หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก     
[ ฉบับที่ 1208 ประจำวันที่ 8-6-2011  ถึง 10-6-2011 ]

โอนเงินแสนต้องแจ้ง ปปง. ดีเดย์กฎหมายใหม่ 26 สิงหาคม 2554

 

เป็นข่าวสะท้านกันทั้งวงการ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกประกาศกฎกระทรวงให้ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการ “อีแบงกิ้ง” หรือการโอนเงินสดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป จะต้องรายงานธุรกรรมทางการเงินกับปปง.เป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายใช้สถาบัน การเงินเป็นเครื่องมือฟอกเงิน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. ให้เหตุผลว่า กฎกระทรวงนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 ส.ค. นี้ซึ่งจะครอบคลุมเพิ่มเติม จากกฎหมายเดิม ที่สถาบันการเงินและ ธนาคารต้องรายงานธุรกรรมการเงิน ที่เป็นเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาท ส่วน ธุรกรรมที่ใช้ทรัพย์สินต้องรายงาน ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป แต่กฎหมายใหม่กำหนดเพิ่มเติมให้ธนาคารต้องรายงาน ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป ในส่วนของการโอน ในรูปแบบ Wire Transfer หรือการบริการทางการเงิน ที่ผ่านช่องทางเอทีเอ็ม หรือ อินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง
ทั้งนี้ หากเป็นการโอนเงินหรือทำ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเงินสด ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป โดยต้องรายงานธุรกรรมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายใช้สถาบันการเงินเป็นเครื่องมือฟอกเงิน
พ.ต.อ.สีหนาท ให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมา ปปง.สามารถยึดทรัพย์ที่ดินที่คนร้ายใช้ฟอกเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท และยังมีธุรกรรมอื่นที่ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นแหล่งฟอกเงินอีกนับหมื่นล้านบาท
แค่นี้ก็ยุ่งกันทั้งวงการ เพราะหากดู สถิติการทำธุรกรรมการโอนเงินรายย่อย ของระบบธนาคารพาณิชย์เป็นรายเดือน ก็จะเห็นภาพเดือน เม.ย. 2554 มีปริมาณธุรกรรมการโอนเงินของรายย่อยรวมทั้งสิ้น 2.34 ล้านรายการ มูลค่าเงินโอนทั้งสิ้น 1.11 แสนล้านบาท จำแนกเป็น การโอนเงินชำระสินค้าบริการ 9.52 แสน รายการ มูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท โอนเป็นเงินเดือน 7.15 แสนรายการ คิดเป็นมูลค่า 2.58 หมื่นล้านบาท
โอนจ่ายเงินปันผล 3.08 แสนรายการ คิดเป็นมูลค่า 1.27 หมื่นล้านบาทและมีการโอนเงินประเภทอื่นๆ อีก 3.64 แสนรายการ คิดเป็นมูลค่า 6,420 ล้านบาท เดือน มี.ค. มีการโอนเงินกันทั้งสิ้น 2.27 ล้านรายการ วงเงิน 1.12 แสนล้านบาท โอนชำระค่าสินค้าและบริการ 1.07 ล้านรายการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 7.42 หมื่นล้านบาท โอนเงินประเภทอื่นๆ รวม 3.7 แสนรายการ มูลค่ารวม 9,350 ล้านบาท
เดือน ก.พ. มีการโอนเงินทั้งสิ้น 2.06 ล้านรายการ วงเงินทั้งสิ้น 9.64 หมื่นล้านบาท โอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการรวม 9.47 แสนรายการ มูลค่า 6.4 หมื่นล้านบาทโอนเงินประเภทอื่นๆ อีก 3.8 แสนรายการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 6,840 ล้านบาท ต้องบอกว่ามหาศาล...และกระทบ กับประชาชนจำนวนมากที่พึ่งระบบการ โอนเงินผ่านเอทีเอ็ม หรือการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เฉพาะการโอนเงินเท่านั้นที่ยุ่ง ปปง.ยังขยายวงกว้าง การที่ 9 กลุ่มอาชีพจะต้องรายงานธุรกรรมเงินสด ต่อ ปปง.
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ลูกค้าแสดงตัวตนก่อนทำธุรกรรม เพื่อป้องกัน การฟอกเงิน และเพื่อสกัดเส้นทางการ เงินของกลุ่มมิจฉาชีพ กฎกระทรวงฉบับใหม่ได้เพิ่มเติมจากเดิมที่จะกำหนดเฉพาะสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ที่จะต้องรายงานธุรกรรมเงินสดวงเงินเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนธุรกรรมที่ใช้ทรัพย์สินหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องรายงานตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่ธุรกรรมทางการเงินที่มีการ โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการโอนเงินในรูปแบบ Wire Transfer วงเงิน ตั้งแต่ 7 แสนบาทขึ้นไป จะต้องมีการ รายงานต่อ ปปง.
หลายคนสงสัยว่าธุรกรรมเกี่ยวกับการบริการผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะครอบคลุมไปถึงผู้ที่ประกอบธุรกิจแค่ไหนต้องบอกว่าควบคุมจิปาถะ ตั้งแต่การบริการเครือข่ายบัตรเครดิต การบริการเครือข่ายอีดีซี (เครื่องรูดบัตร) การบริการสวิชชิ่งในการชำระเงิน การ บริการหักบัญชี และการบริการชำระดุล การบริการหักบัญชี เช็คดราฟต์ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตราสารทางการเงิน
ธุรกรรมที่มีการทำผ่านเครื่องกดเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) และเครื่องฝาก เงินอัตโนมัติ (เอดีเอ็ม) ก็เข้าข่ายจะต้อง รายงานธุรกรรมเงินสดกับ ปปง.เป็นรายเดือนด้วย
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จะต้องทำธุรกรรม กับสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงิน ตามมาตรา 16 นั้น สถาบันการเงินจะต้องให้ลูกค้าแสดงตัวตนทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมทางการเงินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 7 แสนบาทขึ้นไปเช่นเดียวกับการที่ลูกค้าทำธุรกรรม ทางการเงินที่ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ การโอนเงินหรือการชำระเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่า 5 หมื่นบาทขึ้นไป ก็จะต้องแสดงตัวตนด้วยเช่นกัน
ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับอีกไม่เกิน วันละ 5,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ ถูกต้อง