หน้าแรก > การเมือง > ข่าวการเมือง   
  [ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6 มี.ค. 2556 ถึง 8 มี.ค. 2556 ]

ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ ยิ่งลักษณ์ ไม่แจ้งเท็จปล่อยกู้30ล้านให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
(4เม.ย.2556) - นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช. แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ถึงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากกรณีที่ให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯของนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรส กู้ยืมเงินจำนวน 30 ล้านบาท ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการร ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 54 และกรณีเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค.54 ในรายการระบุเงินให้กู้ยืม ระบุให้บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด กู้ยืมเงินรวม 30 ล้านบาท และทางบริษัทได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวม 3 ครั้ง ได้แก่ ฉบับที่ 1 วันที่ 6 ต.ค.49 จำนวน 20 ล้านบาท ฉบับที่ 2 วันที่ 9 มี.ค.50 จำนวน 5 ล้านบาท และฉบับที่ 3 วันที่ 13 มี.ค.50 จำนวน 5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องดังกล่าว ได้ตั้งประเด็นตรวจสอบไว้ 5 ประเด็น คือ 1. ปี 2549 ไม่ปรากฏการกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นในบัญชีงบดุลของบริษัท แอ็ด ฯ แต่ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าปล่อยกู้ให้บริษัทนี้กู้ ในวันที่ 6 ต.ค.50 จำนวน 20 ล้านบาท เหตุใดจึงไม่ปรากฏในงบดุลปี 49 แต่ปรากฎในงบดุลของบริษัทฯในปี 50 รายการเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่นรวม 30 ล้านบาท 2.บริษัทฯชี้แจงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่นในแต่ละปีแตกต่างกัน โดยในปี 50 ทางบริษัทฯ แจ้งอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50 - 3.75 % ต่อปี แต่อัตราดอกเบี้ยที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงินที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งต่อ ป.ป.ช. คิดดอกเบี้ยตามประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3. ตั๋วงสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ แม้ลงวันที่ออกตั๋วและจำหน่ายจำนวนเงินที่แตกต่างกัน แต่รูปแบบ ถ้อยคำ ข้อความรายละเอียดเหมือนกันทุกประการ 4. ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่วันที่ 6 ต.ค.49 ,วันที่ 9 มี.ค.50 และวันที่ 13 มี.ค.50 แท้จริงแล้วทำขึ้นวันเดียวกันหรือไม่ และ5. รายการเงินให้กู้ยืมส่อเป็นนิติกรรมอำพราง โดยข้อมูลที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ขัดแย้งกับข้อมูลการกู้ยืมเงินของ บริษัทฯ ส่อเป็นการแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ หรือไม่

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า พนักงาน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสรุปได้ว่า บริษัท แอ็ด ฯ จดทะเบียบก่อตั้งบริษัทฯเมื่อวันที่ 23 พ.ค.40 ประกอบธุรกิจให้เช่าอพาร์ทเม้น ชื่อ "ยู คอมเพล็กซ์" ซึ่งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯมี 3 คน คือ นายอนุสรณ์ น.ส.นัทธฤทัย คล่องคำนวนการ และน.ส.สุมิตรา อิงคผาติ โดยเงินกู้ยืมเงินจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 3 ครั้งรวม 30 ล้านบาท ครั้งที่ 1 วันที่ 6 ต.ค.49 จำนวน 20 ล้านบาท กู้เพื่อ ชำระหนี้ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ฉบับที่ 2 วันที่ 9 มี.ค.50 จำนวน 5 ล้านบาท กู้เพื่อ ใช้หวุนเวียนของบริษัทฯ และฉบับที่ 3 วันที่ 13 มี.ค.50 จำนวน 5 ล้านบาท กู้เพื่อ ชำระหนี้เงินเบิกเกินบัญชี ขณะที่สถานที่ออกตั๋วและรูปแบบตั๋วสัญญาใช้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ ทำขึ้นที่บริษัท แอ็ด ฯ ซึ่งตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ทำขึ้นตามวันที่มีการกู้ยืมเงินกัน ส่วนรูปแบบของตั๋วสัญญาใช้เงินที่เหมือนกัน เนื่องจากรูปแบบของตั๋วสัญญาที่ทำขึ้นตามกฎหมายกำหนด ดังนั้นสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ จึงมีรูปแบบและเนื้อความคล้ายกัน จะแตกต่างกันตรงตัวแลขที่ตั๋ว วันที่ออกตั๋ว และเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินเท่านั้น

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนงบการเงินของบริษัทแอ็ด ฯ กรณีงบดุลของบริษัทฯ มีรรอบระยะเวลาเริ่มวันที่ 1 พ.ค. สิ้นสุดในวันที่ 30 เม.ย. ของปีถัดไป ดังนั้นการกู้ยืมเงินจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 30 ล้านบาท บริษัทได้เริ่มกู้ยืมเงินวันที่ 6 ต.ค.49 ถึงวันที่ 13 มี.ค.50 ดังนั้น งบดุลปี 49 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 49 จึงไม่ปรากฎข้อมูลเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น แต่จำนวนเงินกู้ยืมทั้งหมดจะมาปรากฎในงบดุลปี 50 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 เม.ย.50 จำนวน 30 ล้านบาท ในรายการเงินกู้ยืมระยะยาว

