หน้าแรก > ข่าวปก > สัมภาษณ์พิเศษ     
[ ฉบับที่ 1040 ประจำวันที่ 14-10-2009  ถึง 16-10-2009 ]

‘เนสท์เล่’ จับมือ ‘ธ.ก.ส.’

 

ผุดธุรกิจ SMEs ช่วยชาติ ช่วยปชช. สร้างงาน สานรายได้ เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ภายใต้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ส่งผล กระทบต่อประชาชนในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะปัญหาที่ตามมาเกี่ยวกับการว่างงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ปัญหานานัปการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือประชาชน ผ่านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ที่จะเป็นส่วน สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน

ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร หรือธ.ก.ส. ที่เข้ามาสนับสนุนด้าน สินเชื่อ และเป็นการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม

นางสาวเวโรนีค ครีมาเดส ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการเนสกาแฟ นักชงมืออาชีพ หรือ Nescafe Street Barista ภายใต้คอนเซปต์ “One Stop Service” เริ่มจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 โดยเป็นช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบรถเข็นราคา 9,999 บาท, รูปแบบเคาน์เตอร์ราคา 6,900 บาท และโมเดลล่าสุดคือ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างในราคาคันละ 54,500 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้สำหรับผู้ที่ว่างงานหรือต้องออกจากงานในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังเป็นทางเลือกให้สำหรับผู้ที่สนใจอยากมีธุรกิจของตนเองด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมามีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 5,000 ราย ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรสู่สังคมในการช่วยสร้างอาชีพและสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับโครงการช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก 3 หน่วยงานหลัก คือ 1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งช่วยเหลือทางด้านการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ 2.กองการส่งเสริมการมีงาน ทำ กระทรวงแรงงาน ในการช่วยเหลือด้านข้อมูลของผู้ว่างงานและแรงงานนอกระบบ และ 3.บริษัท อะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ AMAC ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ห้อ MZ ซึ่งเป็นรถที่มีคุณภาพมาตรฐานจากประเทศเยอรมนีที่ใช้สำหรับการประกอบรถเนสกาแฟพ่วงข้าง โดยได้ปรับราคาให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน คือใช้เงินลงทุน 54,500 บาท ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ได้รับการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งถือเป็นคันแรกในประเทศไทย พร้อมการตกแต่งรถด้วย แบรนด์เนสกาแฟที่สวยงามสะดุดตา และอุปกรณ์การขายที่จำเป็นครบชุด นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการฝึกอบรมให้แก่ผู้ขายเครื่องดื่มให้รู้ถึงวิธีการผสมเครื่องดื่มที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด และที่สำคัญคือมีที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการร้าน เพื่อให้ผู้ลงทุนมีความพร้อมและมีความมั่นใจในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น”

นางสาวเวโรนีค กล่าวอีกว่า “ในส่วนของสินเชื่อเพื่อการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ได้รับความอนุเคราะห์ทางด้านสินเชื่อเงินกู้ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส.ภายใต้โครงการสินเชื่อ 108 อาชีพ ซึ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพอิสระ โดยทาง ธ.ก.ส. คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ร้อยละ 6.75 ต่อปี อัตราเดียวจนถึงสิ้นปี 2552 ซึ่งผู้กู้สามารถ กู้ได้เต็ม 100% และผ่อนชำระภายใน 2 ปี จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการแต่ยังขาดเงินลงทุนให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

“ในส่วนของราคาในการขายเครื่องดื่ม ขึ้นอยู่กับทำเลและกลุ่มเป้าหมายของ ร้าน ซึ่งทางผู้ประกอบการสามารถกำหนด ราคาขายได้เอง โดยที่ทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จะเป็นผู้ที่ดูแลในเรื่องความเหมาะสมให้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้หากผู้ประกอบการสามารถขายเครื่องดื่มได้อย่างน้อย 80 แก้วต่อวัน โดยตั้งราคาขายอยู่ที่แก้วละ 20 บาท ก็จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งคาดว่าธุรกิจการขายเครื่องดื่มโดยรถจักรยานยนต์เนสกาแฟแบบพ่วงข้าง จะสามารถสร้างยอดขายได้มาก ถึง 200 แก้วต่อวันอย่างแน่นอน จึงถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มค่าเนื่องจากมีการคืนทุนที่ง่ายและเร็ว โดยผู้ประกอบการสามารถซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการขายทั้งหมดได้จากตัวแทนจำหน่ายเนสท์เล่ ซึ่งมีกว่า 30 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โปรโมชั่น ของพรีเมี่ยมและการดูแลหลังการขาย จากทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลอีกด้วย”

ขณะนี้ได้มีผู้ที่สนใจที่ประกอบธุรกิจ รถจักรยานยนต์เนสกาแฟแบบพ่วงข้าง ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้แล้วประมาณ 500 ราย โดยทางเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล คาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ภายในปี 2553 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปล่อยสินเชื่อที่ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของทางธ.ก.ส. ซึ่งเชื่อว่าช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบของรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง จะได้รับความสนใจจากประชาชนและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นธุรกิจร้านกาแฟแบบเคลื่อนที่ ที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยคาดหวังให้ผู้ลงทุนทุกท่านมีความ ตั้งใจในการเปิดร้านกาแฟอย่างจริงใจ มีใจรักในด้านการบริการและมีความซื่อสัตย์ ต่อลูกค้า เนื่องจากบริษัทต้องการให้ผู้ลงทุนเมื่อลงทุนแล้วสามารถดูแลกิจการได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นโอกาสของการสร้างเม็ดเงินเกินครึ่งของการลงทุน และทางบริษัทสามารถการันตีรายได้ให้กับผู้ลงทุนไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นต่อเดือน โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล call center โทร.0-2657-8625 นางสาวเวโรนีค กล่าว