หน้าแรก
> ธุรกิจขายตรง >
ข่าวขายตรง
[ ฉบับที่ 1337 ประจำวันที่ 22-9-2012 ถึง 25-9-2012 ]
|
ดี เน็ทเวิร์ค ลงสนามรบตลาดชั้นเดียวขายสินค้าผ่านสื่อทุกแขนงตั้งเป้าสิ้นปี 500 ล.
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ดี เน็ทเวิร์ค ยิ้มร่า 9 เดือน ปิดยอดขายได้กว่า 170 ล. มากกว่า ปีที่แล้วทั้งปี ที่ปิดยอดขายได้เพียง 110 ล. ปลายปีตั้งเป้า 500 ล. ส่วน ไตรมาสสุดท้ายวางกลยุทธ์ รุกหนัก สื่อทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น วิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่น ทีวีดาวเทียมและไทเกอร์ช็อปปิ้ง โดยใช้แผนการตลาดแบบ SLM หรือขายตรงชั้นเดียว ด้านสินค้าหัวหอกตัวล่าสุด ดีเบรม กระแสตอบรับดีเกินคาด 6 เดือนขายได้แล้วกว่า 1 แสนกล่อง ล่าสุดเตรียมเจาะตลาดในอีก 4 ประเทศอาเซียน
นายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะรุกหนักผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สื่อวิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม และผ่านรายการไทเกอร์ช็อปปิ้ง
จากเดิมที่เราเน้นการทำตลาดผ่าน 3 ช่องทางหลักด้วยกัน ได้แก่ การขยายเครือข่ายแบบปากต่อปาก ใช้สินค้าดีแล้ว บอกต่อเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือคนที่รู้จัก, ช่องทางที่สอง คือ การจัดประชุม สัมมนา โดยเน้นความถี่เรื่องการประชุมเพื่อสร้าง ความสนใจและการมีส่วนร่วมจากประชาชน และรูปแบบที่สาม คือ การทำตลาดผ่านระบบออนไลน์ โดยบริษัทได้มีการวางโปรแกรมสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อช่วยให้สมาชิกทำงาน ได้อย่างสะดวก และรวดเร็วขึ้น แต่ในปัจจุบันเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการทำธุรกิจก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ซึ่งการรุกตลาดเครือข่ายไปยังสื่ออื่นๆ ก็เป็นทาง เลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ การจะทำตลาดผ่านสื่อดังกล่าว ให้ประสบผลสำเร็จด้วยดีนั้นจะต้อง มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ สินค้าต้องดีมีคุณภาพผ่าน การรับรองมาตรฐาน, มีผลประโยชน์ ร่วมกันระหว่างบริษัท สื่อ และสมาชิกผู้ทำธุรกิจ, และสุดท้ายจำเป็นต้องมีการผสมผสานระหว่างการทำตลาดแบบ MLM และแบบ SLM
โดยนายสาครได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการทำธุรกิจแบบ SLM ของบริษัทว่า จริงๆ แล้วบริษัทเริ่มทำตลาดขายตรงชั้นเดียวมาประมาณ 1 เดือนแล้ว สาเหตุ ที่ตนหันมาสนใจทำขายตรงชั้นเดียว เพราะ มองว่าผู้ขายจะใกล้ชิดกับลูกค้าได้มากกว่า และยิ่งกว่านั้นจะสามารถตอบรับแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการทำการตลาดผ่านสื่อวิทยุชุมชน เคเบิลท้องถิ่น หรือช่อง ทางช็อปปิ้งโฮม ที่สื่อดังกล่าวมีฐานลูกค้า ของเขาเองอยู่แล้ว นั่นก็คือผู้ฟังทั่วประเทศ หากบริษัทใช้รูปแบบการตลาดแบบขายตรงหลายชั้น (MLM) อาจมีความลำบาก มากกว่าในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ดี เน็ทเวิร์ค จึงจำเป็นจะต้องมองการตลาด แบบชั้นเดียวเพื่อรองรับแผนงานดังกล่าว โดยขณะนี้บริษัทมีการติดต่อเครือข่ายวิทยุ ชุมชน และได้มีการตอบรับจากสื่อวิทยุดังกล่าวแล้ว 2 สถานี โดยตั้งเป้าสิ้นปี นี้ต้องติดต่อให้ได้ถึง 1 หมื่นสถานี
