|
สุขภาพพลานามัยเศรษฐกิจโลก กำลังส่งสัญญาณส่อเค้าลางของความหายนะครั้งมโหฬารเขย่าขวัญประชาคมโลกให้ต้องอกสั่นขวัญผวาอย่างใหญ่หลวง โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศกรีซ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจถึงกับตั้งโจทย์เชิงปุจฉาทำนองว่า ถ้าเศรษฐกิจกรีซล่มสลาย จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกคำวิสัชนาที่พรั่งพรูออกมาล้วนอุดมไปด้วยแนวโน้มความวิบัติสารพัดมิติ ซึ่งจะอุบัติตามมาเป็นขบวนยาวเฟื้อย ในลักษณะของ กรีซโดมิโน
โดมิโนตัวแรก จากวิกฤติเศรษฐกิจกรีซ คือวิกฤติเศรษฐกิจโลก
ความโน้มเอียงที่รัฐบาลกรีซ จะไม่มีปัญญาชำระคืนหนี้ ในรูปลักษณ์ของการไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลได้ตามกำหนดเวลา จะทำให้บรรดาสถาบันการเงินในทุกภูมิภาคของโลกที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซไว้ในมือต้องเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง ซึ่งเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจโลก และเป็นบ่อเกิดสงครามปกป้องทางการค้าที่เข้มข้นรุนแรงในตลาดการค้าโลก
โดมิโนตัวที่สอง คือวิกฤติระบบสถาบันการเงินในสหภาพยุโรป
อย่างน้อย 90 ธนาคารในยุโรป รวมทั้งธนาคารกลางแห่งยุโรป ผูกพันความเป็นความตายอยู่กับวิกฤติเศรษฐกิจกรีซ ในฐานะผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซเอาไว้ในมือเป็นมูลค่ากว่า 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตอนนี้มีการเสนอขายลดหนี้พันธบัตรรัฐบาลกรีซ ด้วยอัตราส่วนลดสูงถึงร้อยละ 52 นั่นหมายถึงโอกาสที่บรรดาสถาบันการเงินในยุโรป ที่เป็นเจ้าหนี้รัฐบาลกรีซ จะได้รับชำระคืนหนี้มีเพียงแค่ไม่เกินร้อยละ 48 ของมูลค่าหนี้เท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 52 ต้อง ทำใจ กับ หนี้สูญ
โดมิโนตัวที่สาม คือวิกฤติการเมืองในเยอรมนี
อาการใจใหญ่..ใจดีของสตรีเหล็กแห่งเยอรมนีอย่างนายกรัฐมนตรีแองเจล่า เมอร์เคิล ที่ทุ่มเทเงินจำนวนมหาศาลช่วยประคับประคองระบบเศรษฐกิจกรีซ ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลกรีซ มีแนวโน้มสูงมากที่จะย้อนกลับไปทำร้ายเธออย่างรุงแรง หากในที่สุดรัฐบาลกรีซ เบี้ยวหนี้
โอกาสที่นางเมอร์เคิล จะถูกชุมนุมขับไล่ เพื่อกดดันให้ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกรัฐบาลกรีซเบี้ยวหนี้ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองมีอยู่สูงมาก
โดมิโนตัวที่สี่ คือ วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
สถาบันการเงินสัญชาติอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปหากินกับพันธบัตรรัฐบาลกรีซ และอาจประสบความเสียหายใหญ่หลวงจากการถูกรัฐบาลกรีซเบี้ยวหนี้ กระทั่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
ความกังวลต่อความมั่นคงแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ดูจะสอดคล้องกับผลสำรวจของสมาคมเศรษฐกิจธุรกิจแห่งชาติ (NABE-National Association for Business Economic) ที่สะท้อนภาพแนวโน้มความเสื่อมทรุดของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาออกมาอย่างชัดเจน
รายงานผลการสำรวจพบว่าแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกา ในรอบปีนี้จะอยู่ไม่เกินร้อยละ 1.7 จากที่เคยคาดการณ์ไว้ร้อยละ 2.8 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ทำนองเดียวกันตัวเลขการว่างงาน มีแนวโน้มที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 9 ต่อเนื่องต่อไป และอัตราการจ้างงานใหม่เฉลี่ยต่อเดือนก็ส่อเค้าหดตัวลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ 190,300 อัตรา เหลือแค่ 124,100 อัตราเท่านั้น ขณะที่การขยายตัวของการใช้จ่ายในส่วนของผู้บริโภค ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 ในตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ(จีดีพี) จะมีแค่ร้อยละ 2.1 พิษร้ายภัยวิกฤติเศรษฐกิจกรีซ รุนแรงสุดหยั่งคาด ยิ่งนัก
|
|
|