัน เป็นเอ็นจีวี จำนวน 24,636 คัน เป็นน้ำมันจำนวน 106,388 คัน รถบรรทุกที่ใช้แอลพีจี จำนวน 3,256 คัน เป็นเอ็นจีวี จำนวน 31,886 คัน และเป็นน้ำมันจำนวน 680,359 คัน จากข้อมูลดังกล่าว เห็นได้ว่าแอลพีจี และเอ็นจีวีในภาคขนส่งมีจำนวนการนำไปใช้ที่น้อยกว่ารถใช้น้ำมันในระบบ ทำให้ข้อบ่งชี้ที่ว่า ก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้ามีราคาแพงขึ้น เพราะในภาคขนส่ง ก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี ยังคงมีการนำไปใช้อยู่ในจำนวนน้อย
> จากนโยบายการปรับราคาแอลพีจี และเอ็นจีวี มีผลกระทบกับราคาสินค้าอย่างไร?
ในส่วนของต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น พบว่าการปรับโครงสร้างที่ผ่านมา ถือว่ากระทบกับภาคการผลิตค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับปัจจัยทางด้านอื่นๆ ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องกล่าวถึงข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ที่ชี้ให้เห็นว่าราคาพลังงานทั้งสองชนิดที่เพิ่มขึ้น มีผลกระทบต่อต้นทุนไม่มากนัก หรือหากมีผลกระทบจะมีเพียง 0.62% เท่านั้น ส่วนผลกระทบจากการปรับราคาสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิงต่อต้นทุนการผลิต ก็แทบไม่ส่งผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะต้นทุนการผลิตมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพียง 0-5% เช่น สินค้าอาหารมีการใช้ค่าเชื้อเพลิงประมาณ 0.4% กลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างใช้ค่าเชื้อเพลิง 5% ทั้งยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าในด้านการขนส่งไม่มากนัก จากการศึกษาของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ค่าขนส่งมีผลต่อโครงสร้างราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคประมาณ 15% ดังนั้น ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ผู้ผลิตสินค้าจะนำมาเป็นข้ออ้างในการขอปรับขึ้นราคาสินค้า
> สินค้าอะไรที่ต้องพึ่งก๊าซแอลพีจีเป็นหลัก?
ประเภทสินค้าที่ต้องพึ่งพาแอลพีจีเป็นหลัก เช่น ปูนและเหล็กเส้น เป็นสินค้าที่ใช้ต้นทุนหลักมาจากแอลพีจี เพราะมีปริมาณน้ำหนักมากและการบรรทุกต่อเที่ยวทำได้น้อย แต่ที่ผ่านมา การจะปรับขึ้นราคาสินค้าประเภทดังกล่าว จะต้องดูต้นทุนทางด้านอื่นๆ ประกอบด้วย เพราะสินค้าดังกล่าวถือเป็นสินค้าชนิดควบคุม
> รายละเอียดมติ กพช. มีบทสรุปในที่ประชุมอย่างไรบ้าง?
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้คงราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม-15 สิงหาคม 2555 ส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งคงอยู่ที่ระดับ 21.13 บาท/กก. และตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป ให้ กบง.ปรับราคาขายปลีกแอลพีจีภาคขนส่ง ให้ราคาไม่เกินต้นทุนก๊าซแอลพีจีจากโรงกลั่นน้ำมัน และในส่วนของแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมก็ได้ให้ กบง.พิจารณาปรับราคาขายปลีกไม่ให้เกินต้นทุนก๊าซแอลพีจีจากโรงกลั่นน้ำมันเช่นกัน และให้กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในแต่ละเดือนให้มีความเหมาะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้คงราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวี เป็นเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม-15 สิงหาคม 2555 ทำให้ราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวี อยู่ที่ 10.50 บาท
> หลังจากนี้ ทาง สนพ.จะมีนโยบายเกี่ยวกับแอลพีจี และเอ็นจีวีอย่างไร?
ทางสำนักนโยบายและแผนพลังงานกำลังดำเนินการศึกษาโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีที่กระทรวงพลังงานว่าจ้างสถาบันวิจัยพลังงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ศึกษา เนื่องจากปัจจุบันแอลพีจี มีราคาที่ตันละ 700-800 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่ตันละ 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงมากแล้ว ดังนั้น การเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ แบบเดิมคงทำไม่ได้ ต้องหามาตรการใหม่ที่เหมาะสม และหลังจากนี้การปรับขึ้นราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี จะไม่กำหนดตายตัวว่าต้องขึ้นราคาทุกวันที่ 16 ของเดือน เพื่อป้องกันการกักตุนของผู้ประกอบการ รวมไปถึงการนำโครงสร้างราคาที่ได้ไปหารือกับผู้ประกอบการภาคขนส่งให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ในส่วนของการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์นั้น อาจจะต้องมีการชะลอการปรับขึ้นมิเตอร์จนกว่าจะครบระยะเวลาที่ตรึงราคาเอ็นจีวีและแอลพีจี 3 เดือน ทั้งนี้ ตามที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการนั้น ได้หารือถึงประเด็นหากได้รับผลกระทบก็จะมีการปรับอัตราใหม่
|
|
|