นอกจากนั้น นายสาครยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทว่า ขณะนี้บริษัทเน้นการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ดีเบรม หรืออาหารเสริมบำรุงสมอง เพราะหลังจากเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ที่ผ่าน มาบริษัทสามารถจำหน่ายสินค้าดีเบรมได้ เกินกว่า 1 แสนกล่อง วางเป้าหมายว่าปีหน้าต้องจำหน่ายให้ได้ 1 ล้านกล่องต่อปี ส่วนอีก 3 ปีข้างหน้าต้องจำหน่ายให้ได้ 1 ล้านกล่องต่อเดือน โดยกิจกรรมสร้างการ รับรู้สำหรับสินค้าดีเบรม ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการจัดประชุมเชิงวิชาการนำเสนอเกี่ยวกับที่มา และคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ ครั้งล่าสุดจัดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งประชาชนยังให้การตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
เหนืออื่นใดขณะนี้รัฐบาลอินเดีย ผู้เป็นเจ้าของพืชพรมมิ วัตถุดิบสำคัญของ สินค้าดีเบรม ที่บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค ได้ซื้อลิขสิทธิ์นำมาผลิตและจำหน่ายแต่เพียง ผู้เดียว ยังได้อนุญาตให้บริษัททำตลาดผลิตภัณฑ์ดีเบรมเพิ่มอีก 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า โดยต่างประเทศจะมีการจำหน่ายผ่านร้านขาย ยา มีประเทศไทยทำตลาดแบบ MLM ที่เดียว ถือเป็นการเริ่มต้นรุกตลาด AEC อย่างเต็มรูปแบบ นายสาคร กล่าว
ประธานผู้ก่อตั้ง ดี เน็ทเวิร์ค ยังกล่าวต่อว่า ประเทศไทยก็ได้เตรียมนำ ผลิตภัณฑ์ดีเบรมเข้าไปจำหน่ายในช่องทางค้าปลีก และร้านขายยาเช่นกัน โดยการเจาะตลาดดังกล่าวก็ยังทำผ่านสมาชิก ให้พวกเข้าไปแนะนำผ่านร้านขายยา และ แบ่งกำไรกันเอง โดยเริ่มแรกจะจำหน่ายเฉพาะสินค้าดีเบรมก่อน ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ จะตามไปอย่างแน่นอน โดยปัจจุบันสินค้าดีเบรมสร้างยอดขายให้กับบริษัทอยู่ในอันดับที่ 2 มีสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายรวม ส่วนสินค้าเรือธงยังคงเป็นคอลลาเจน อันดับที่ 3 และ 4 คือ ผลิตภัณฑ์ดีเทน อาหารบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ดีบูน สารอาหารบำรุงกระดูก ตามลำดับ
สุดท้ายนายสาคร ได้เปิดเผยถึงตัวเลขยอดขายของบริษัทในปีนี้ ว่าช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขาย ได้ถึง 170 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วทั้งปี ที่ปลายปีปิดยอดขายได้เพียง 110 ล้านบาท ดังนั้น ด้วยกลยุทธ์การทำงานต่างๆดังที่กล่าวมาตนจึงมั่นใจว่าสิ้นปีนี้ ดี เน็ทเวิร์ค สามารถปิดยอดขายที่ 500 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกก็เช่นเดียวกัน คาดว่าปลายปีสมาชิกจะเพิ่มขึ้นถึง 7 หมื่นรหัส จากปัจจุบันที่มีจำนวน 4 หมื่นรหัส ในจำนวนนี้มีสมาชิกที่แอ็กทีฟประมาณ 20% |
|
|