หน้าแรก > ข่าวปก > The best CEO     
[ ฉบับที่ 789 ประจำวันที่ 2-5-2007 ถึง 4-5-2007 ]

ต้องสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นบรรทัดฐานขององค์กร

 

บุญฤทธิ์ มหามนตรี
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน จำกัด

การเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารองค์กรใหญ่ระดับประเทศ “สหพัฒน์ กรุ๊ป” ได้นั้น ย่อมการันตีถึงศักยภาพได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ธรรมดา ต่อเมื่อได้รับรู้ถึงวิธีคิดและแนวทางการบริหารด้วยแล้ว ยิ่งเห็นภาพดังกล่าวได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น “บุญฤทธิ์ มหามนตรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน จำกัด คือบุคคลดี เด่น ดัง ประจำคอลัมน์ “The CEO” ฉบับนี้ “เปรียบไปแล้วก็เหมือนกับการหุงข้าวด้วยหม้อดิน คือ จะเริ่มตั้งแต่การก่อไฟ ต้มน้ำ และเอาข้าวใส่ลงไปในหม้อ พอเริ่มเดือดก็เปิดฝา ไม่งั้นน้ำจะล้น ไฟก็จะดับ จากนั้นต้องคอยเติมฟืนหรือถ่านตลอด อย่าให้ไฟมอด หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิดและประเมินผลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และจะปล่อยปละละเลยไม่ได้

ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” ซีอีโอ ไลอ้อนฯ เกริ่นนำถึงหลักการบริหารแบบรวบยอด พร้อมขยายความต่อว่า ถึงแม้ไลอ้อน จะเป็นบิ๊กซัพพลายเออร์ ผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค ป้อนเข้าสู่ตลาดในประเทศและส่งออกมานานร่วมสี่ศตวรรษ แต่ก็ใช่ว่าจะคงสถานะความได้เปรียบเสมอไป เพราะสภาพการณ์แข่งขันในปัจจุบันปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก

นอกจากแรงปะทะจากค่ายผู้ผลิตท้องถิ่นและต่างชาติแล้ว ความผันผวนทาง เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จำเป็นต้องนำมา สังเคราะห์แบบบูรณาการ “วันนี้จะพูดแค่ว่าผลิตสินค้าต้อง ดี เร็ว ถูก คงไม่ได้แล้ว เพราะการแข่งขันสูง สินค้าล้นเกินความต้องการของตลาด ที่สำคัญพฤติ กรรมผู้บริโภคปัจจุบัน ไม่ชอบตุนสินค้า แต่จะซื้อเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น” ไม่ต่างจากการสต็อกสินค้าของคู่ค้าเอเย่นต์หรือร้านโชวห่วย บนเหตุผลลดต้นทุน ส่วนใหญ่จึงไม่นิยมกักตุนสินค้า เมื่อสถานการณ์ตลาดเปลี่ยน แน่นอนว่า แนวทางการขับเคลื่อนก็จำต้องปรับตัว สิ่งที่ทำและเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อไม่นานมานี้ คือ การปรับองคาพยพสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าแนว “สุขภาพ” และเป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อมเป็นสำคัญ

“เราตั้งกรอบพัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นหลัก ฉะนั้นสินค้าที่จะออกจากบริษัท นอกจากต้องตอบสนองผู้บริโภคแล้ว ต้องมี คุณภาพ ซึ่งได้ใช้คอนเซปต์นี้มา 2 ปีแล้ว” บุญฤทธิ์ ย้ำ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ ไลอ้อน ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าจำเป็น มีกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายในวงกว้าง ฉะนั้นแล้ว แนวทางการพัฒนาสินค้า จะคำนึงถึงความต้องการของคนส่วนใหญ่ทั้งใน และต่างประเทศ

ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ยังได้จัดตั้ง โครงการ “คนดี” ขึ้น บนเป้าประสงค์รณรงค์ ส่งเสริมให้คนภายในองค์กร คู่ค้า รวมไปถึงผู้บริโภค ตระหนักถึงความ สำคัญของสิ่งที่เป็นเรื่องนามธรรม ให้สามารถสัมผัสจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการดำเนินงานทางธุรกิจ จากโปรเจกต์ดังกล่าว สิ่งที่สะท้อนย้อนกลับในทางบวก ชนิดเหนือ ความคาดหวัง ทว่า สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล

