หน้าแรก > ธุรกิจประกัน > ข่าวประกัน     
[ ฉบับที่ 1272 ประจำวันที่ 4-2-2012  ถึง 7-2-2012 ]

ออก‘ออมสั้น’ดึงลูกค้าครบกำหนดได้ผลแห่ซื้อประกันชีวิตต่อเนื่อง200-300ล้าน

 

แผนออกสินค้าออมสั้นชูผลตอบแทนสูง ล่อใจลูกค้าครบกำหนด ให้ซื้อประกันต่อเนื่องได้ผล “เอเอซีพี” ปั้นยอดขาย “มาย ซุปเปอร์ 3” ได้เบี้ย 200-300 ล้านบาท ชี้หากไม่สะดุดน้ำท่วมอาจทะลุเป้า 500 ล้านบาท ขณะ “ไทยสมุทรประกันชีวิต” ออก “ไทยสมุทร6/2” เพิ่มทางเลือก ลูกค้า ผลดึงซื้อต่อได้ 20%

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการ ตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต (เอเอซีพี) เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ปีที่ผ่านมาบริษัท ได้ออกกรมธรรม์ “มาย ซุปเปอร์ 3” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกรมธรรม์ครบ กำหนดสัญญาตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2554 ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากลูกค้าในระดับหนึ่ง มียอดขายเข้ามาประมาณ 200-300 ล้านบาท จากกรมธรรม์ครบกำหนดในปีที่ผ่านมาคิดเป็นเบี้ยประมาณ 4,000 ล้านบาท

“ถือว่าได้รับการตอบรับดีในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ คือ 500 ล้านบาท หรือ 15-25% ของยอดครบกำหนด แต่ด้วยภาวะน้ำท่วมใน ปีที่ผ่านมา และกรมธรรม์นี้พิเศษจริงๆ สำหรับลูกค้าครบกำหนด เพราะให้ผลตอบ แทนถึง 3.6% ของทุนประกันนับว่าสูงมาก”

ทั้งนี้ กรมธรรม์มาย ซุปเปอร์ 3 เป็นแบบประกันที่ชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว หรือซิงเกิล พรีเมี่ยม (Single Premium) มีระยะเวลาคุ้มครอง 3 ปี รับผลตอบแทน 3.6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยทุกปี ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-2 และรับผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดสัญญา 103.6% ของเงินเอาประกันภัย ในกรณีที่เสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 1 รับความคุ้มครองชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และรับเพิ่มอีก 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หากเสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 2-3 รับความคุ้มครอง ชีวิต 105% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

ด้านนายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอเอซีพี กล่าวว่า ปีนี้บริษัท มีกรมธรรม์ครบกำหนดประมาณ 16,000 กรมธรรม์ คิดเป็นเบี้ยประมาณ 11,700 ล้าน บาท ซึ่งไม่มีปัญหาในการจ่ายแน่นอน เพราะ สินทรัพย์รวมของบริษัทสูงถึง 107,515 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทก็ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มครบกำหนดนี้ซื้อต่ออีกด้วย

อย่างไรก็ดี นอกจากเอเอซีพีที่ออกกรมธรรม์มาจับกลุ่มลูกค้าครบกำหนดแล้ว ยังมีบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด ที่ออกกรมธรรม์มาเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าครบกำหนดที่มีมูลค่าเงินครบกำหนดสูงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ได้แก่ แบบ “ไทยสมุทร 6/2” ชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 6 ปี มีเงินคืนสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-2 ที่ 3% ของทุนประกันปีแรก หรือทุนประกันเริ่มต้น สิ้นปีกรมธรรม์ 3-4 ที่ 4% ของทุนประกันเริ่มต้น และสิ้นปีกรมธรรม์ 5-6 รับ 6% ของทุนประกันเริ่มต้น และเมื่อครบสัญญารับเงินคืนสูง 200% ของทุนประกันเริ่มต้น โดยที่ความคุ้มครองชีวิต หากเสียชีวิตในปีแรกรับ 110% ของทุนประกันเริ่มต้น แต่หากเสียชีวิตระหว่างปีที่ 2 รับ 210% ของทุนประกันเริ่มต้น

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมทุรประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า มีลูกค้าครบกำหนดที่ซื้อประกันต่อเนื่องคิดเป็น 20% ของลูกค้าครบกำหนดทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าของไทยสมุทรฯ 90% เป็นลูกค้าต่างจังหวัด

“ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดจ่ายตาม กรมธรรม์ ทั้งสินไหม เวนคืน และครบ กำหนด เป็นเงินประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ต่างจากที่ได้ประมาณการไว้ โดยเรามีการบริหารจัดการลงทุน และการรับประกันภัยที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้อยู่แล้ว”