ขณะที่การกำหนดอัตราดอกเบี้ยกรณีที่ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ไม่ตรงกับงบดุลปี 50 ขอองบริษัทแอ็ดฯ สรุปคือ ในตั๋วสัญญาใช้เงินกำหนดดอกแบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปีของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แต่ในงบดุลของบริษัทฯ วันที่ 30 เม.ย.50 กำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่นในอัตราร้อยละ 2.50 - 3.75 ต่อปี เหตุที่ดอกเบี้ยไม่ตรงกัน เนื่องจากในครั้งแรกบริษัทแอ็คฯ ตกลงกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการกู้เงินว่า จะขอคิดดอกเบี้ยในอัตราเงินฝสากประจำ 1 ปี ของธธนาคารนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แต่หลังที่มีการกู้เงินกันแล้ววและออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ดังกล่าว ทางบริษัท แอ็ดฯ ได้ตกลงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับดอกเบี้ยใหม่ โดยได้ข้อตกลงว่า เงินกู้จำนวน 20 ล้านบาท ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก ขอคิดอัตารดอกแบี้ยใน 2 ปีแรก ในอัตราร้อยละ 2.50 ต่อปี ส่วนในปีต่อไปให้คิดดอกเบี้ยตามอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามที่ปรากฎตามตตั๋วสัญญาใช้เงิน ส่วนเงินกู้อีก 2 ฉบับ ได้ตกลงกันว่า ให้คิดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปี 50 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.75 ต่อปี ดังนั้น การจัดทำงบดุลของบริษัท แอ็ดฯ ในปี 50 มีอัตราดอกเบี้ยหลายอัตราการบันทึกอัตราดอกเบี้ยในนรายการงบดุล จึงต้องลงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด คือร้อยละ 2.50 และสูงสุด คือร้อยละ 3.75 ต่อปี ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การบันทึกอัตราดอกเบี้ยในนหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัทฯ จึงต้องลงว่า การกู้เงินระยะยาวของบริษัท ในรายการเงินกู้ยืมจากบุคคลอื่น มีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ร้อยละ 2.50-3.75 ต่อปี

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาจากบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและเอกสารทั้งหมด วินิจฉัยได้ว่า กรณีรายการเงินให้กู้ยืมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ให้บริษัท แอ็ดฯ กู้ยืมจำนวน 30 ล้านบาทนั้นมีอยู่จริง ดังนั้นกรณีที่ปรากฎเป็นข่าว ยังฟังไม่ได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 263 วรรค 1 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปี 42 มาตรา 34

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบรายการเงินฝากในบัญชีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายอนุสรณ์ รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รายการสิทธิและสัมปทาน รายการเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และทุกรายการแล้วเห็นว่า ไม่มีพฤติการณ์ที่จะฟังได้ว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกติข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเอกฉันท์ รับทราบและเก็บข้อมูลไว้ประกอบการรพิจารณาต่อไป


ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบมติว่า รู้สึกสบายใจขึ้น และในส่วนของตนเองก็ขอเรียนยืนยันว่าข้อมูลต่างๆที่ได้ส่งไปให้ ป.ป.ช.นั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริงและไม่มีเจตนาปกปิดแต่อย่างใด เมื่อถามว่าวันนี้ถือเป็นบรรทัดฐานการทำงานขององค์กรอิสระในการตรวจสอบเรื่องต่างๆหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามหลักการแล้วก็ต้องดำเนินการตามหลักข้อเท็จจริงและพร้อมให้ความยุติธรรมกับทุกคน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับตนเมื่อได้รับทราบการพิจารณาของ ป.ป.ช.แล้วก็สบายใจขึ้น ก็พร้อมเดินหน้าทำงานในหน้าที่ของเราต่อไป ทั้งนี้ส่วนที่ ป.ป.ช.ยังคงเก็บข้อมูลไว้นั้น ก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องว่าแต่ละเรื่องมีข้อสงสัยอะไรบ้าง แต่ในเรื่องดังกล่าวป.ป.ช. ก็มีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้นักลงทุนและตลาดหลักทรัพย์มีความหวั่นไหวว่านายกรัฐมนตรีอาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หลังคำวินิจฉัยชอง ป.ป.ช.จะให้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของการลงทุนมากกว่า มองว่าปัจจัยที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญคือการเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงและเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีเป็นหลักมากกว่าเป็นหุ้นที่มีปัจจัยที่อ่อนไหว ถ้าเลือกปัจจัยเหล่านี้ก็เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของข่าวสารต่างๆนั้นก็ขอให้พิจารณาให้เกิดความชัดเจนก่อนก็จะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจและไม่เกิดความหวั่นไหว

เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรกรณีข้อมูลที่ยื่นต่อป.ป.ช.ในส่วนของนายกรัฐมนตรีและนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ในเรื่องเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยไม่ตรงกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในรายละเอียดที่ ป.ป.ช.สอบถามมาเราก็ได้ชี้แจงไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งทุกอย่างได้ชี้แจงตามข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาที่จะปกปิดใดๆเลย ซึ่งทางป.ป.ช. ก็ได้ตรวจสอบและยืนยันผล รวมทั้งชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้ว ต่อข้อถามว่าต่อไปการยื่นบัญชีทรัพย์สนและหนี้สินจะต้องรอบคอบมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรียนว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินในครั้งนี้ ก็ได้ข้อสรุปโดย ป.ป.ช.ว่าไม่มีการปกปิดใดๆ ก็แสดงว่าการยื่นนั้นถูกต้องตามข้อเท็จจริง

"ดิฉันเองก็ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนว่าบางครั้งไม่ได้ข้อเท็จจริงแล้วเสนอข่าวออกไปก็อาจจะทำให้เกิดความกังวล ซึ่งวันนี้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ทาง ป.ป.ช.ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและวินิจฉัยผลอย่างเป็นทางการแล้ว"นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com