“ในปีที่ผ่านมา เราได้รับรางวัลดีเด่นในเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน ในสาขาเคมี จากกลุ่มพลังงานทดแทน ที่สำคัญเมื่อคิดเป็นตัวเงินแล้ว สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ถึง 20 ล้านบาทในปีที่แล้ว เมื่อเทียบปี 48” ปรากฏการณ์ในปีแรกของการที่นำ โครงการนี้มาใช้ ในลักษณะการร่วมมือร่วมใจกันทำ

จึงก่อให้เกิดพลังผลักดันองค์กรอย่างสร้างสรรค์ และเปี่ยมประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน บุญฤทธิ์ วิเคราะห์ให้ฟังต่อว่า ในเรื่องการ ทำความดี หรือสิ่งจรรโลงต่อสังคมนั้น เปรียบเหมือนพลังเงียบ แต่เป็นพื้นฐานที่สำคัญ เป็นวัฒนธรรมที่จำเป็นต้องปลูกฝังและต่อยอด นำมาซึ่งความมั่นคงขององค์กรในท้ายที่สุด “วัฒนธรรมของความดีคือพื้นฐานสำคัญของความมั่นคง แต่ไม่ใช่เป็นตัวที่ทำให้องค์กรเติบโต หรือนำไปใช้ในการแข่งขัน

แต่ความดีจะก่อให้เกิดความกลมเกลียวเหนียวแน่น ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคุณธรรมและจริยธรรม ก็จำเป็นต้องเก่งด้วย เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องสมบูรณ์ และผสมผสานกันอย่างลงตัว” กระนั้น โปรเจกต์นี้ ก็หาใช่เป็นการบีบบังคับให้ทุกคนต้องเข้าร่วมโครงการ เพราะ กฎ กติกา มารยาทในส่วนนี้จะว่าด้วยเรื่อง การทำแล้วไม่ผิดกฎหมาย, ไม่ฝืนกฎระเบียบของบริษัท, ไม่ผิดจรรยาบรรณ วัฒนธรรม ศีลธรรม อันดีงาม และหากทำสิ่งใดไปแล้ว จะต้องไม่เกิดผลกระทบขึ้นในอนาคต

ส่วนการขยายแนวร่วมออกไปสู่คู่ค้า โดยเฉพาะร้านค้าโชวห่วย ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ การส่งคนเข้าไปให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ ในเรื่องการค้าขายภายใต้กรอบกติกาการแข่งขันแบบเสรี เพื่อชี้แนะและให้แนวทางในการปรับตัว ควบคู่กับการผ่องถ่ายแนวคิดจรรยาบรรณทางการค้า เช่นเดียวกับ การจัดทำโครงการผ่านสถานศึกษา วัด หรือชุมชนในสถานที่ต่างๆ โดยโครงการที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ คือ โครงการรักการอ่านของโรงเรียนวัดดอกไม้ กระทั่งได้รับรางวัลดีเด่น ในการเป็นโรงเรียนสีขาว และเป็นโรงเรียนตัวอย่างของกรุงเทพฯ

“ปัจจุบันเราต้องแข่งกับบริษัทในประเทศและต่างชาติจำนวนมาก ถ้าเราอ่อนแอสุดท้ายอนาคตก็จะต้องกลับไปเป็นลูกจ้าง ดังนั้นจึงมองว่าจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะโลกมันเปิด คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสู้ และต้องช่วยกันยกระดับ และไม่ควรทำคนเดียว แต่ต้องช่วยกัน เพื่อสังคมจะได้เข้มแข็ง” บุญฤทธิ์ กล่าวหนักแน่น เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวทางการนำทัพของนักผู้บริหารท่านนี้ ฉบับหน้าจะว่าต่อถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนไลอ้อน ต่อกรกับยักษ์ข้ามชาติซัพพลายเออร์!