หน้าแรก > การเมือง > ข่าวการเมือง     
[ ฉบับที่ 1269 ประจำวันที่ 25-1-2012  ถึง 27-1-2012 ]

การบ้านรัฐบาล‘ยิ่งลักษณ์’ในวาระปรับครม.ใหม่

 

หลากมิติหลายมุมมอง ประดาตามประสาประชาธิปไตย โฟกัสไปที่ความเห็นภาคประชาชนหลัง ครม.ปู 2 คลอดออกมาลืมตาดูโลก กลายเป็นโจทย์ ใหญ่ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องนำ กลับไปตรึกตรองไตร่ตรองถึงข้อเสนอต่างๆ นานาให้ตกผลึก ทอดยอดออกมา เป็นความเห็นของหลายภาคส่วนจากการปรับครม.รอบนี้

นายชัยยุทธ เสณีตันติกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก เปิดเผยกับ “สยามธุรกิจ” ถึงกรณีดังกล่าวว่า การปรับ คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ครม.ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องใช้หลักเศรษฐกิจนำการเมือง โดยให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจเป็น อันดับต้นๆ ต้องมีการบริหารการเงินให้ทัน ต่อสถานการณ์ในประเทศและของโลก และปรับให้เข้ากับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ASEAN Economic Community : AEC มีการวางนโยบายเชิงรุกมากขึ้น นำเงินงบประมาณ 400,000- 500,000 ล้านบาท ออกมาใช้เพื่อฟื้นฟูประเทศโดยเร็ว เพราะประเทศเสียหายมามากแล้ว ที่ต้องประสบปัญหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว

“รัฐต้องเร่งนำเงินมาฟื้นฟู เยียวยาเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักธุรกิจนักลงทุน มีการเร่งจ้างงานซื้อ-ขาย ให้เงินหมุนเวียนออก มาใช้มากที่สุด กระจายรายได้ไปสู่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุน ก่อน AEC โดยเฉพาะการวางมาตรแก้ไขปัญหาอุทกภัยตั้งแต่วันนี้ สำหรับพื้นที่ชายแดน แม่สอด นั้นขอให้รัฐเร่งจัดสรรงบประมาณ เข้ามาลงพื้นที่เพื่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงการการพัฒนาพื้นฐานกับการเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสต์เวสต์ อิโคโนมิคคอริดอร์ EWEC”

นายชัยยุทธ ระบุอีกว่า นอกเหนือจากการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ศูนย์กลางอาเซียนแล้ว เมืองไทยยังเป็นเมืองท่องเที่ยว เมื่อมีข่าว ร้ายเรื่องการก่อการร้ายแล้ว เราต้องเร่งเคลียร์ข่าวร้าย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ธุรกิจการท่องเที่ยวสามารถเดินไปได้ด้วยดี และขอให้เร่งดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตปกครองพิเศษ นครแม่สอด โดยเร็วแบบทำทันที

ด้าน นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เสนอว่า ขอให้ทีม ครม.เศรษฐกิจ เร่งดำเนินโครงการ เมกะโปรเจกต์ในพื้นที่ชายแดนแม่สอด ที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเร่ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค รองรับ ASEAN Economic Community : AEC ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จะเป็นประตูเมืองหน้าด่านสำคัญ และ ครม. เศรษฐกิจจะต้องทำงานรองรับให้ทันในการ เข้าสู่ AEC โดยวางแผนโครงการทั้งระยะ สั้นและระยะยาว จากโครงสร้างพื้นฐานไป สู่เมกะโปรเจกต์

ขณะที่ นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักภาคอีสาน เปิดเผยว่า ดูภาพรวม ครม.ชุดใหม่แล้วเหมาะสมดีทุกคน แต่ยังมีค้างคาใจอยู่คือของนายต่อพงษ์ ไชยสาส์นที่ถูกปรับออกในครั้งนี้ ต้องรอดูความชัดเจนทางผู้ใหญ่ในพรรคก่อน ทั้งนี้ภาพรวมถือว่าเหมาะสมแล้ว และ ไม่มองว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช. กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นสายล่อฟ้า ต้องให้โอกาสเขาทำงานเสียก่อน

“แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากถึงคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคือ ครม. ของคุณยิ่งลักษณ์ต้องกล้าตัดสินใจที่จะออกมาเป็นมติออกมาเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทักษิณ ชินวัตร เพราะประชาชนเขาเรียกร้องเหลือเกิน ถ้าล่าช้า ต่อไปจะไม่มีประโยชน์ อย่าไปฟังเสียกนก เสียงกา กลุ่มต่อต้านนั้นมีแน่แต่เราต้องกล้า เพราะคนชื่อทักษิณ ไม่ได้ผิดอะไรมาก นัก ความผิดที่มีเพราะคมช.ยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ ทำให้คนดีคนหนึ่งต้องระหกระเหินออกไปอยู่ต่างประเทศ”

นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า เมื่อคุณ ยิ่งลักษณ์ได้รับเสียงข้างมากจากคนเสื้อแดงเลือกไปเป็นรัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจพาทักษิณกลับบ้านเพราะประชาชนส่วนใหญ่เขาต้องการขวัญและกำลังใจของคนรากหญ้าจะดีขึ้นเยอะ ส่วนเวลาช่วงที่ทักษิณน่าจะกลับมาน่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายนนี้ ทักษิณต้องได้กลับบ้านได้แน่นอน

ด้านนายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ นักพัฒนาอาวุโส อดีตประธานกรรมการประสาน งานองค์กรพัฒนาเอกชนอีสาน กล่าวในกรณีเดียวกันว่าขณะนี้ประเทศชาติกำลังประสบปัญหาวิกฤติจากมหาอุทกภัย และ ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งกำลังเดินเข้าสู่ความร่วมมือประเทศเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน จึงต้องการนักบริหารมืออาชีพ เป็นมือบริหารที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ และนำพาประเทศชาติเข้า สู่ประชาคมอาเซียนอย่างสง่างาม แต่การ ปรับครม.รอบนี้ ดูเหมือนรัฐบาลกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม โดยมุ่งหวังเพียงต้องการ ตอบแทนบุญคุณ ไม่สนใจเสียงคัดค้าน และ ท้วงติงจากทุกภาคส่วนของสังคมเลย อย่างไรก็ตาม คงต้องตามดูกันต่อไปว่า ครม. ชุดนี้จะทำงานออกมาเป็นอย่างไร